“อย่าขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว... ถ้าไม่อยากให้ปืนเก็บเสียงกระบอกนี้ฝังรอยกระสุนไว้ที่ท้ายทอยคุณ”
น้ำเสียงที่เย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาดดังก้องขึ้นจากเงามืดหลังม่านหน้าต่าง ผมนิ่งงัน รูปถ่ายในมือที่เคยยับยู่ยี่หลุดร่วงลงสู่พื้นพรมสีเข้ม เสียงนาฬิกาพกบนโต๊ะทำงานเดินสม่ำเสมอเป็นจังหวะที่ขัดกับหัวใจของผมที่เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
ผมค่อยๆ หมุนเก้าอี้หนังราคาแพงกลับไปช้าๆ ใบหน้าภายใต้เงามืดค่อยๆ เผยให้เห็นโครงหน้าชัดขึ้น ดวงตาคู่เดิมที่ผมเคยเห็นผ่านเลนส์กล้องในสนามรบเมื่อห้าปีก่อน... ดวงตาที่ควรจะดับสูญไปพร้อมกับฐานทัพแตกที่แนวหน้า กลับมาจ้องมองผมด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
“การตายปลอมๆ เป็นงานถนัดของคุณเสมอมานะ ‘วาร์กัส’” ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สุขุมราวกับคุยเรื่องสภาพอากาศ ไม่ใช่เรื่องความเป็นความตาย “แต่การบุกเข้ามาในสำนักงานของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต... นี่คือการตัดสินใจที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตคุณ”
วาร์กัสหัวเราะหึในลำคอ แสงจันทร์สลัวทอดผ่านใบหน้าซีกหนึ่งที่มีรอยแผลเป็น “โง่เขลาเหรอซีโร่? นายดูรอบตัวนายสิ นายคุมกิลด์ระดับโลก นายมีเงินล้นฟ้า แต่ทำไมนายถึงรู้สึกถึงกระบอกปืนที่จ่อหลังอยู่ได้ล่ะ?”
ผมไม่ตอบ แต่สายตาของผมเหลือบไปเห็นตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลกราฟิกเส้นสายเครือข่าย นี่คือหัวใจสำคัญของอำนาจที่แท้จริง ไม่ใช่ดาบเลเซอร์หรือเกราะระดับตำนาน แต่มันคือ ‘โรงงานผลิตวัตถุดิบและชิปประมวลผล’ ที่กิลด์เบอร์หนึ่งอย่าง ‘พาราด็อกซ์’ กำลังหลงระเริงว่าตนเป็นเจ้าของ
“คุณคิดว่าตัวเองกำลังขู่ผมอยู่ใช่ไหม?” ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก “คุณไม่รู้เลยหรือว่าทำไมการผลิตไอเทมในตลาดมืดถึงหยุดชะงักไปเมื่อสามวันก่อน ทำไมค่าเงินฮันเตอร์ถึงผันผวนจนสมาคมควบคุมไม่ได้... วาร์กัส คุณกำลังเล็งปืนใส่คนที่กุมคอหอยของเศรษฐกิจทั้งระบบอยู่นะครับ”
วาร์กัสชะงักไปเล็กน้อย มือที่ถือปืนสั่นไหวนิดๆ เขาคือสายลับชั้นยอด แต่เขาก็เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่มองไม่เห็นกระดานทั้งใบ
“นายหมายความว่าไง?”
“ลูเซีย” ผมเรียกเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากวาร์กัส
ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ลูเซียเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเธอเรียบเฉยไร้อารมณ์ เธอวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ข้อมูลการโอนหุ้นและเอกสารการครอบครองสิทธิ์ขาดในโรงงานผลิตชิ้นส่วนวิเศษทั่วทวีปปรากฏขึ้นเป็นแถบสีแดงฉาน
“ฐานการผลิตหลักสิบสองแห่งที่สำคัญที่สุดของโลก ตอนนี้อยู่ภายใต้ชื่อนอมินีของ ‘ซีโร่ กิลด์’ เรียบร้อยแล้วค่ะ” ลูเซียรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “รวมถึงโครงข่ายการจัดส่งไอเทมเกรด S ทุกเส้นทาง... วาร์กัส คุณกำลังยืนอยู่ในสถานที่ที่ควบคุมลมหายใจของฮันเตอร์ทุกคนในโลกนี้”
วาร์กัสถอยหลังไปหนึ่งก้าว ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน “เป็นไปไม่ได้... กิลด์ใหญ่ๆ พวกนั้น พวกเขาจะยอมได้ยังไง?”
