กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคาร์บอนที่ถูกเผาไหม้คละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าซีโร่กลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา
เบื้องหน้าของเขา คือซากปรักหักพังของ "หอคอยแห่งการจัดอันดับ" สิ่งก่อสร้างที่เคยค้ำจุนโครงสร้างอำนาจทั้งหมดของโลกฮันเตอร์มานานนับทศวรรษ บัดนี้มันเหลือเพียงโครงเหล็กบิดเบี้ยวและเศษหินที่ยังคุกรุ่นด้วยไอความร้อนจากการระเบิด ระบบการจัดอันดับที่มนุษยชาติต่างก้มหัวให้ ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของกิลด์ "ซีโร่พอยต์" จนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
"ระบบถูกกวาดล้างจนถึงรากฐานแล้วครับ นายท่าน"
เสียงของลูเซียลอดผ่านอุปกรณ์สื่อสารชิ้นเล็กที่แนบอยู่กับใบหู น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาลตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมา หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติเบื้องหน้าเธอแสดงกราฟสถานะของตลาดหุ้นทั่วโลกที่กำลังดิ่งเหว และความโกลาหลของเหล่าฮันเตอร์อิสระที่สูญเสียพลังสนับสนุนจากระบบ
"แต่ผมไม่ได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเลยนะ ลูเซีย" ซซีโร่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ สุภาพเรียบร้อยตามแบบฉบับของเขา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองผ่านกลุ่มควันสีเทาหนาทึบ
"เพราะเกมยังไม่จบครับ" ลูเซียตอบกลับทันทีราวกับอ่านใจเขาได้ "ความโล่งอกเป็นสิทธิพิเศษของผู้ชนะที่แท้จริง แต่นายท่าน... สิ่งที่กำลังรอเราอยู่หลังม่านของหอคอยนี้ ไม่ใช่ร่องรอยของระบบ แต่เป็นสิ่งขับเคลื่อนมันตั้งแต่แรกเริ่ม"
ซีโร่ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาอีก เขาก้าวเท้าเดินผ่านซากปรักหักพัง พื้นรองเท้าหนังชั้นดีเหยียบย่ำลงบนเศษกระจกและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังคงมีประกายไฟแปล๊บปลาบ เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง ในขณะที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิรอบกายลดลงอย่างรวดเร็วจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รัศมีหนึ่งกิโลเมตร ไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบที่กดทับประสาทสัมผัส ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
แล้วเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังขึ้น...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
มันเป็นเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตอย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ
ซีโร่หยุดเดิน เขาเงยหน้าขึ้นมองผ่านกลุ่มควันจางๆ ร่างของชายผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดของชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุด ชายคนนั้นสวมชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มไร้รอยยับ ทรงผมถูกจัดแต่งอย่างประณีต ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ไปถึงดวงตา ทว่าสิ่งที่ทำให้ซีโร่ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็น "ออร่า" ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายผู้นั้น
