เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 3

เหยื่อรายแรก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“ถอยออกไปธาม... อย่าเข้ามาใกล้ฉันมากกว่านี้” รินทร์ถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับกำแพงเย็นเยียบ ความเปียกชื้นของผนังคอนกรีตซึมผ่านเสื้อคลุมตัวบาง ราวกับมันกำลังดูดกลืนความร้อนออกจากร่างกายเธอไปทีละน้อย เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเจ็บปวดนั้นคือสิ่งเดียวที่เตือนให้เธอรู้ว่าเธอยังคงยืนอยู่บนโลกแห่งความจริง... หรือสิ่งที่เธอหวังว่าจะเป็นความจริง ธามไม่ได้หยุดเดิน เขาเพียงแค่ชะงักฝีเท้าลงในระยะที่ห่างพอจะมองเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของเธอ ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง “รินทร์ คุณกำลังกลัวอะไรกันแน่ กลัวสิ่งที่เห็นในกระจก หรือกลัวว่าสิ่งที่อยู่ในกระจกนั่นแหละ คือตัวจริงของคุณ?” “คุณกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร” รินทร์แค่นเสียงหัวเราะที่สั่นเครือ “เราเพิ่งได้รับข้อความนั่น... พิกัดบ้านร้างหลังเก่าในซอยสิบสาม แล้วคุณก็มายืนอยู่ตรงนี้ ราวกับว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น” ธามขยับยิ้ม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “พิกัดนั้นไม่ได้ถูกระบุด้วยตัวเลข แต่มันถูกระบุด้วย ‘รอยร้าว’ ต่างหากครับรินทร์ ลองดูที่พื้นสิ” รินทร์ก้มมองตามคำบอก กระเบื้องปูพื้นสีขาวสะอาดตาในห้องนั่งเล่นของเธอจู่ๆ ก็ปรากฏรอยร้าวเป็นเส้นตรงดิ่งตรงไปยังบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังห้อง รอยร้าวนั้นไม่ได้แตกแบบธรรมดา แต่มันค่อยๆ กรีดลึกลงไปในพื้น ราวกับมีเล็บของใครบางคนพยายามตะกุยขึ้นมาจากใต้ผืนดิน *กึก... กึก...* เสียงขูดขีดดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอกของรินทร์ ความเงียบในห้องถูกฉีกกระชากด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอ รินทร์หยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อสิบนาทีก่อน... แต่ครั้งนี้ มันไม่ได้มีแค่พิกัด [เหยื่อรายแรก กำลังจะสิ้นลมในที่ที่เธอกำลังก้าวเท้าไปถึง... มองดูให้ดี รินทร์ ว่านั่นคือใคร] “ไปที่นั่นกันเถอะ” ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “ถ้าคุณไม่อยากให้เขาต้องตายเพราะความลังเลของคุณ” การเดินทางไปยังซอยสิบสามเป็นไปอย่างเงียบงัน บรรยากาศภายในรถคันเล็กของรินทร์อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางต่ำราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ รินทร์เหลือบมองธามที่นั่งข้างๆ เขาไม่ได้มองทาง แต่กลับจ้องมองกระจกมองหลังอย่างไม่วางตา เหมือนเขากำลังรอคอยใครบางคนที่ขับตามมา หรือบางที... เขาอาจกำลังรอคอยให้ตัวเขาอีกคนก้าวออกมาจากเงานั้น เมื่อรถจอดสนิทหน้าบ้านไม้เก่าแก่ที่ดูเหมือนจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวสนิมจางๆ ก็ลอยมาปะทะจมูก รินทร์ก้าวลงจากรถ ความมืดมิดของยามค่ำคืนราวกับจะโอบล้อมพวกเขาไว้เป็นหนึ่งเดียว “เข้าไปข้างในเถอะ” ธามเป็นคนเปิดประตูรั้วที่ส่งเสียงร้องโหยหวน ภายในบ้านเต็มไปด้วยเศษกระจกแตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้น ราวกับมีใครบางคนจงใจทำลายความสมบูรณ์แบบของภาพสะท้อนทั้งหมดทิ้งไป รินทร์ก้าวไปตามทางเดินด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งเธอหยุดชะงักลงที่โถงกลางบ้าน กลางห้องนั้น มีร่างหนึ่งนอนฟุบอยู่บนพื้น ในมือของร่างนั้นกำเศษกระจกชิ้นหนึ่งแน่น เลือดสีแดงสดไหลนองเป็นทางยาว รินทร์รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยสัญชาตญาณนักจิตวิทยาที่ต้องการช่วยเหลือชีวิตคน แต่เมื่อเธอพลิกร่างนั้นขึ้นมา ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือดและรอยแผลเหวอะหวะนั่น... ไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือใบหน้าของเธอเอง... ในวันที่เธอสูญเสียคนรักไปเมื่อสองปีก่อน “ไม่จริง...” รินทร์กระซิบ เสียงของเธอแหบแห้งจนแทบไม่มีเสียง “นี่มันเรื่องโกหก นี่คือภาพลวงตาใช่ไหมธาม!” “คนเรามักจะเชื่อสิ่งที่อยากเชื่อเสมอ” ธามเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ เสียงของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “คุณเห็นศพของตัวคุณเองจากอดีต แต่ดูที่ข้อมือของเขาสิ รินทร์... นั่นมันนาฬิกาที่คุณสวมอยู่ไม่ใช่หรือไง?” รินทร์ก้มมองข้อมือตัวเองอย่างรวดเร็ว นาฬิกาเรือนเดิมที่เธอใส่อยู่ทุกวัน... ตอนนี้มันว่างเปล่า แต่ที่ข้อมือของศพหญิงสาวตรงหน้า นาฬิกาเรือนนั้นกำลังเดินอย่างเที่ยงตรง เสียงเข็มวินาทีที่ดัง *ติ๊ก... ติ๊ก...* กลางบ้านร้างกลับดังก้องในหัวของเธอราวกับเสียงปืน ทันใดนั้น ศพหญิงสาวที่ควรจะไร้ลมหายใจกลับขยับนิ้วอย่างช้าๆ มันไม่ใช่การขยับของคนตาย แต่มันคือการขยับของบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้น ดวงตาที่ควรจะปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาที่เป็นสีเดียวกับรินทร์เป๊ะ แต่ทว่า... มันกลับไม่มีตาดำ มีเพียงสีขาวขุ่นมัวที่จ้องเขม็งมาที่ใบหน้าของรินทร์ ศพนั้นอ้าปากออกช้าๆ ลมหายใจที่เย็นจัดปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ ก่อนที่มันจะเปล่งเสียงที่คุ้นเคยที่สุดออกมา “...พบกันเสียที... ตัวฉันที่อยู่ฝั่งนี้” ไม่เพียงเท่านั้น รินทร์ยังสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ข้อมืออย่างรุนแรง เธอหันขวับไปมองธาม แต่สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ธามเพื่อนสนิทอีกต่อไป เพราะเขากำลังยืนมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า มือของเขาที่จับไหล่เธออยู่นั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับเงาที่กำลังกลืนกินแสงสว่างไปทีละนิ้ว “ยินดีต้อนรับสู่โลกของกระจกเงาบานที่สิบสามนะครับ” เขากระซิบข้างหู “และขอโทษด้วยนะ... เพราะคราวนี้ ร่างกายของคุณจะต้องเปลี่ยนเจ้าของแล้ว” หวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่รีบวางหนังสือลงนะคะ เพราะเกมที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้ค่ะ ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของกระจกเงาต้องสาปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%