กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—หรืออาจเป็นเพียงกลิ่นที่สมองของรินทร์ปรุงแต่งขึ้นเองในยามที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เธอนั่งอยู่ตรงข้ามกับธาม ภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนหัวใจของคนที่กำลังหวาดกลัว
ธามไม่ได้หลบตา เขายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าภายในความว่างเปล่านั้นกลับมีความร้อนแรงบางอย่างที่ทำให้รินทร์รู้สึกเหมือนถูกแผดเผา
"เธอคิดว่าโลกนี้ยุติธรรมกับรินทร์จริงๆ เหรอ?" ธามเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับมานานหลายนาที เสียงของเขาแหบพร่าราวกับคนไม่ได้ใช้ลำคอพูดมาแรมปี
รินทร์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องที่นายจะตัดสินได้ ธาม สิ่งที่นายทำ... การดึงใครบางคนจากอีกฝั่งข้ามมา มันไม่ใช่การช่วย แต่มันคือการบิดเบือนกฎของธรรมชาติ"
ธามหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ธรรมชาติ? รินทร์... เธอเป็นนักจิตวิทยา เธอรู้ดีกว่าใครว่ามนุษย์เราสร้าง 'ธรรมชาติ' ขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมตัวเองเมื่อสูญเสียสิ่งที่รักไป"
เขาก้มตัวลงมาข้างหน้า รอยยิ้มที่มุมปากดูบิดเบี้ยว "ฉันไม่ได้ทำเพื่อตัวเองนะ ฉันทำเพื่อรินทร์... ทำเพื่อคนรักของเธอที่นอนจมกองเลือดในคืนนั้น คนที่เธอพยายามจะลืมแต่กลับโหยหาจนตัวตาย"
"อย่ามาพูดเรื่องของเขา!" รินทร์ตวาด แรงอารมณ์สั่นคลอนเกราะกำบังที่เธอสร้างไว้จนเกือบแตกสลาย
"ทำไมล่ะ? เพราะความจริงมันน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะยอมรับหรือเปล่า" ธามลุกขึ้นช้าๆ เขาเดินอ้อมโต๊ะไม้เก่าๆ มาหยุดอยู่ข้างหลังรินทร์ กลิ่นบุหรี่จางๆ และไอความเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกทำให้รินทร์ขนลุกซู่ "ฉันเห็นเขา รินทร์... ในรอยร้าวของกระจกบานนั้น เขาไม่ได้ตายจากไปไหน เขาแค่ติดอยู่ในมิติที่แสงสว่างเอื้อมไม่ถึง ฉันแค่ 'เปิดประตู' ให้เขากลับมาหาเธออีกครั้ง"
รินทร์หันขวับกลับไปเผชิญหน้า มือของเธอคว้ามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอย่างสัญชาตญาณ ปลายมีดสั่นระริกชี้ไปที่หน้าอกของชายตรงหน้า
"เขาตายไปแล้ว! อุบัติเหตุคืนนั้นมันชัดเจนมาก ฉันเห็นร่างกายเขาแหลกเหลวต่อหน้าต่อตา นายมันก็แค่คนวิปริตที่ใช้ความเจ็บปวดของฉันเป็นเครื่องมือ!"
ธามไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวเข้าหาปลายมีดจนคมเหล็กเฉือนผ่านเสื้อเชิ้ตของเขาจนขาดเป็นทางยาว เลือดสีแดงสดซึมออกมาแต่นัยน์ตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ "ถ้าเขาตายจริง... แล้วนี่ใครล่ะรินทร์?"
ธามหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นรูปถ่ายโพลารอยด์ที่ขอบสีขาวเริ่มเหลืองกรอบ ในรูปนั้นคือ 'วิน' คนรักที่ตายไปแล้วของเธอ เขากำลังยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นของรินทร์... ห้องที่รินทร์มั่นใจว่าไม่มีใครเคยเข้าไปเหยียบตั้งแต่เกิดเรื่อง และที่สำคัญ ในรูปนั้น วินกำลังมองตรงมาที่กล้องด้วยสายตาที่ดูประหลาด—มันไม่ใช่สายตาของมนุษย์ แต่เป็นสายตาที่ไร้รูม่านตา เหมือนกับมองผ่านกระจกเงาอีกด้านหนึ่ง
"นั่นคือภาพที่ฉันถ่ายเมื่อวานนี้" ธามกระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น "เขาคิดถึงเธอเหลือเกิน รินทร์... และเขากำลังหิว"
รินทร์ผงะถอยหลัง ขาของเธอชนกับขอบโต๊ะจนล้มลงไปนั่งกับพื้น ความทรงจำที่เธอพยายามกลบฝังเริ่มตีรวนขึ้นมาเป็นภาพตัดสลับ เสียงเบรกของรถยนต์ เสียงกระจกแตกละเอียด และเสียงเรียกชื่อเธอที่ดังมาจากความว่างเปล่า
"นายโกหก..." รินทร์พึมพำ แต่หัวใจของเธอกลับทรยศด้วยการเต้นระรัวอย่างมีความหวังที่น่าสะพรึงกลัว
"ไปดูที่หน้าต่างนั่นสิ" ธามชี้ไปทางกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง "เขามาตามนัดแล้ว... เขามาขอส่วนแบ่งจากชีวิตของเธอ เพื่อที่เขาจะได้มีชีวิตอยู่ต่อในโลกนี้ได้อย่างสมบูรณ์"
รินทร์ค่อยๆ หันไปมองที่กระจกเงาบานนั้น เงาสะท้อนในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเห็นตัวเองที่นั่งอยู่บนพื้น เธอเห็นภาพวินกำลังยืนอยู่ในห้องนั้นจริงๆ แต่อีกด้านหนึ่งของกระจก... ในห้องที่ควรจะเป็นห้องของเธอ วินกลับค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะพื้นผิวของกระจกเงาจากด้านใน แล้วรอยร้าวนับพันก็ปรากฏขึ้นบนผิวแก้ว ราวกับว่ามีบางอย่างกำลังพยายามทุบมันให้แตกละเอียดจากฝั่งนั้น
เสียงกระจกกรีดร้องดังก้องประสาท รินทร์เห็นนิ้วมือที่ซีดเผือดเหมือนศพของวินโผล่ทะลุผ่านรอยร้าวออกมา มันไม่ได้มีเนื้อหนังปกคลุม แต่มันกลับหยิบเศษแก้วคมกริบขึ้นมา แล้วกรีดลงบนกระจกจนเลือดสีดำสนิทไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าของเธอที่สะท้อนอยู่ในนั้น
ธามโน้มตัวลงมาประชิดข้างหูรินทร์อีกครั้ง เสียงของเขาเย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง "เธอรู้ไหมรินทร์... การจะดึงใครสักคนกลับมาสู่ความเป็นจริง มันต้องมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันเสมอ"
เขากระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้โลกทั้งใบของรินทร์ดับวูบลง
"เขาไม่ต้องการแค่ชีวิตของเธอ... เขาต้องการ 'ใบหน้า' ของเธอ เพื่อที่จะได้เดินเคียงข้างเธอในฐานะคนรักที่สมบูรณ์แบบตลอดไป"
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงกระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียดออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของวินที่ก้าวทะลุผ่านรอยแยกของมิติออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ไร้ผิวหนังบางส่วนกำลังยืนจ้องมองเธออยู่ท่ามกลางความมืดมิด มือที่ชุ่มไปด้วยเลือดสีดำของเขากำลังคว้าเข้าที่ลำคอของรินทร์ ก่อนที่เสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิตจะดังขึ้นข้างหูของเธอในจังหวะที่คมมีดในมือของเธอเองถูกกระชากไปโดยใครบางคน
"ขอบคุณที่รอฉันมานานนะ... ที่รัก"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวของความจริงไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ หากอยากรู้ว่ารินทร์จะตัดสินใจอย่างไรกับใบหน้าที่วินหมายปอง โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ หวังว่าความหลอนนี้จะยังคงติดตามไปจนถึงยามนิทราของทุกท่านค่ะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 29
คำสารภาพของธาม
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!