เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 4

ความทรงจำที่หายไป

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“ถ้าคุณคิดว่าการแย่งชิงร่างกายของฉันเป็นเรื่องสนุก... ธาม คุณกำลังประเมินค่าความเป็นมนุษย์ต่ำเกินไปแล้ว” รินทร์พ่นคำพูดนั้นออกมาผ่านไรฟัน ท่ามกลางความมืดมิดในห้องทำงานที่ปิดตาย เธอไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย แต่ทว่าสายตาของเธอกลับจ้องเขม็งไปยังเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทว่าไม่ใช่เงาของเธอที่สะท้อนกลับมา แต่มันคือใบหน้าของธามที่กำลังแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ เสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาดังสะท้อนมาจากก้นบึ้งของความว่างเปล่า “ความผิดพลาดของนักจิตวิทยาอย่างคุณ คือการพยายามหาคำอธิบายให้กับสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล รินทร์... คุณถามหาความทรงจำที่หายไปใช่ไหม? ลองมองเข้าไปในกระจกอีกครั้งสิ แล้วคุณจะพบว่าบางทีคนที่ตายในอุบัติเหตุวันนั้น อาจไม่ใช่เขา... แต่อาจเป็น ‘คุณ’ ที่ตายไปแล้วตั้งแต่แรก” รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บปวดที่ปอด เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากลิ้นชักที่ล็อคไว้แน่นหนา มันเป็นรูปถ่ายเก่าที่ขอบเริ่มเปื่อยยุ่ย ภาพถ่ายของเธอกับคนรักยืนอยู่ข้างกระจกโบราณบานหนึ่งในบ้านพักตากอากาศที่ปารีส ทว่าในเงาสะท้อนของกระจกในรูปนั้น... กลับไม่มีร่างของเธออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่ดูเหมือนปากหลุมศพ ‘เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น?’ เธอตั้งคำถามกับตัวเองขณะที่ปลายนิ้วสั่นเทาไล้ไปตามผิวแก้วที่เย็นเยียบ ความทรงจำที่แตกสลายเหมือนจิกซอว์ที่ไม่ครบชิ้นพยายามประกอบร่างในหัวของเธอ กลิ่นอายของน้ำมันเบนซิน กลิ่นยางไหม้บนพื้นถนนที่ขรุขระ และเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในความเงียบ รินทร์จำได้ว่าเธอเห็นกระจกบานที่สิบสามในเบาะหลังของรถคันที่พลิกคว่ำ มันแตกละเอียด แต่ในชั่วพริบตาที่ความตายมาเยือน เธอจำได้ว่าตนเองไม่ได้ก้าวออกมาจากซากรถคนเดียว... เธอเดินออกมาพร้อมกับ 'ใครอีกคน' ที่สะท้อนอยู่ในกระจก “คุณไม่ได้กำลังย้อนรอยความทรงจำหรอก รินทร์” เสียงของธามแทรกเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง ราวกับเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ทั้งที่ห้องนี้มีเพียงเธอคนเดียว “คุณกำลังสร้างกรงขังให้ตัวเองต่างหาก ทุกครั้งที่คุณพยายามจำ คุณกำลังมอบพลังให้เงาที่ซ้อนทับคุณอยู่แข็งแกร่งขึ้น” รินทร์กำมือแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซึมออกมา เธอพยายามจะทำลายกระจกบานนั้นด้วยที่ทับกระดาษทองเหลืองในมือ แต่ทว่าเมื่อเงื้อแขนขึ้น ภาพสะท้อนของเธอในกระจกกลับทำท่าทาง ‘เลียนแบบ’ ในจังหวะที่ช้ากว่าเสี้ยววินาที นั่นไม่ใช่ความผิดปกติของสายตา แต่มันคือการประกาศศักดาของเจ้าของร่างตัวจริงที่กำลังตื่นขึ้น เธอทรุดตัวลงกับพื้น ความหนาวเย็นที่ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นกระเบื้อง รินทร์เริ่มมองเห็นภาพหลอน... เธอเห็นตัวเองในชุดสีขาวเปื้อนเลือด ยืนยิ้มให้เธอจากอีกฝั่งของกระจก มันคือตัวเธอเองที่ไม่มีบาดแผล ไม่มีร่องรอยของการสูญเสีย แต่มันเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและอำนาจมืด “ฉันจำได้แล้ว...” เสียงของเธอแหบพร่า “วันนั้น... ฉันไม่ได้เป็นคนขับรถ” “ฉลาดขึ้นมาหน่อยแล้วนี่” ธามโผล่หน้าออกมาจากขอบกระจก แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันดูว่างเปล่าและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ “ใช่... ในรถคันนั้นมีคนขับอยู่คนเดียว และนั่นไม่ใช่คุณ รินทร์ คุณเป็นแค่ผู้โดยสารที่ถูก ‘ยืม’ ร่างมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาคืนพื้นที่ให้กับเจ้าของตัวจริงเสียที” รินทร์พยายามจะลุกขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้ความรู้สึก เธอเห็นหยดเลือดที่หยดลงบนพื้นไม่ได้มาจากมือของเธอ แต่มันกำลังไหลออกมาจากรอยร้าวบนกระจก ราวกับว่ากระจกบานนั้นมีเลือดเนื้อและลมหายใจเหมือนมนุษย์ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ รอยร้าวเหล่านั้นเริ่มขยายตัวออกมาจากหน้ากระจก ลามไปตามผนังห้อง ราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดความมืดมิดเข้ามาครอบงำพื้นที่ที่เธอเคยเรียกว่า ‘บ้าน’ ประตูห้องทำงานที่ล็อคไว้แน่นหนาจากด้านในค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย... เป็นเสียงฝีเท้าของคนที่เธอรักมากที่สุด คนที่ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน รินทร์เงยหน้าขึ้นมองร่างที่ก้าวผ่านความมืดเข้ามาในห้อง ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความสยดสยองเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือตัวเธอเอง... ร่างกายที่สมบูรณ์แบบ ไร้รอยแผลเป็น และมีดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความหิวกระหาย ร่างนั้นเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะโน้มตัวลงมาประทับจูบเบาๆ บนหน้าผากของรินทร์ ราวกับจะปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังจะถูกสังเวย “ขอบคุณนะที่ดูแลร่างกายของฉันมาตลอดสามปี” ร่างนั้นกระซิบด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดจนน่าขนลุก “แต่นับจากวินาทีนี้ไป... เรามาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันในกระจกบานนี้ไปตลอดกาลดีกว่า” ก่อนที่รินทร์จะได้กรีดร้อง แรงดึงมหาศาลจากกระจกก็กระชากร่างของเธอเข้าไปในมิติมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง กระจกบานใหญ่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคู่ขนานที่ยืนหยัดขึ้นแทนที่เธอท่ามกลางเศษแก้วที่บาดลึกถึงกระดูก... รินทร์มองเห็นตัวเองจากอีกฝั่งของเศษกระจกเล็กๆ ที่กระเด็นอยู่บนพื้น เธอเห็นธามเดินเข้ามาหา 'รินทร์คนใหม่' แล้วส่งยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ไร้เสียงตอบรับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบานกระจกมาถึงตอนที่ 4 ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะพร้อมสำหรับความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%