เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 8

คนแปลกหน้าในกระจก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“นายกำลังหลอกตัวเองว่านั่นเป็นแค่ภาพสะท้อน หรือกำลังหลอกฉันกันแน่ รินทร์?” น้ำเสียงของธามราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันจนอากาศในห้องทำงานแคบๆ นี้ดูจะเบาบางลง รินทร์วางปากกาในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าคร่ำ เสียงของมันกระทบพื้นผิวไม้ดังกังวานคล้ายเสียงเคาะโลงศพ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้น เพียงแต่จ้องมองไปยังเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังฝั่งตรงข้าม ใบหน้าในกระจกของรินทร์ดูซูบตอบ ดวงตาที่เคยคมกล้ากลับหม่นแสงลงราวกับคนอดนอนมาหลายคืน ทว่าสิ่งที่รินทร์ไม่ได้บอกธามคือ ในทุกวินาทีที่เขาจ้องมองเงาของตัวเอง เขารู้สึกเหมือนมีสายตาอีกคู่หนึ่งกำลังมองเขากลับมา... จากจุดที่ลึกและมืดมิดกว่านั้น “ถ้าฉันบอกว่ามันไม่ใช่ทั้งสองอย่างล่ะ?” รินทร์เอ่ยเบาๆ นัยน์ตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่เงา “ถ้าฉันบอกว่าฉันเห็นอะไรที่มากกว่าแค่ตัวเองล่ะ ธาม” ธามขยับตัวก้าวเข้ามาในห้อง เสียงฝีเท้าของเขาเงียบสนิทราวกับนักล่าที่กำลังสะกดรอยเหยื่อ เขาหยุดลงข้างหลังรินทร์ในระยะที่เกือบจะประชิด เงาของธามทอดทับลงบนไหล่ของรินทร์ในกระจก แต่ทันใดนั้นเอง หัวใจของรินทร์ก็กระตุกวูบ เขามองเห็นเงาของธามชัดเจนในกระจก... แต่ทว่า มีร่างหนึ่งกำลังยืนซ้อนอยู่หลังธามอีกที ร่างนั้นดูเลือนรางเหมือนหมึกที่โดนน้ำละลาย ใบหน้าเรียวแหลม ดวงตากลวงโบ๋ที่ขยับได้ราวกับมีชีวิต และมือข้างหนึ่งที่กำลังเอื้อมมาแตะไหล่ของธามไว้อย่างแผ่วเบา รินทร์กลั้นหายใจ มือที่วางอยู่บนโต๊ะเริ่มสั่นจนเขาต้องจิกเล็บลงไปเพื่อเรียกสติ “รินทร์? นายดูซีดไปนะ” ธามเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาของเขาวาววับด้วยความหมายที่ซับซ้อน “หรือว่าเงาของนายมันเริ่มจะทำตัวไม่ค่อยเชื่อฟังแล้ว?” “ออกไป” รินทร์เค้นเสียงออกมาจากลำคอ “ว่าไงนะ?” “ฉันบอกให้แกออกไปจากห้องนี้ซะ ธาม!” รินทร์ตวาดลั่นพร้อมกับผุดลุกขึ้นจนเก้าอี้กระแทกผนังเสียงดังสนั่น แต่เมื่อเขาหันไปมองข้างหลัง ธามยืนอยู่เพียงลำพัง ไม่มีร่างเลือนรางนั่น ไม่มีมือที่คอยเอื้อมแตะไหล่ มีเพียงบรรยากาศที่เย็นเยียบและกลิ่นอายของดินชื้นๆ ที่โชยมาจากไหนก็ไม่ทราบได้ ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มที่ดูน่าขนลุก “ดูเหมือนแกจะเจอ ‘คนแปลกหน้า’ ของแกเข้าแล้วสินะ น่าสงสาร... แกคงไม่รู้ใช่ไหมว่าคนแปลกหน้าที่แกเห็นน่ะ ไม่ได้มาจากโลกอื่นไกลหรอก แต่มันกำลังรอคิวที่จะสลับที่กับแก” รินทร์ไม่ตอบ เขาหันกลับไปที่กระจกอีกครั้งด้วยความหวังที่ริบหรี่ว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นเพียงอาการประสาทหลอนจากความเครียด แต่ทว่าคราวนี้ ภาพที่สะท้อนกลับมาไม่ได้มีแค่เงาของคนแปลกหน้า ร่างลึกลับนั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันเอื้อมมือขึ้นมาสัมผัสพื้นผิวกระจกจากด้านใน มันไม่ใช่แค่เงา มันกำลังพยายาม 'แทรกซึม' เข้ามาในโลกที่เขายืนอยู่ เงาของรินทร์ในกระจกค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับร่างลึกลับนั้น ก่อนที่มันจะยกยิ้ม—ยิ้มที่รินทร์ไม่เคยทำ และยิ้มที่แสดงถึงความอำมหิตอย่างที่สุด รินทร์ถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับกำแพง ลมหายใจขาดห้วงเมื่อเขาสังเกตเห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายของร่างนั้น รอยแผลที่เหมือนกับรอยแผลที่เขาได้รับจากอุบัติเหตุในวันที่เขาเสียคนรักไป ร่างนั้นขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง แต่รินทร์กลับได้ยินมันดังก้องอยู่ในหัวของเขาอย่างชัดเจน *‘ขอบคุณที่เปิดประตูให้... ตอนนี้ ฉันจะเป็นคนเขียนบันทึกเล่มต่อไปเอง’* ก่อนที่รินทร์จะทันได้กรีดร้อง หรือคว้าสิ่งของข้างตัวฟาดเข้าที่กระจกบานนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาจากแผ่นหลังที่แนบกำแพง และทันใดนั้นเอง ผนังห้องที่เขายืนพิงอยู่ก็ค่อยๆ อ่อนตัวลงราวกับพื้นผิวของหนองน้ำที่กำลังดูดกลืนร่างของเขาลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องหลัง ในจังหวะสุดท้ายที่สติกำลังจะหลุดลอย ธามเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้ากระจก เขายกมือขึ้นลูบไล้ภาพใบหน้าของรินทร์ที่กำลังถูกกลืนกินด้วยความสะใจ ก่อนจะหันมามองที่ว่างเปล่าตรงที่รินทร์เคยยืนอยู่แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ยินดีต้อนรับสู่กระจกบานที่สิบสาม... รินทร์” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่รอยร้าวไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%