เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 35

ความทรงจำที่บิดเบือน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"เลิกพยายามหาทางออกให้เสียเวลาเลยดีกว่ารินทร์ เพราะทางออกที่เธอต้องการ... มันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก" เสียงของธามแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงกระซิบจากซากศพที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พื้นห้องทำงานของเธอเอง รินทร์หยุดมือที่กำลังสั่นเทาขณะถือเศษกระจกบานที่สิบสามไว้ในมือ เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมออกจากปลายนิ้วที่บาดลึก เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด แต่มันกลับเป็นความชาที่ลามไปถึงหัวใจ รินทร์หันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงมุมมืดของห้อง ดวงตาของธามไม่ได้สะท้อนแสงไฟจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ๆ แต่มันสะท้อน 'ความว่างเปล่า' ของจักรวาลที่บิดเบี้ยว "นายพูดอะไร" รินทร์เค้นเสียงถาม มือที่ถือเศษกระจกกำแน่นขึ้นจนโลหิตหยดลงบนพื้นพรมสีเทา "เรื่องที่ฉันเสียคนรักไป เรื่องอุบัติเหตุ... ทุกอย่างที่ฉันพยายามแก้ไขผ่านกระจกพวกนี้ มันคือเรื่องจริงไม่ใช่หรือไง?" ธามก้าวออกมาจากเงามืด รอยยิ้มที่เขาพกมาด้วยนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของมิตร แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่กำลังเฝ้ามองแมลงในโหลแก้ว "เธอเป็นนักจิตวิทยาไม่ใช่เหรอรินทร์? คนเรามักจะสร้าง 'ที่พักใจ' ขึ้นมาในยามที่โลกความจริงมันโหดร้ายจนเกินรับไหว แต่ปัญหาคือ... เธอดันเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงเกินไปจนสามารถ 'สร้าง' มันขึ้นมาให้เป็นรูปธรรมได้ด้วยจิตใต้สำนึกที่แตกสลาย" รินทร์รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ภาพห้องทำงานของเธอเริ่มบิดเบี้ยว ผนังที่เคยเป็นสีขาวสะอาดตาค่อยๆ ปรากฏรอยร้าวที่มองดูคล้ายเส้นเลือดฝอย มันไม่ได้พังทลายลงมา แต่มันกำลัง 'ลอก' ออกเหมือนคราบงู เผยให้เห็นพื้นหลังที่เป็นความมืดมิดไร้ก้นบึ้งของจักรวาลคู่ขนานที่ว่างเปล่า "ไม่... ไม่จริง" เธอพึมพำ พยายามถอยหลัง แต่ขาของเธอกลับขยับไม่ได้ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยรากไม้ที่งอกออกมาจากพื้นพรม "จำเหตุการณ์วันที่ 'เขา' ตายไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?" ธามถามพลางก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ กลิ่นอายของกลิ่นฝนและโลหะโชยออกมาจากตัวเขา "ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีคนขับรถเมา ไม่มีใครพุ่งชน... ในความจริงที่เธอหนีมา รินทร์... เธอเป็นคนเลือกที่จะปิดไฟทุกดวงในใจ และสร้างกระจกบานนี้ขึ้นมาเพื่อกักขังตัวเองไว้ในลูปที่ไม่มีวันจบสิ้น เพื่อให้เธอยังคง 'รู้สึก' ถึงการมีอยู่ของเขาตลอดไป" หัวใจของรินทร์เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกจากอก ภาพความทรงจำที่เธอเคยคิดว่ามันชัดเจนกลับเลือนรางเหมือนภาพวาดที่โดนน้ำฝนสาดใส่ ใบหน้าของคนรักที่เธอพยายามโหยหาในแต่ละมิติ เริ่มเปลี่ยนรูปไป—กลายเป็นใบหน้าของเธอเอง... ใบหน้าที่ดูหวาดกลัวและเคียดแค้นในกระจก "ฉัน... ฉันสร้างโลกนี้ขึ้นมางั้นเหรอ?" รินทร์มองดูปลายนิ้วที่เลือดไหลไม่หยุด แต่คราวนี้เธอสังเกตเห็นบางอย่าง เลือดที่หยดลงบนพื้นนั้นไม่ได้มีแค่สีแดง แต่มันมี 'เงา' ของมันเองที่กำลังเคลื่อนไหวเหมือนปรสิต ธามหัวเราะเบาๆ มือของเขาเอื้อมมาแตะไหล่เธอ สัมผัสที่เย็นเยือกทำให้รินทร์สั่นสะท้าน "ไม่ใช่แค่โลกใบนี้หรอกรินทร์ เธอสร้าง 'ฉัน' ขึ้นมาด้วย เพื่อให้มีใครสักคนมารับบทเป็นคนเลวที่คอยขัดขวางเธอ เพื่อให้เธอมีเหตุผลที่จะเดินหน้าต่อไป... ในเขาวงกตที่เธอเป็นทั้งผู้ออกแบบและนักโทษ" ทันใดนั้น กระจกบานใหญ่ที่แขวนอยู่หลังโต๊ะทำงานก็เริ่มสั่นสะท้าน ผิวหน้ากระจกที่เป็นเงาสะท้อนของเธอกลับไม่ได้ขยับตามร่างจริง แต่มันกำลังยกมือขึ้นช้าๆ แล้วหยิบหน้ากากที่ดูเหมือนใบหน้าของ 'รินทร์' ออกมาวางไว้ข้างๆ เผยให้เห็นดวงตาคู่ที่มืดมิดและลึกโหลของตัวตนที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่หลังภาพลวงตา รินทร์สั่นหัวอย่างรุนแรง เธอพยายามกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ดังขึ้นจากรอยร้าวบนผนัง เหมือนเสียงของคนนับพันที่กำลังกรีดร้องอยู่ในกระจกทุกบานทั่วโลก "ถ้าฉันคือคนสร้าง..." รินทร์เค้นเสียงแห้งผาก เงยหน้าขึ้นสบตากับธามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย "แล้วทำไมฉันถึงเจ็บปวดขนาดนี้? ทำไมความทรงจำที่ฉันพยายามแก้ไขถึงยังกัดกินฉันไม่จบสิ้น?" ธามก้มลงมาจนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปชั่วขณะ มันดูเศร้าสร้อยอย่างน่าประหลาด "เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังเป็น 'มนุษย์' อยู่ไงล่ะรินทร์... และถ้าเธออยากจะจบเรื่องนี้จริงๆ เธอต้องเป็นคนทำลายกระจกบานสุดท้ายที่อยู่ในใจของเธอเอง" ธามผละออกมาแล้วหยิบเศษกระจกในมือเธอไป เขาวางมันลงบนฝ่ามือของรินทร์อย่างทะนุถนอม ก่อนจะใช้นิ้วชี้ไปที่หัวใจของเธอ "แต่มันมีราคาที่ต้องจ่ายนะ... การยอมรับว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเธอ คือการยอมรับว่าเธอต้องอยู่กับความโดดเดี่ยวนี้ไปตลอดกาล" เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างจังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... มันไม่ใช่เสียงเคาะประตูจากคนภายนอก แต่มันเป็นเสียงที่ดังมาจาก 'ข้างใน' กระจกบานใหญ่หลังโต๊ะทำงาน และเมื่อรินทร์หันไปมอง เธอก็แทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นเงาสะท้อนของเธอเองในกระจกกำลังยืนยิ้มกว้าง ใบหน้าของรินทร์ในกระจกไม่ได้ดูเศร้าอีกต่อไป แต่เธอกำลังถือมีดที่เปื้อนเลือด และมืออีกข้างกำลังเปิดประตูห้องทำงานจาก 'อีกด้านหนึ่ง' ของกระจก ประตูห้องทำงานของรินทร์ที่โลกจริงกำลังค่อยๆ ถูกหมุนลูกบิดเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของ 'ใครบางคน' ที่ก้าวเข้ามาในความมืด ร่างนั้นมีลักษณะเดียวกับรินทร์ราวกับแกะ แต่ชุดที่สวมใส่กลับเป็นชุดที่เธอไม่ได้ใส่มาเป็นปี... เป็นชุดในวันที่อุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดขึ้น "รินทร์... กลับมาที่กระจกได้แล้ว" ร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงของคนรักที่จากไป พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างรินทร์ท่ามกลางเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%