มันคือความกระหายที่ไร้ที่สิ้นสุด
"ไม่น่าเชื่อเลย..." เสียงนุ่มทุ่มเอ่ยขึ้น ก้องกังวานไปทั่วซากปรักหักพัง "มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไต่เต้ามาจากก้นบึ้งของฮันเตอร์แทงก์แรงก์ E จะสามารถถอนรากถอนโคนสิ่งที่ข้าใช้เวลาสร้างมานับร้อยปีได้ด้วยตัวคนเดียว... ไม่สิ ต้องเรียกว่าด้วย 'แผนการ' ของนายสินะ ซีโร่"
ซีโร่ประสานสายตากับผู้มาเยือนอย่างไม่หวั่นเกรง เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนมุมปาก แม้ภายในสมองจะกำลังประมวลผลข้อมูลทุกมิติด้วยความเร็วสูง
"ยินดีที่ได้พบครับ ผู้บริหารสูงสุด... หรือเราควรจะเรียกว่า 'ต้นกำเนิดแห่งความโลภ' ดีล่ะครับ" ซีโร่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
ชายในชุดสูทหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนให้รู้สึกอึดอัดชอบกล เขาคือ 'มัลคอล์ม' (Malcolm) ตัวตนระดับสูงที่เคยซ่อนอยู่เบื้องหลังสมาคมฮันเตอร์นานาชาติ และเป็นผู้ถือครองสิทธิ์ขาดเหนือระบบการจัดอันดับทั้งหมด
"สรรพนามไม่ได้สำคัญหรอกซีโร่" มัลคอล์มก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากซีโร่เพียงสามก้าว เขายกมือขึ้นจัดเนกไทของตนเองอย่างใจเย็น "สิ่งที่สำคัญคือ... นายรู้ตัวไหมว่านายกำลังทำอะไรลงไป? การทำลายระบบ ไม่ได้หมายความว่านายปลดปล่อยมนุษยชาติ แต่นายกำลังเปิดประตูให้ความอยากรู้อยากเห็นและความโลภที่แท้จริงได้ตื่นขึ้นมาต่างหาก"
"ผมทราบดีครับ" ซซีโร่ตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด สายตาคมกราบกรานสำรวจทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย "เพราะระบบที่คุณสร้างขึ้น มันไม่ใช่เครื่องมือควบคุมความโลภ แต่มันคือ 'ตะแกรง' ที่คอยกลั่นกรองความโลภให้ส่งต่อมาถึงมือคุณแต่เพียงผู้เดียวต่างหาก... มนุษย์เราไม่ได้ต้องการให้ใครมาจัดลำดับคุณค่า แต่มนุษย์ต้องการอิสระในการเลือกที่จะโลภด้วยตัวเองต่างหากล่ะครับ"
มัลคอล์มชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวسเราะดังลั่นที่เต็มไปด้วยความขบขัน
"ช่างเป็นมุมมองที่โรแมนติกเสียจริง... สำหรับคนที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารคนใหม่" มัลคอล์มก้าวเข้ามาประชิดอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามเรืองรองด้วยพลังงานมหาศาล "นายคิดว่ากิลด์ 'ซีโร่พอยต์' ของนายยิ่งใหญ่มากสินะ? นายคิดว่าการมีพรรคพวก มีลูเซียคอยจัดการข้อมูล และมีกองกำลังฮันเตอร์นับพันอยู่เบื้องหลัง จะทำให้นายไร้เทียมทานงั้นรึ?"
พลังกดดันระดับหายนะแผ่พุ่งออกมาจากร่างของมัลคอล์ม พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองเริ่มปริร้าวและยุบตัวลงเป็นวงกว้าง แรงโน้มถ่วงรอบตัวแปรปรวนจนเศษหินลอยเคว้งคว้างในอากาศ
"ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานครับ" ซซีโร่กล่าวตอบ น้ำเสียงของเขายังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แม้กระแสลมรอบตัวจะกรีดกรายเข้าปะทะใบหน้าจนเส้นผมสะบัด "ความประมาทคือความตาย และผมเกลียดความตายพอกับการพ่ายแพ้... แต่สิ่งที่ผมมั่นใจยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ก็คือความจริงที่ว่า..."
