“ถ้าคุณไม่วางมีดเล่มนั้นลง เราก็คงไม่มีโอกาสได้คุยกันด้วยเหตุผลหรอกนะ รินทร์”
เสียงนั้นเย็นเยียบและทุ้มต่ำ มันไม่ใช่เสียงของคนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็นเสียงของ ‘ตัวฉันเอง’ ที่ก้องกังวานออกมาจากความมืดมิดในมุมห้องโถงที่ร้างไร้ผู้คน รินทร์กระชับมีดสั้นในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กลิ่นอายของความตายอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับว่าออกซิเจนในห้องนี้ถูกแทนที่ด้วยฝุ่นผงแห่งกาลเวลาที่พังทลายลง
ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าสวมชุดเดรสสีดำสนิท ใบหน้าซีกหนึ่งถูกบดบังด้วยเงาจากกรอบกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง แววตาของเธอ—ดวงตาคู่เดียวกับฉัน—ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีแม้แต่ความลังเล มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนการเยาะเย้ยชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
“เธอไม่ใช่ฉัน” รินทร์เค้นเสียงผ่านไรฟัน แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “เธอเป็นแค่สิ่งที่ธามสร้างขึ้น... เป็นเศษเสี้ยวของจิตใต้สำนึกที่บิดเบี้ยว”
ร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืด ช้าๆ และสง่างาม เธอเดินเยื้องกรายเข้าหาฉันโดยไม่สะทกสะท้านต่อคมมีด “เราต่างก็เป็นเศษเสี้ยวของกันและกัน รินทร์จำไม่ได้หรือไง? วันที่อุบัติเหตุนั้นพรากคนรักของเธอไป... เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่เธอเลือกที่จะกรีดหัวใจตัวเองทิ้งไว้ในกระจกบานนั้น แล้ววิ่งหนีออกมาในฐานะนักจิตวิทยาผู้เย็นชา”
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในบาดแผลที่ฉันพยายามปิดตาย รินทร์กัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด “หยุดพูดเดี๋ยวนี้!”
“ทำไมล่ะ? เพราะความจริงมันน่ากลัวกว่าคนแปลกหน้าที่ถือมีดหรือไง?” ร่างคู่ขนานหยุดเดิน ห่างจากฉันเพียงไม่กี่ก้าว เธอเอื้อมมือขึ้นมาแตะใบหน้าของตัวเอง—แตะใบหน้าของฉัน—ปลายนิ้วเย็นเยียบสัมผัสลงบนโหนกแก้ม “ธามไม่ได้นำฉันข้ามมาหรอกนะ เขาแค่เปิดประตู... แต่เป็นเธอนั่นแหละที่เรียกหาฉันทุกค่ำคืนผ่านเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยว”
รินทร์ชะงัก ลมหายใจสะดุด ความเงียบงันในห้องบีบคั้นจนหูอื้ออึง ธามเคยบอกว่าโลกคู่ขนานคือการสะท้อนสิ่งที่ใจเราปรารถนาที่สุด... แต่ฉันไม่เคยปรารถนาความตาย ไม่เคยเลย
“ถ้าเธอคือฉัน” รินทร์เอ่ยเบาๆ สายตาจับจ้องไปยังนัยน์ตาคู่ตรงข้าม “ทำไมเธอถึงฆ่าคนคนนั้น... คนที่ฉันรัก”
ร่างคู่ขนานหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก “คนรัก? เธอเรียกเขาว่าคนรักงั้นหรือ? คนที่สวมหน้ากากทำดีกับเธอทุกวัน แต่ในแววตาของเขามีเพียงความเบื่อหน่ายที่พยายามจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นในทุกๆ วันน่ะหรือ”
โลกรอบตัวรินทร์หมุนคว้าง ภาพความทรงจำที่บิดเบี้ยวผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยมีให้กันถูกแทรกแซงด้วยรอยร้าวของความจริงที่ถูกฝังกลบ ฉันเห็นภาพตัวเองในกระจกบานนั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... ไม่ใช่แค่ฉันที่ยืนอยู่ แต่มันคือเขากำลังยืนอยู่ข้างหลังฉัน พร้อมกับมีดเล่มเดียวกับที่ฉันถืออยู่ในมือ
“เธอฆ่าเขาเพื่อปกป้องตัวเองจากความลวง” ร่างนั้นกระซิบข้างหูฉัน สัมผัสเย็นเยียบแทรกซึมผ่านเส้นผม “หรือจริงๆ แล้ว... คนที่ฆ่าเขาในคืนนั้น ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเธอที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก รินทร์?”
