“รอยกรีดนั่น... มันไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรอกนะ รินทร์”
ธามวางรูปถ่ายจากที่เกิดเหตุลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเก่าคร่ำคร่าของฉัน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากผ่านภาพถ่ายศพเหยื่อรายที่สอง—หญิงสาวในชุดราตรีสีขาวที่ถูกจัดท่าทางให้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กลางห้องโถงพิพิธภัณฑ์ รอบลำคอของเธอมีรอยช้ำสีม่วงคล้ำ แต่ที่น่าสยดสยองกว่าคือเงาที่ทอดยาวบนผนังด้านหลัง มันไม่ได้สะท้อนรูปร่างของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย แต่มันกลับเป็นเงาของมือที่กำลังง้างกรงเล็บแหลมคมจ่ออยู่ที่ลำคอของเธอ
ฉันขยับแว่นสายตา กลิ่นอายของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมราคาแพงของธามไม่ได้ทำให้ความรู้สึกอึดอัดในอกลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
“ฉันเห็นภาพนี้ในกระจกบานที่สิบสามเมื่อสามวันก่อน” ฉันตอบ เสียงของฉันนิ่งเรียบ ทว่าข้างในกลับสั่นไหวเหมือนแผ่นดินที่กำลังแยกออก “คุณคงไม่บอกฉันใช่ไหมว่า... คุณคือคนจัดฉากนี้ เพื่อยืนยันสมมติฐานบ้าๆ ของคุณเรื่องโลกคู่ขนานนั่น?”
ธามหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการเสียดสีมากกว่าความขบขัน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังฉัน กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนจางๆ ลอยมาแตะจมูก เขาโน้มตัวลงมาจนฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
“รินทร์ คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องลงมือทำเองหรอก โลกใบนั้น... ฝั่งตรงข้ามของกระจกนั่นต่างหากที่กำลังหิวโหย พวกเขาต้องการ ‘ที่อยู่’ ใหม่ และเหยื่อรายนี้ก็แค่ผู้โชคร้ายที่เผลอไปยืนอยู่ในจุดที่ ‘เงา’ สามารถทาบทับได้พอดี”
ฉันหันขวับไปมองเขา ดวงตาที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังแว่นกรอบบางจ้องเขม็ง “คุณกำลังจะบอกว่า ฆาตกรไม่ใช่คน แต่เป็นเงาที่ข้ามผ่านกระจกมาได้งั้นเหรอ? ธาม ฟังดูมีสติหน่อยสิ คุณเป็นนักฟิสิกส์ ไม่ใช่คนทรงเจ้า!”
“แล้วบาดแผลบนแขนคุณล่ะ?”
เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรั้งแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น เผยให้เห็นรอยขีดข่วนสีแดงสดที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ฉันพยายามจะปิดตายกระจกบานนั้น ฉันรีบสะบัดแขนออก หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดระแวง
“นั่นแค่รอยบาดจากการพยายามเคลื่อนย้ายกระจก...” ฉันพยายามหาเหตุผลมาปกป้องตัวเอง ทั้งที่ลึกๆ แล้วฉันจำได้ดีว่าไม่มีอะไรอยู่ใกล้ฉันตอนที่รอยนั่นปรากฏขึ้น
“กระจกไม่เคยทำร้ายใครถ้าเราไม่มองเห็นตัวเองในนั้นมากเกินไป” ธามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่กลับน่าขนลุกกว่าเดิม “รินทร์ ลองดูรูปถ่ายใบที่สามสิ ใบที่ฉันยังไม่ได้ให้คุณดู”
เขาสไลด์รูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากซองกระดาษสีน้ำตาล มันเป็นรูปถ่ายมุมกว้างของที่เกิดเหตุ ทว่าในมุมมืดของภาพ—บริเวณหลังเสาหินอ่อน—มีร่างของใครบางคนยืนอยู่ ร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าเบลอจนมองไม่เห็นรายละเอียด ทว่าท่าทางของการยืน การเอียงคอเล็กน้อย และตำแหน่งที่เท้าเหยียบลงบนพื้นดิน มันคือ ‘ตัวฉัน’ ไม่มีผิดเพี้ยน
ความเย็นซ่านวิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือของฉันสั่นเทาจนต้องกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ
“นี่เป็นภาพตัดต่อ...” ฉันพึมพำ แต่ความมั่นใจของฉันกำลังมลายหายไป “คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ธาม? ทำไมต้องเป็นฉัน? ทำไมต้องเป็นคดีพวกนี้?”
“เพราะในบรรดาคนทั้งหมดที่ฉันรู้จัก มีแค่คุณคนเดียวที่มี ‘เงา’ ที่พร้อมจะตีจากเจ้าของ” ธามก้มลงมากระซิบข้างหูฉัน ลมหายใจของเขาสร้างความรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมเล็กๆ ทิ่มแทงผิวหนัง “ลองมองดูเงาที่เท้าคุณตอนนี้สิ รินทร์... มันยังทำตามคำสั่งคุณอยู่หรือเปล่า?”
ฉันก้มมองพื้นทันที แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะส่องให้เห็นเงาของฉันที่ทอดยาวบนพื้นพรม แต่มันไม่ได้อยู่นิ่งเหมือนเงาปกติ มันกำลังขยับ—ช้าๆ—นิ้วมือของเงาที่ควรจะเป็นนิ้วเรียวสวยของฉัน กลับกำลังงอกยาวออกมาเป็นกรงเล็บ เหมือนกับเงาของฆาตกรในรูปถ่ายไม่มีผิดเพี้ยน!
ความหวาดกลัวพุ่งทะลุขีดจำกัด ฉันถอยหลังกรูดจนเก้าอี้ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น แต่ทว่า... ในวินาทีที่ฉันเงยหน้าขึ้น ธามที่เคยยืนอยู่ตรงหน้ากลับหายไป ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ ณ ที่นั้นเลย
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันก็กรีดร้องขึ้นมาในห้องที่เงียบสงัด มันเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงชื่อโชว์อยู่บนหน้าจอ ฉันตัดสินใจกดรับด้วยมือที่สั่นเทา
“...รินทร์...” เสียงปลายสายแหบพร่าและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด “รินทร์... ช่วยฉันด้วย... ฉันติดอยู่ในกระจก... และข้างหลังฉัน... มันกำลังจะฆ่าฉัน”
น้ำเสียงนั้นคือเสียงของ ‘ฉัน’ เอง—เสียงของฉันที่กรีดร้องออกมาจากอีกฝั่งของสายโทรศัพท์ ในขณะที่เงาบนพื้นพรมของฉันค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจนกลายเป็นรูปร่างของชายร่างสูงใหญ่ที่ถือมีดทำครัวเล่มยาวไว้ในมือ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวไปพร้อมกับเงาที่ไม่มีวันตาย แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 9
คดีที่สอง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!