“พวกเขายอม เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกไงครับ” ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหาเขาอย่างใจเย็น “เมื่อคุณกุมวัตถุดิบที่ทุกคนต้องใช้ คุณก็กุมชีวิตของพวกเขา ผมไม่ได้สร้างกิลด์เพื่อไปเป็นเบอร์หนึ่งของโลก แต่ผมสร้างกิลด์เพื่อเป็นเจ้าของโลกใบนี้”
ผมหยุดยืนตรงหน้าวาร์กัส ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว ปลายกระบอกปืนของเขายังคงจ่ออยู่ที่อกผม แต่ความกดดันที่แผ่ออกมากลับเป็นผมที่ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด
“คุณมาที่นี่เพื่อฆ่าผมตามคำสั่งของใครบางคนใช่ไหม? คนที่เคยส่งคุณไปตายในสงครามเมื่อห้าปีก่อนนั่นแหละ... แต่เชื่อผมเถอะ ในเมื่อคุณมีโอกาสเลือกชีวิตใหม่แล้ว ทำไมไม่ลองมาเป็นมือที่มองไม่เห็นให้ผมแทนล่ะ?”
ผมเอื้อมมือออกไปช้าๆ ผลักปากกระบอกปืนให้ลดต่ำลง วาร์กัสไม่ได้ขัดขืน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความมุ่งร้ายเป็นความสับสนและหวาดกลัวต่ออำนาจที่อยู่ตรงหน้า
“ที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับความจงรักภักดีที่ผิดที่ผิดทางหรอกนะวาร์กัส มีแต่ผลประโยชน์และทางรอด” ผมตบไหล่เขาเบาๆ “ลองไปคิดดูให้ดี แล้วคุณจะรู้ว่าเงามืดที่คุณอาศัยอยู่น่ะ... แท้จริงแล้วมันเป็นของผมมาตั้งแต่ต้นแล้ว”
ลูเซียส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดที่ยืนแฝงตัวอยู่ในเงามืดล้อมวาร์กัสไว้ เขาไม่ได้ถูกจับตัว แต่เขาถูกล้อมด้วย ‘ข้อเสนอ’ ที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ผมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน มองดูรูปถ่ายที่ร่วงอยู่บนพื้นอีกครั้ง มือของผมหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะจุดไฟแช็กแล้วเผามันจนเป็นเถ้าถ่าน อำนาจที่มองไม่เห็นไม่ใช่เรื่องของเวทมนตร์ แต่มันคือเรื่องของการกุมความลับและทรัพยากรไว้ในกำมือเพียงผู้เดียว
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะหันไปสั่งงานลูเซีย เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนตัวของผมก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่มันคือ ‘เสียงเตือนภัยระดับวิกฤต’ จากคลังเก็บไอเทมที่ผมเชื่อว่าปลอดภัยที่สุด... คลังที่ถูกล็อกด้วยรหัสที่แม้แต่ลูเซียก็ไม่รู้
หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏขึ้นตรงหน้า สิ่งที่ผมเห็นทำให้ลมหายใจผมสะดุดไปชั่วขณะ ไอเทมหลักที่ผมใช้ควบคุมโรงงานทั่วโลกกำลังถูก ‘ถอนรหัส’ ทีละชั้นจากบุคคลที่ไม่มีตัวตนในฐานข้อมูล
ตัวเลขบนหน้าจอวิ่งสวนทางกับเวลาที่เหลืออยู่น้อยลงเรื่อยๆ และมีข้อความหนึ่งพิมพ์ทิ้งไว้บนระบบของผมว่า... “ฉันเห็นคุณมาตลอด ซีโร่... หมากกระดานนี้ไม่ได้มีแค่คุณที่เดินคนเดียว”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายอำนาจไปกับผมครับ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 13
อำนาจที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Point: ปฐมบทจักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!