"ความเงียบในห้องนี้มันไม่ได้ว่างเปล่าหรอกนะรินทร์ แต่มันกำลังรอจังหวะ... รอจังหวะที่จะกลืนกินตัวตนที่อ่อนแอที่สุดในห้องไปเสียก่อน"
ธามวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันราวกับเสียงระฆังบอกเวลาตาย เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบจดจ้องมองรินทร์ที่นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ขอบสีทองที่ดูเหมือนจะกักขังความมืดมิดเอาไว้ภายใน
รินทร์ไม่ตอบ เธอเพียงแค่จ้องมองภาพสะท้อนของตัวเอง... หรือสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นตัวเอง ผิวพรรณของหญิงสาวในกระจกดูซีดเผือดกว่าความเป็นจริง ริมฝีปากที่ควรจะเม้มแน่นด้วยความเครียด กลับดูเหมือนกำลังเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ทั้งที่รินทร์ไม่ได้ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าแม้แต่น้อย
"เธอกำลังพยายามจะบอกอะไรฉันเหรอ ธาม?" รินทร์เอ่ยขึ้น เสียงของเธอแผ่วเบาแต่สั่นสะท้าน เธอละสายตาจากกระจกมามองเพื่อนสนิทที่นั่งจิบชาอย่างใจเย็น "นายเอาของสิ่งนี้เข้ามาในชีวิตฉันเพื่ออะไรกันแน่ ไม่ใช่เพื่อการวิจัย ไม่ใช่เพื่อบำบัด... แต่นายต้องการดูฉันพังพินาศใช่ไหม?"
ธามหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "การพังทลายเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการสร้างใหม่ รินทร์ ถ้าเธอไม่ยอมทำลายเปลือกที่เรียกว่า 'เหตุผล' ของเธอทิ้งไป เธอก็ไม่มีวันได้เห็นสิ่งที่อยู่หลังบานกระจกนั้นหรอก สิ่งที่เธอเฝ้าตามหา... คนที่เธอทำหายไปในอุบัติเหตุคืนนั้นน่ะ"
รินทร์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากอย่างแรง เธอเกลียดที่ธามรู้วิธีแทงใจดำเธอได้แม่นยำเสมอ เธอหันกลับไปจ้องมองกระจกอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ ภาพสะท้อนไม่ได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเธออีกต่อไป ร่างในกระจกค่อยๆ ยกมือขึ้นแนบผิวแก้วจากด้านใน นิ้วเรียวยาวของมันแตะลงตรงตำแหน่งเดียวกับที่รินทร์กำลังวางมืออยู่บนพื้นผิวเย็นเฉียบของกระจก
ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นปราดผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด รินทร์สะดุ้งสุดตัว แต่เธอกลับไม่อาจถอนมือออกได้ แรงดึงดูดประหลาดราวกับแม่เหล็กขั้วตรงข้ามกำลังเหนี่ยวรั้งเธอไว้
*‘รินทร์...’*
เสียงนั้น... ไม่ได้ดังผ่านอากาศ แต่มันดังก้องขึ้นในโสตประสาท เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความโหยหาอย่างน่าประหลาด มันเป็นเสียงของเธอเอง... แต่เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกขังอยู่ในความมืดมาเนิ่นนาน
รินทร์กลั้นหายใจ เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผม "ธาม... นายได้ยินไหม? นายได้ยินเสียงนั่นหรือเปล่า?"
ธามวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเดินเข้ามาใกล้รินทร์จนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มือของเขาเอื้อมมาวางบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา แต่หนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูก
"เสียงนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นรินทร์ ต่อไปมันจะเริ่มเปลี่ยนจากการกระซิบ เป็นการเรียกร้อง... และเมื่อถึงตอนนั้น เธอจะต้องตัดสินใจว่า จะยอมให้มันออกมา หรือจะยอมเข้าไปแทนที่มันในที่มืดมิดนั่นตลอดกาล" ธามกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชา กลายเป็นความหลงใหลที่น่าขนลุก
กระจกเงาเบื้องหน้าเริ่มสั่นสะเทือน รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนของบานกระจก เสียงนั้นดังชัดขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้ไม่ใช่แค่ชื่อของเธอ แต่มันคือคำถามที่ทำลายปราการสุดท้ายในใจของรินทร์จนพังทลาย
*‘ทำไมวันนั้น... คนที่ตายถึงไม่ใช่ฉันรินทร์?’*
รินทร์เบิกตากว้าง ลมหายใจขาดห้วง ภาพในกระจกบิดเบี้ยวไปราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนหินใส่ เงาของหญิงสาวในนั้นไม่ได้มีใบหน้าเหมือนเธออีกต่อไป แต่มันคือใบหน้าของคนที่เธอสูญเสียไป... คนที่ควรจะดับสูญไปพร้อมกับซากรถในคืนวันฝนตกหนักวันนั้น
"ไม่... นี่มันไม่จริง" รินทร์พยายามจะถอยหนี แต่ธามกลับกดไหล่เธอไว้แน่น
ทันใดนั้น เสียงทุบกระจกจากด้านในก็ดังขึ้น! *ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงนั้นหนักแน่นและบ้าคลั่ง รอยร้าวบนกระจกขยายวงกว้างออกราวกับใยแมงมุมที่กำลังกัดกินทุกอย่าง รินทร์เห็นมือที่ซีดเผือดเหมือนศพของคนในกระจกยื่นออกมา มันพยายามจะคว้าคอเสื้อของเธอไว้ ทว่าในขณะที่เธอหวีดร้องด้วยความตระหนก ประตูห้องทำงานของเธอก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือน
รินทร์สะบัดตัวหลุดจากพันธนาการของธามแล้วหันขวับไปมองที่ประตู ความหวังเล็กๆ ในใจว่าจะมีใครสักคนมาช่วยเธอถูกดับวูบลงในทันที
ร่างที่ยืนอยู่ตรงประตูไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเปียกปอนราวกับเพิ่งเดินผ่านพายุฝนเข้ามา... เขามีใบหน้าเหมือนกับศพของคนรักของรินทร์ไม่มีผิดเพี้ยน หากแต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความหิวโหยในฐานะนักล่าที่มองเห็นเหยื่อ
"ขอบคุณที่เปิดทางให้นะธาม" ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ก่อนจะหันมาสบตากับรินทร์ที่ทรุดตัวลงกับพื้น "เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... รินทร์ กระจกบานที่สิบสามมันถึงเวลาที่ต้องแตกสลายสักที"
กระแสไฟในห้องดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระจกบานใหญ่ที่แตกร้าวละเอียดราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาดเข้าเต็มแรง เสียงฝีเท้าที่เปียกชื้นเดินเข้ามาใกล้รินทร์ในความมืดมิดทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งลมหายใจเย็นจัดของใครบางคนรดลงที่ต้นคอของเธอ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นระทึกไปกับรินทร์ในค่ำคืนที่กระจกเงาเริ่มเผยความจริงอันโหดร้ายนี้นะคะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 6
เสียงจากฝั่งตรงข้าม
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!