"ปล่อย... ปล่อยฉันนะ ธาม!"
เสียงของรินทร์แหบพร่าราวกับเศษแก้วที่ถูกบดขยี้อยู่ในลำคอ ความมืดมิดในห้องโถงไม่ได้เพียงแค่บดบังทัศนวิสัย แต่มันกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอไปทีละน้อย กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่อบอวลอยู่ในอากาศนั้นรุนแรงจนชวนให้อาเจียน มือที่เย็นเยียบและหยาบกร้านของร่างเบื้องหน้าบีบแน่นเข้าที่ลำคอของเธอ แร่นั้นกดทับจนลมหายใจสะดุดหายไปในช่องอก
ทว่า ในวินาทีที่ความตายดูเหมือนจะเอื้อมมือมาสัมผัส รินทร์กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่หยดลงบนหลังมือของเธอ มันเหนียวข้นและอุ่นจัด
"วิน? วินจริงๆ ใช่ไหม..." รินทร์พึมพำผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา เธอไม่ได้กลัวความตายที่อยู่ตรงหน้า แต่เธอกำลังสั่นสะท้านกับสัมผัสที่คุ้นเคยนั้น
ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แสงแฟลชจากไฟฉายในมือของธามที่เพิ่งถูกเปิดขึ้นกะทันหันเผยให้เห็นภาพที่น่าสยดสยอง ร่างของวิน—หรือสิ่งที่อ้างว่าเป็นวิน—ยืนนิ่งสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกฉีกขาดจนเห็นเนื้อเยื่อสีแดงสดที่กำลังเต้นเร้าอยู่ใต้ผิวหนังที่หลุดลุ่ย ดวงตาของเขาว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือภาพสะท้อนในกระจกบานที่เหลืออยู่เพียงมุมเดียว กระจกบานนั้นไม่ได้สะท้อนภาพของรินทร์ที่กำลังถูกบีบคอ แต่มันสะท้อนภาพของ 'รินทร์อีกคน' ที่กำลังยืนถือมีดเล่มเดียวกับที่เธอเคยถือ ก่อนจะกรีดลงบนข้อมือของตัวเองอย่างใจเย็น
"อย่ามองมัน รินทร์!" เสียงของธามดังขึ้นจากมุมมืด น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกพิงผนัง มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉยราวกับกำลังดูละครเวทีที่เขารู้อยู่แล้วว่าจะจบลงอย่างไร
"แกทำอะไรลงไป..." รินทร์เค้นเสียงถาม มือของเธอพยายามแกะนิ้วที่บีบคอออก แต่ยิ่งสัมผัสผิวหนังของวินเท่าไหร่ เธอกลับพบว่ามันไม่ได้เป็นเนื้อหนังที่จับต้องได้ แต่มันเย็นเยียบและลื่นไหลราวกับน้ำมันดิน
วินปล่อยมือเธอทันทีราวกับได้รับคำสั่ง ร่างของเขาทรุดลงกับพื้น แต่แทนที่จะเป็นเสียงเนื้อกระทบพื้นไม้ กลับเป็นเสียงของหยดน้ำที่กระทบผืนน้ำกระจายตัวกว้าง เลือดสีดำคล้ำไหลนองออกมาจากแผลที่ใบหน้าของเขา ไม่ใช่เลือดของมนุษย์ แต่มันคือหมึกสีดำที่กลิ่นเหมือนเศษซากของความทรงจำที่เน่าเปื่อย
"มันไม่ใช่ของใครทั้งนั้น รินทร์" ธามเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาตัดกับกลิ่นคาวเลือด "มันคือของที่เธอพยายามลบออกไปจากใจไงล่ะ บันทึกหน้าสุดท้ายที่เธอพยายามจะฉีกทิ้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา"
รินทร์ถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับผนังเย็นเฉียบ เธอจ้องมองรอยเลือดที่เริ่มซึมออกจากรอยแตกของกระจก มันไม่ได้ไหลลงสู่พื้น แต่มันเริ่มไหลย้อนขึ้นไปบนผนัง ก่อตัวเป็นอักขระแปลกประหลาดที่เธอคุ้นตา... อักขระที่ถูกจารึกอยู่ในสมุดบันทึกที่เธอเคยได้รับมาตอนเริ่มทำงานที่คลินิกใหม่ๆ
"คนรักของเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์" ธามก้มลงกระซิบข้างหูเธอ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว "แต่เขาถูกฝังอยู่ในรอยแยกนี้ตั้งแต่วันที่เธอตัดสินใจเลือกว่าจะเก็บใครไว้ในความทรงจำ และใครที่ต้องกลายเป็น 'เงา' เพื่อให้เธอมีชีวิตต่อไป"
รินทร์รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ภาพในกระจกไม่ได้สะท้อนอดีต แต่กำลังถ่ายทอด 'ปัจจุบัน' ที่กำลังเกิดขึ้นในอีกมิติหนึ่ง ร่างของเธอกับวินกำลังกอดกันแน่นท่ามกลางสายฝนที่ตกไม่หยุดในอีกฟากของโลกกระจก และวินคนนั้น... วินที่ดูมีชีวิตชีวากำลังหยิบมีดเล่มเดียวกันนั้นขึ้นมาจ่อที่คอของรินทร์อีกคน
"เลือดนั่น..." รินทร์ชี้มือที่สั่นเทาไปยังรอยเลือดบนกระจกที่เริ่มส่องแสงสีเงินนวล "ทำไมมันถึงเป็นสีแดง... ในเมื่อคนในนั้นไม่มีเลือด!"
ธามหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เขาหยิบเศษกระจกแหลมคมขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วกดลงบนปลายนิ้วของตัวเอง เลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นไม้ท่ามกลางความมืด
"เพราะเลือดที่ไหลอยู่นี่ ไม่ใช่ของวิน และไม่ใช่ของเธอ..."
ธามหันมามองเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของธาม เพื่อนสนิทที่เธอรู้จัก แต่มันเป็นแววตาของใครบางคนที่ยืนมองดูโศกนาฏกรรมนี้มานานนับร้อยปี
"มันคือเลือดของ 'ผู้สังเกตการณ์' คนก่อนหน้าที่เพิ่งจะหมดลมหายใจไปเมื่อครู่... ซึ่งตอนนี้ ตำแหน่งนั้นว่างอยู่พอดี และฉันคิดว่าเธอเหมาะที่สุดเลยนะ รินทร์"
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกละเอียดทั่วทั้งห้องดังสนั่นหวั่นไหว พื้นห้องที่เธอเหยียบอยู่เริ่มแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ รินทร์รู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากเบื้องล่างที่พยายามลากเธอลงไปสู่ความมืดมิดในโลกคู่ขนาน ในจังหวะที่มือของเธอกำลังจะคว้าขอบประตูไว้ได้ เงาสีดำสนิทที่โผล่ออกมาจากกระจกบานใหญ่ตรงหน้าก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้
ใบหน้าของ 'เงา' นั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนรินทร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความช็อก เพราะมันไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่มันคือใบหน้าของเธอเองที่กำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินว่า
"ถึงตาเธอแล้ว... รินทร์ ที่จะต้องสลับที่กับฉันในกระจกบานนี้"
หวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่ขวัญเสียไปเสียก่อนกับจุดเริ่มต้นของความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนถัดไปนะคะ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านบานกระจกมืดมิดนี้ไปกับกระจกเงาต้องสาปค่ะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 30
รอยเลือดบนบานกระจก
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!