เสียงปิดแฟ้มเอกสารราคาแพงดัง ‘ปึก’ ลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คหนาหนัก มันไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในห้องประชุมที่เงียบสงัดจนชวนอึดอัด แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผลต่อเส้นประสาทของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเห็นได้ชัด
“คุณพยายามจะบอกว่า อำนาจการตัดสินใจในการจัดการมอนสเตอร์ระดับ S-Class ที่ปรากฏตัวในเขตโซนตะวันตก... ควรจะตกเป็นของกองทัพรัฐบาลอย่างนั้นหรือครับ ท่านรัฐมนตรี?”
ซีโร่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคู่คมกริบของเขาสบประสานกับนัยน์ตาที่สั่นระริกของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตร หากแต่เป็นรอยยิ้มของผู้ล่าที่มองเห็นเหยื่อกำลังเดินเข้ากรงขังด้วยความเต็มใจ
“นี่คือความมั่นคงของชาติ ซีโร่” ท่านรัฐมนตรีกล่าวเสียงแข็ง แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมออกมาตามไรผม “กิลด์ของคุณเติบโตเร็วเกินไปจนน่ากลัว การกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือทรัพยากรพลังงานจากดันเจี้ยนไว้เพียงลำพัง มันเป็นภัยคุกคามต่อความสมดุลของโลก”
“ความสมดุล... หรือว่าความกลัวครับ?”
ซีโร่เอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง เขาประสานมือวางบนตักอย่างผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศในห้องที่ดูเหมือนจะถูกกดทับด้วยมวลอากาศมหาศาล เอลล่าซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเขาเพียงก้าวเดียวขยับแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย สายตาของเธอเย็นชาดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เธอไม่ได้พูดอะไร แต่เพียงแค่การขยับตัวเพียงเล็กน้อยของเธอก็ทำให้เหล่าบอดี้การ์ดของรัฐมนตรีที่ยืนเฝ้าอยู่รอบห้องต้องถอยกรูดด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่เตือนถึงอันตรายถึงชีวิต
“วางแผนมาตั้งนาน แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะว่าเจ้าของบ้านที่แท้จริงน่ะ คือใคร” ซีโร่เอ่ยขึ้นลอยๆ พลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง “ในขณะที่คุณกำลังพยายามจะยึดอำนาจสั่งการกิลด์ผ่านกฎหมายพิเศษ ผมกลับพบว่าฐานข้อมูลลับของรัฐบาลมีรูรั่วขนาดใหญ่... รั่วชนิดที่ว่าข้อมูลการทุจริตงบประมาณกองทัพฮันเตอร์ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ไปปรากฏอยู่ในมือของสื่อมวลชนอิสระเรียบร้อยแล้วครับ”
ใบหน้าของรัฐมนตรีเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดราวกับกระดาษ
“แก... แกทำอะไรลงไป!”
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ผมแค่เตือนให้คุณเห็นว่า อำนาจที่แท้จริงในยุคสมัยนี้ไม่ได้วัดกันที่ปืนหรือกฎหมาย แต่วัดกันที่ใครถือครอง ‘ความจริง’ ได้มากกว่ากัน” ซีโร่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดลงบนพื้นห้องบดบังร่างของอีกฝ่ายจนมิด “คุณคิดว่ากิลด์ของผมเป็นภัยคุกคามเหรอครับ? ผิดแล้วครับ... พวกเราคือผู้พยุงโลกใบนี้ต่างหาก ในวันที่รัฐบาลเอาแต่ทะเลาะกันเรื่องเก้าอี้ ใครล่ะครับที่เป็นคนลงไปแลกเลือดในดันเจี้ยนเพื่อปกป้องพลเมือง?”