รินทร์ปล่อยมีดในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น เสียงเหล็กกระทบพื้นหินดังก้องกังวานเหมือนระฆังแห่งความตาย สติสัมปชัญญะของฉันพร่าเลือน ความเชื่อที่ว่าตนเองเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำเริ่มสั่นคลอนและพังทลายลงทีละน้อย
ฉันมองดูมือตัวเอง มือที่เคยใช้รักษาผู้คน มือที่เคยใช้กุมมือของเขาในวาระสุดท้าย... มือที่เปื้อนคราบเลือดที่ไม่เคยจางหายไปไหน
“ไม่... ฉันจำไม่ได้...” เสียงของฉันสั่นเครือจนเกือบเป็นเสียงสะอื้น
“ไม่ต้องจำหรอก” ร่างคู่ขนานหยิบมีดที่ร่วงลงพื้นขึ้นมา เธอไม่ได้จ่อมาที่ฉัน แต่เธอกลับหันปลายมีดเข้าหาตัวเอง “เพราะตอนนี้เราจะรวมเป็นหนึ่ง... ในฐานะของฆาตกรที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่กระจกเงาบานนี้จะสร้างขึ้นมาได้”
ก่อนที่ฉันจะทันได้ห้าม ร่างคู่ขนานก็ปักมีดเล่มนั้นลงบนหัวใจของเธอเอง... ไม่สิ! หัวใจของฉัน!
ความเจ็บปวดแล่นพล่านเหมือนสายฟ้าฟาด รินทร์ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานเริ่มเปรอะเปื้อนชุดสีขาวของฉันจนกลายเป็นสีคล้ำ แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ร่างคู่ขนานตรงหน้ากลับค่อยๆ เลือนหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านหลัง
ธามเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตกใจต่อสภาพที่ฉันกำลังจะสิ้นใจ เขาจ้องมองฉันด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองผลงานศิลปะที่ทำสำเร็จ
“ขอบคุณนะรินทร์” ธามพูดพลางหยิบแว่นขยายที่เปื้อนเลือดจากมือที่อ่อนแรงของฉันขึ้นมาพินิจ “การได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอกำลังตายลงแบบนี้... มันเป็นบันทึกบทสุดท้ายที่สวยงามที่สุดสำหรับ ‘กระจกบานที่สิบสาม’ เลยล่ะ”
เขาเดินหันหลังกลับไป พร้อมกับเสียงล็อคประตูดัง *คลิก* จากด้านนอก ทิ้งให้ฉันนอนจมกองเลือดอยู่ท่ามกลางเงาสะท้อนนับพันในกระจกที่แตกกระจาย และในเสี้ยววินาทีก่อนที่สติจะดับวูบลง ฉันเห็นเงาของตัวเองในเศษกระจกชิ้นหนึ่ง... ไม่ได้กำลังนอนตาย แต่กำลังยืนยิ้มให้ฉันด้วยแววตาของธาม พร้อมกับพยักหน้าให้ฉันเหมือนจะบอกว่า ‘ยินดีต้อนรับสู่บทบาทใหม่’
หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมว่ากระจกสะท้อนได้เพียงภาพ แต่ความจริงนั้นซ่อนอยู่ในเงาเสมอนะคะ
จากใจ... กระจกเงาต้องสาปค่ะ
เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม•ตอนที่ 37
การเผชิญหน้ากับศัตรูที่หน้าตาเหมือนกัน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนฆาตกร: บันทึกหลังกระจกบานที่สิบสาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!