ละอองแสงสีครามที่เคยเป็นร่างของลูเซียยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ พื้นที่เบื้องหน้าผมไม่ใช่ห้องควบคุมของระบบอันเย็นเยียบอีกต่อไป แต่มันคือมหาวิหารแห่งความว่างเปล่า ที่ซึ่งกฎฟิสิกส์ทุกข้อถูกบิดเบือนด้วยโค้ดสีแดงฉานที่กำลังเต้นเร่งราวกับชีพจรใกล้แตกดับ
ผมก้มลงมองมือตัวเอง ความสั่นเทาเมื่อครู่เลือนหายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอันลึกซึ้งที่กัดกินหัวใจทีละน้อย ความทรงจำที่ถูกระบบลบเลือนไปตลอดกาล... การเสียสละของเธอ ตัวตนที่แท้จริงของ "ศูนย์กลาง" (The Core) ทั้งหมดถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันในหัวสมองระดับอัจฉริยะของผมอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงการคำนวณขั้นสุดท้ายที่แม่นยำยิ่งกว่าเครื่องจักร
"คุณคิดว่าจะหยุดผมได้ด้วยการตายงั้นเหรอ ลูเซีย..." ผมพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงเรียบสนิทแต่ก้องกังวานในโสตประสาท
เบื้องหน้าผม ห่างออกไปสามสิบเมตร แกนกลางของระบบที่เรียกว่า 'เอนโดเรอา' กำลังสั่นสะเทือน มันคือลูกบอลพลังงานแสงสีดำสนิทที่แผ่แรงโน้มถ่วงมหาศาลดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง มันคือสิ่งคุมขังมวลมนุษยชาติ มันคือตัวการที่สร้าง 'หอคอย' ขึ้นมาเพื่อสูบกินวิญญาณของเหล่าฮันเตอร์ให้กลายเป็นแค่แบตเตอรี่ขับเคลื่อนจักรวาลจำลองแห่งนี้
กิลด์ 'โซเวอเรน' ที่ผมสร้างขึ้นจากมือ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ วางแผนมานับร้อยแผน ก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลก... ทั้งหมดก็เพื่อวินาทีนี้
ผมก้าวเดินไปข้างหน้า เสียงรองเท้าหนังกระทบกับพื้นกระจกใสที่สะท้อนภาพท้องฟ้าสีเลือด เสียงนั้นก้องกังวานเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว ในมือขวา ดาบสั้นคาตานะเล่มเดิมที่เคยร่วงหล่น ถูกตวัดขึ้นตั้งรับอีกครั้ง คมดาบอาบไล้ด้วยออร่าสีดำทมิฬที่ผสมผสานกับเนตรมารวิเคราะห์จุดอ่อน
*[ระบบเตือนภัยฉุกเฉินระดับวิกฤต: ตรวจพบความผิดปกติในแกนกลางฮันเตอร์ระดับ S-Zero... คำเตือน! ผู้เล่นกำลังฝ่าฝืนกฎสูงสุดแห่งการควบคุม]*
เสียงสังเคราะห์ของระบบดังแผดจ้าขึ้นในหัว สมองของผมถูกโจมตีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พยายามจะรีเซ็ตความทรงจำอีกรอบ แต่ทว่า... ครั้งนี้มันสายเกินไปแล้ว
ผมเหยียดยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มของนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์
"ระบบงั้นเหรอ... แกมันก็แค่โปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นโดยพวกที่หวาดกลัวพลังของมนุษย์เท่านั้นแหละ"
ผมพุ่งทะยานออกไปร่างกลายเป็นเงาสสีดำสายหนึ่ง พริบตาเดียว แสงเลเซอร์นับพันเส้นที่ถูกยิงออกมาจากผนังมหาวิหารเพื่อสกัดกั้น ก็ถูกฟันขาดสะบั้นลงด้วยการตวัดดาบเพียงครั้งเดียว เศษละอองแสงกระเด็นว่อน ผมใช้ทักษะ 'ก้าวพริบตาแห่งความมืด' (Dark Blink) ลัดผ่านมิติเข้าไปประชิดตัวแกนกลางเอนโดเรอาในระยะประชิด
ตรงหน้าแกนกลาง มีร่างโฮโลแกรมของชายชราผู้สวมชุดสูทสีขาวสะอาดตา ปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย
"เจ้าหนู... แกคิดว่าการทำลายโครงสร้างชั้นนอก จะทำให้แกเปลี่ยนชะตากรรมของโลกใบนี้ได้จริงงั้นรึ? ฮันเตอร์ทุกคนถูกฝัง 'พันธสัญญาแห่งเงา' ไว้ในสายเลือด ตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกมันปีนขึ้นมาบนหอคอยนี้ ต่อให้แกฆ่าฉัน โค้ดคำสั่งก็จะรีเซ็ตมนุษยชาติให้กลับไปสู่จุดเริ่มต้น... วัฏจักรนี้ไม่มีวันสิ้นสุดหรอก"
เสียงของมันดังก้องสะท้อนไปทั่วทิศทาง เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของผู้สร้าง
ผมหยุดฝีเท้าลง ห่างจากร่างโฮโลแกรมนั้นเพียงคืบเดียว ดาบในมือชี้ตรงไปที่กึ่งกลางหน้าอกของมัน สายตาสุขุมเยือกเย็นจ้องมองทะลุผ่านข้อมูลโค้ดนับล้านที่กำลังไหลเวียน