เอลล่าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังคมชัด “ท่านรัฐมนตรีคะ ดิฉันแนะนำให้คุณเซ็นเอกสารยอมรับข้อเสนอ ‘การร่วมมือแบบอิสระ’ ที่เราเตรียมไว้ให้จะดีกว่านะคะ ก่อนที่ข้อมูลชุดต่อไปเกี่ยวกับรายชื่อบัญชีธนาคารในต่างประเทศของคุณจะถูกส่งไปยังหน่วยตรวจสอบภาษี... และสถานีข่าวทุกช่องในเวลาเดียวกัน”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด รัฐมนตรีมองดูเอกสารตรงหน้าด้วยมือที่สั่นเทา เขาถูกต้อนจนมุมในพื้นที่ที่เขาคิดว่าเป็นของตัวเอง เขามองไปที่ซีโร่ เห็นเพียงแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ชายคนนี้ไม่ใช่แค่ฮันเตอร์ แต่เป็นนักวางแผนที่มองเห็นทุกอย่างล่วงหน้าไปสิบก้าวเสมอ ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีจุดอ่อน และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีทางที่เขาจะชนะ
“พวกคุณกำลังเล่นกับไฟ” รัฐมนตรีเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ไม่เลยครับ” ซีโร่โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงเย็นเยียบส่งผลให้ขนลุกไปทั่วร่าง “พวกเรากำลังจัดการกับขยะที่ขวางทางสว่างของโลกต่างหาก”
เมื่อร่างของรัฐมนตรีเดินออกไปจากห้องด้วยความพ่ายแพ้และหวาดกลัว ซีโร่ทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง เขามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสของตึกระฟ้าที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ท้องฟ้ายามบ่ายดูหม่นหมองเล็กน้อย แต่ในใจของเขากลับแจ่มชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“ซีโร่คะ” เอลล่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “สายจากหน่วยสืบราชการลับรายงานมาว่า ทางฝั่งกิลด์พันธมิตรเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาสงสัยเรื่องความผิดปกติของเกตในโซนเหนือที่ถูกระบุว่าเป็นดันเจี้ยนระดับ S แต่มันดูเหมือนจะ... เกินกว่านั้น”
ซีโร่หรี่ตาลง เขากางแผนที่ดันเจี้ยนที่ซ้อนทับด้วยข้อมูลรหัสลับที่เขาแฮ็กมาจากเครือข่ายของรัฐบาล เส้นกราฟพลังงานที่พุ่งขึ้นสูงผิดปกติในแผนที่แสดงให้เห็นถึงจุดสีแดงเข้มที่กำลังเต้นเร่าราวกับหัวใจของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ไม่ควรจะมีอยู่บนโลกใบนี้
“มันไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับ S ครับเอลล่า” ซีโร่พึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความฉงนที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้น “มันคือรอยแยก... ที่กำลังเปิดเชื่อมต่อกับ ‘บางอย่าง’ ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน”
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นกะทันหันไปทั่วทั้งตึก ไม่ใช่เสียงเตือนปกติ แต่เป็นสัญญาณระดับสีแดงเลือดที่กิลด์ไม่ได้ใช้งานมานานนับปี หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องประชุมฉายภาพเหตุการณ์สดจากกล้องวงจรปิดในเขตใจกลางเมือง ที่ซึ่งพื้นดินกำลังปริแตกออกเป็นทางยาวราวกับรอยร้าวของกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนยักษ์
ท่ามกลางกลุ่มควันและเสียงกรีดร้องของผู้คน ร่างเงาสีดำสนิทที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่มีปีกขนาดมหึมาค่อยๆ ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า มันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนทั่วไป แต่มันมีบรรยากาศที่คุ้นเคย... คุ้นเคยจนซีโร่ต้องกำหมัดแน่นจนสั่น
นั่นไม่ใช่พลังของฮันเตอร์ แต่มันคือพลังที่เขาเคยเห็นในความฝันที่เขาสร้างขึ้นมาเอง... พลังของ ‘ผู้คุมกฎ’ ที่ควรจะมีอยู่แค่ในตำนานที่เขาสร้างขึ้นเพื่อหลอกคนทั้งโลกเท่านั้น แต่ทำไม... ทำไมมันถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ในชีวิตจริง?
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมในทุกตัวอักษรนะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่.
Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก•ตอนที่ 41
ความหวาดกลัวของรัฐบาล
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!