ซีโร่หยุดพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีทองของมัลคอล์ม ราวกับต้องการมองทะลุถึงแก่นแท้ของพลังงานที่ขับเคลื่อนชายผู้นี้
"...ความโลภของคุณ ได้หมดอายุการใช้งานไปตั้งแต่ตอนที่คุณก้าวเท้าออกมาจากเงามืดแล้วล่ะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ซซีโร่ไม่ได้ถอยหลัง แต่เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับที่ฝ่ามือขวาตวัดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ มีดสั้นเคลือบพลังงานสีครามเข้มปรากฏขึ้นในมือของเขา พุ่งเข้าปะทะกับม่านพลังงานสีทองของมัลคอล์มจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วบริเวณ
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่าง 'ผู้สร้างระบบ' และ 'ผู้ทำลาย' ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยไม่มีบทสนทนาใดๆ อีก
***
ผ่านไปสิบนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านไปทั่วซากปรักหักพัง
มัลคอล์มทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นคอนกรีตที่แตกละเอียด ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น เสื้อสูทราคาแพงขาดวิ่นเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนและหน้าอก เลือดสีแดงเข้มไหลรินอาบพื้น ทว่าสิ่งที่น่าตกใจที่สุด คือพลังงานสีทองที่เคยเรืองรองรอบตัวเขากลับค่อยๆ เลือนหายไป ราวกับถูกสูบหายเข้าไปในความว่างเปล่า
ซซีโร่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงสองเมตร ปลายมีดสั้นในมือของเขามีหยดเลือดหยดลงสู่พื้นผิวคอนกรีตช้าๆ *ติ๋ง... ติ๋ง...* ร่างกายของซีโร่มีร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้เช่นกัน แต่ทว่าแววตาของเขายังคงคมกริบและเปี่ยมด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วน
"แก... ซีโร่..." มัลคอล์มเงยหน้าขึ้นมองด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว เลือดไหลมุมปาก "แกคิดว่าแกชนะฉันแล้วงั้นเหรอ? แกคิดว่าการกำจัดฉัน จะทำให้แกกลายเป็นผู้ครองโลกที่แท้จริงได้รึไง?"
"ผมไม่เคยมีความต้องการที่จะครองโลกหรอกครับ" ซซีโร่ลดมีดสั้นลง น้ำเสียงของเขายังคงสุภาพและนุ่มนวลเหมือนเช่นเคย "โลกใบนี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะมีใครมาครอบครองได้... มันเป็นเพียงกระดานหมากรุก และผมแค่ต้องการเป็นผู้เล่นที่กำหนดกฎเกณฑ์ของกระดานนี้ก็เท่านั้น"
มัลคอล์มหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่น แม้ว่าเลือดจะทะลักออกจากปาก "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเย่อหยิ่งเสียจริง! แต่รู้ไหม... สิ่งที่นายทำลายมันไม่ใช่แค่ระบบของฉันหรอกนะ ซีโร่..."
ซีโร่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ความรู้สึกสงสัยฉายชัดขึ้นในแววตาของเขา
"แกหมายความว่าอย่างไร?"
มัลคอล์มยื่นมือที่สั่นเทาชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือซากหักพัง เมฆหมอกสีดำทึบที่ปกคลุมเมืองมาตลอดหลายปี ค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่เหนือชั้นบรรยากาศ... สิ่งที่ไม่เคยปรากฏบนเรดาร์ของกิลด์ซีโร่พอยต์มาก่อน
มันไม่ใช่ดวงดาว และไม่ใช่ยานอวกาศ
แต่มันคือ "ดวงตาขนาดยักษ์" สีดำสนิท ที่กำลังจ้องมองลงมายังพื้นโลกด้วยความกระหายอันไร้ขอบเขต
เสียงของลูเซียพลันดังแทรกเข้ามาในหูฟังของซีโร่ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและขาดๆ หายๆ เป็นครั้งแรกที่เธอลืมความเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น
*"นายท่าน... สัญญาณเตือนภัยระดับโอมิกะ... ไม่สิ... ค่าพลังงานที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการคำนวณกำลังพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ... มัน... มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากโลกใบนี้...!"*
ซีโร่เงยหน้าขึ้นมองดวงตาสีดำยักษ์บนท้องฟ้าที่กำลังกะพริบช้าๆ ราวกับมันกำลังตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน รอยยิ้มสุภาพบนมุมปากของเขาค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันที่ลึกล้ำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
มัลคอล์มยิ้มเยาะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองและจางหายไปในอากาศ พร้อมกับเสียงกระซิบสุดท้ายที่ทิ้งไว้ในสายลม
*"...ยินดีต้อนรับสู่เกมจริงนะ ซีโร่... ผู้เล่นหมายเลขศูนย์..."*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและแสงสว่างมาด้วยกัน จนถึงบรรทัดนี้นะครับ
— โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 23
จักรพรรดิผู้โดดเดี่ยว
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!