"แกพูดถูกส่วนหนึ่ง..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "วัฏจักรมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขังพวกเราไว้จริง ๆ... แต่นั่นก็ต่อเมื่อพวกแกยังคิดว่ามนุษย์เป็นแค่ตัวหมากในกระดาน"
"แกหมายความว่ายังไง?" ร่างโฮโลแกรมขมวดคิ้วเล็กน้อย ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยนิดของผม
"ผมไม่ได้มาเพื่อ 'ทำลาย' หอคอยนี้แต่แรกแล้ว..." ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏเด่นชัดขึ้น "แต่ผมมาเพื่อ 'เขียนโค้ดใหม่' ต่างหาก"
สิ้นคำพูดของผม นิ้วมือซ้ายที่สวมแหวนมิติอยู่ ก็ดีดออกเบื้องหน้าอย่างแรง
*เป๊าะ!*
ทันใดนั้น โค้ดสีฟ้าที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของกิลด์โซเวอเรนทั่วโลก ที่ผมแอบฝังไว้ผ่านระบบภารกิจลับตลอดสามปีที่ผ่านมา ก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน มันไม่ใช่โค้ดทำลายล้าง แต่มันคือ 'ไวรัสแห่งเจตจำนงเสรี' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแฮกเข้าสู่รากฐานของระบบโดยเฉพาะ!
แกนกลางเอนโดเรอาส่งเสียงกรีดร้องออกมาเป็นกระแสคลื่นความถี่สูงที่ทำเอาแก้วหูเกือบแตก แสงสีดำสนิทเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามสว่างจ้า โค้ดสีแดงฉานถูกแทนที่ด้วยอักขระสีทองคำเปลวทีละบรรทัด ๆ ร่างโฮโลแกรมของชายชราเริ่มบิดเบี้ยวและแตกสลายกลายเป็นผุยผง
*[ประกาศจากระบบหลัก: กำลังดำเนินการลบล้างเงื่อนไขการควบคุมฮันเตอร์... 10%... 50%... 90%...]*
หน้าจอสีแดงที่เคยคุกคามโลกใบนี้มานับศตวรรษ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตอันสงบเงียบ เสียงแจ้งเตือนสุดท้ายดังขึ้นในหัวของผมอย่างชัดเจน
*[คำเตือน: เงื่อนไขการเป็นทาสของระบบถูกทำลายสิ้นเชิง มนุษยชาติได้รับสิทธิ์ในการควบคุมโชคชะตาของตนเองอย่างสมบูรณ์]*
ผมยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางละอองแสงสีทองที่โปรยปรายลงมาราวกับหิมะในฤดูใบไม้ผลิ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดถาโถมเข้าใส่ร่างกาย แต่ความรู้สึกโล่งใจและชัยชนะกลับหอมหวานยิ่งกว่าสิ่งใด ลูเซีย... เธอเห็นไหม? ผมทำมันสำเร็จแล้ว โลกิ... เร็น... และสมาชิกกิลด์ทุกคน พวกเราหลุดพ้นจากกรงขังนี้แล้ว
ผมลดดาบลง เก็บมันเข้าฝักอย่างใจเย็น กำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินออกจากมหาวิหารแห่งนี้ไปพบกับแสงสว่างเบื้องล่างที่รอนักรบของผมอยู่
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่ง ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังแกนกลางที่เพิ่งถูกทำลาย เสียงนั้นไม่ได้มาจากระบบ และไม่ได้มาจากหอคอย... แต่มันคือเสียงของ 'สิ่งมีชีวิต' ที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามนี้
ผมชะงักฝีเท้าทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดระดับ S-Zero ส่งเสียงร้องเตือนภัยลั่นในหัว สมองวิเคราะห์ความเสี่ยงพุ่งทะยานสู่ขีดสุดในเสี้ยววินาที
ผมค่อย ๆ หันกลับไปมองช้า ๆ ท่ามกลางหมอกควันสีทองที่จางลง ปรากฏเงาร่างของชายสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากโลหะลึกลับ และในมือของเขากำลังถือบางสิ่งบางอย่าง... บางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดลงทันที
"ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงครับ... ผู้เล่นหมายเลขศูนย์ หรือควรจะเรียกว่า... 'ผู้สร้างคนก่อน' ดีล่ะ?"
ขอบอกเล่าความในใจสั้น ๆ ถึงรี้ดเดอร์ทุกท่าน: ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหอคอยแห่งนี้มาด้วยกันจนถึงวินาทีพลิกผันนี้นะครับ
---
*โอเวอร์ลอร์ดซีโร่*
Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 22
การล่มสลายของหอคอย
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!