Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 4

การล้างแค้นที่เงียบงัน

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“กิลด์หมาป่าโลหิตไม่ได้ต้องการพันธมิตร พวกเขาต้องการเศษเนื้อที่หลงเหลือจากการล่าของคุณ เพื่อตอกย้ำว่าใครคือเจ้าถิ่นตัวจริง” ลูเซียเอ่ยขึ้นขณะวางแท็บเล็ตโฮโลแกรมลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค พื้นที่ห้องทำงานของซีโร่ถูกปกคลุมด้วยความมืดสลัว มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากจอที่สะท้อนให้เห็นแววตาเรียบเฉยของชายหนุ่มตรงหน้า ซีโร่ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงจดจ่ออยู่กับการลับมีดสั้นเล่มโปรดด้วยแผ่นหินละเอียด เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก “เศษเนื้อ? ถ้าพวกมันหิวโซถึงขนาดต้องแย่งชิงของเหลือจากมือฉัน ก็นับว่าเป็นโชคดีของพวกมันแล้วล่ะครับ ลูเซีย” “คุณกำลังจะบอกว่าการที่รองหัวหน้ากิลด์อย่าง ‘บาร์ท’ ส่งนักฆ่ามาลอบสังหารคุณที่หน้าดันเจี้ยนระดับ B เมื่อวานนี้ เป็นแค่เรื่องของสุนัขที่หิวโซงั้นหรือคะ?” ลูเซียขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่าซีโร่ไม่มีทางปล่อยผ่าน แต่ความใจเย็นที่เกินขอบเขตนี้ก็ทำให้เธออดกังวลไม่ได้ ซีโร่หยุดมือที่ลับมีด เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “การแก้แค้นด้วยการตะโกนด่าทอ หรือการยกพวกไปตีกันหน้าสมาคมฮันเตอร์ มันคือวิธีของพวกไร้อนาคตครับ สิ่งที่บาร์ทต้องการคือความโกลาหล เขาอยากให้ผมทำตัวเป็นเด็กใจร้อน เพื่อที่เขาจะได้ใช้ข้ออ้างเรื่อง ‘พฤติกรรมไม่เหมาะสม’ ยื่นเรื่องถอดถอนสิทธิ์กิลด์ใหม่ของเรา” เขาลุกขึ้นยืน ร่างกายที่สมส่วนแต่ทรงพลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบดุจแมวป่า “แต่ถ้าเขาตายในดันเจี้ยนที่ไม่มีพยานรู้เห็น... ตายด้วยน้ำมือของมอนสเตอร์ที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน ใครจะไปโทษผมได้ล่ะครับ?” ลูเซียถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับยิ้มที่มุมปาก “ข้อมูลตำแหน่งที่บาร์ทจะเข้าไป ‘ล่าสมบัติส่วนตัว’ ในคืนนี้ ถูกส่งเข้าที่อยู่ลับเรียบร้อยแล้วค่ะ เส้นทางที่เขาเลือกใช้เป็นเขตอับสัญญาณทั้งหมด ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีฮันเตอร์คนไหนในสังกัดกิลด์หมาป่าโลหิตจะเดินตามเขาเข้าไปเกินระยะสิบเมตร” “ดีมากครับ” ซีโร่สวมถุงมือหนังสีดำสนิท “ช่วยเตรียมชุดซัพพอร์ตระดับต่ำที่ไม่มีตรากิลด์และไม่มีบันทึกรหัสประจำตัวไว้ให้ผมชุดหนึ่ง ส่วนที่เหลือ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของความเงียบครับ” *** ภายในดันเจี้ยนระดับ B ที่รกร้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยไอเย็นของความตาย เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังก้องในโถงถ้ำ บาร์ทเดินนำลูกน้องฝีมือดีอีกสามคนมุ่งหน้าไปยังใจกลางรอยแยก “เจ้านั่นมันคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน!” บาร์ทสบถพลางใช้ดาบใหญ่ฟันคริสตัลข้างทางจนแตกกระจาย “ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่เพิ่งตั้งกิลด์กระจอกๆ แต่กลับทำตัวถือดีไม่ยอมก้มหัวให้พวกเรา คืนนี้ถ้าเราจัดการมันได้สมบัติทั้งหมดในหอคอยนี้จะเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว” “หัวหน้าครับ... ผมรู้สึกว่าที่นี่มันเงียบผิดปกติ” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ตั้งแต่เราเข้ามา ยังไม่เจอแม้แต่สไลม์ตัวเดียวเลยครับ” บาร์ทชะงักฝีเท้า เขาหันมองรอบกาย ทันใดนั้น ไฟส่องสว่างบนไหล่ของพวกเขาก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันที ความเงียบที่น่าอึดอัดทำหน้าที่เป็นเพชฌฆาตที่กดทับสติสัมปชัญญะของทุกคนให้แตกสลาย *ฉับ!* เสียงของมีคมตัดผ่านลำคอเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ ลูกน้องคนหนึ่งทรุดลงกองกับพื้นโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้อง บาร์ทเหวี่ยงดาบใหญ่หมุนตัวไปรอบทิศทาง “ใคร! ออกมา! อย่ามุดหัวอยู่ในเงามืดแบบคนขี้ขลาด!” ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงแรงปะทะที่ไร้ที่มาส่งผลให้ลูกน้องคนที่สองกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำจนกระดูกแตกละเอียด บาร์ทเริ่มหอบหายใจถี่ เขาใช้ ‘ทักษะตรวจสอบ’ ระดับสูงกวาดหาพลังงานรอบตัว แต่ทว่า… ระบบของเขากลับแจ้งเตือนเพียงค่าว่างเปล่า “ไม่มีร่องรอยพลังเวท ไม่มีจิตสังหาร...” บาร์ทพึมพำด้วยความตื่นตระหนก “นี่มันฝีมือของใครกัน!” “ความตายไม่จำเป็นต้องมีจิตสังหารครับบาร์ท” เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลังของเขาโดยตรง ซีโร่ปรากฏตัวขึ้นในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากไร้ลวดลาย “มันต้องการแค่ความแม่นยำ และเวลาที่เหมาะสม” บาร์ทหมุนตัวกลับมาหมายจะฟาดดาบใส่ร่างนั้น แต่ซีโร่กลับขยับตัวไวกว่า เขากดจุดประสาทที่ต้นคอของบาร์ทด้วยนิ้วเพียงสองนิ้ว ก่อนจะกระซิบข้างหูของชายผู้โอหัง “คุณเคยวางแผนทำลายชีวิตคนอื่นมานับไม่ถ้วนใช่ไหมครับ? คืนนี้... ถือว่าเป็นการชดใช้คืนให้กับความสงบสุขที่ถูกพรากไปก็แล้วกัน” ซีโร่แทงมีดสั้นเข้าที่จุดตายบนร่างกายของบาร์ทอย่างรวดเร็วและหมดจด การเคลื่อนไหวของเขานุ่มนวลประหนึ่งงานศิลปะ ไม่มีการทารุณ ไม่มีการทรมาน มีเพียงความเร็วที่ดับลมหายใจของศัตรูภายในพริบตาเดียว ร่างของบาร์ททรุดลงอย่างไร้ความรู้สึกก่อนจะสิ้นใจไปโดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเห็นใบหน้าของผู้ที่สังหารเขา ซีโร่ถอยออกมาหนึ่งก้าว เขามองดูร่างที่ไร้วิญญาณเหล่านั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เขาดึงอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันคือเครื่องปล่อยคลื่นรบกวนความถี่ต่ำที่ทำให้มอนสเตอร์ในระดับลึกพุ่งตรงมายังจุดนี้ตามสัญชาตญาณของการล่า “การตายในที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับสูง... สำหรับคนของกิลด์หมาป่าโลหิต นับว่าเป็นเรื่องปกติที่น่าเศร้าจริงๆ ครับ” เขาหันหลังเดินกลับสู่ทางออกโดยไม่หันกลับไปมองผลงานแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่เสียงคำรามของมอนสเตอร์จากส่วนลึกของดันเจี้ยนเริ่มดังก้องใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อซีโร่ก้าวออกมาจากดันเจี้ยน แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดกระทบใบหน้าของเขา ลูเซียที่รออยู่บนรถหรูหราขยับยิ้มให้ “เรียบร้อยแล้วนะคะ?” “เรียบร้อยครับ” ซีโร่ตอบสั้นๆ ขณะถอดถุงมือที่เปื้อนเลือดออกแล้วโยนมันทิ้งลงในถังทำลายหลักฐานอัตโนมัติ “แต่มีข่าวร้ายมาแจ้งค่ะ” ลูเซียหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแสดงข้อความที่เพิ่งได้รับ “กิลด์อันดับหนึ่งของโลกเพิ่งส่งคำเชิญมาให้คุณเข้าร่วมการประชุมระดับสูงในวันพรุ่งนี้... โดยระบุชื่อผู้ส่งถึง ‘จักรพรรดิไร้เงา’ ทั้งที่เราเพิ่งเริ่มเปิดตัวกิลด์ได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น” ซีโร่ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงความยินดี แต่เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนไว้ด้วยแผนการที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม “จักรพรรดิไร้เงางั้นหรือครับ? ดูเหมือนว่าจะมีคนมองเห็น ‘เงา’ ของเราเข้าให้แล้วสิครับ” ซีโร่ก้าวขึ้นรถ ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ลูเซียถึงกับตัวเย็นวาบ “เตรียมตัวให้พร้อม ลูเซีย คืนพรุ่งนี้... เราจะไม่ได้ไปในฐานะผู้ร่วมประชุม แต่เราจะไปในฐานะ ‘เจ้าของ’ ของที่นั่น” ใครกันที่เป็นคนส่งคำเชิญนี้? และทำไมเขาถึงรู้ชื่อที่ซีโร่ไม่เคยบอกใคร แม้แต่คนในกิลด์ของตัวเอง? ความลับที่ถูกฝังไว้อาจจะกำลังถูกขุดขึ้นมา... หรือนี่เป็นเพียงหมากตัวใหม่ที่ซีโร่เองก็ยังไม่เคยคาดคิด? *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสู่จุดสูงสุดของโลกแห่งนี้ครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%