Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก•ตอนที่ 9

ภารกิจลับระดับ S

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“ถ้าคุณยังลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ผมแนะนำให้วางอาวุธแล้วเดินออกไปจากที่นี่ซะ เอลล่า” เสียงทุ้มต่ำของผมดังก้องอยู่ในโถงทางเดินหินอ่อนที่เย็นเยียบ กลิ่นอายของเลือดเก่าแห้งกรังผสมกับกลิ่นไอเวทมนตร์ที่ตกค้างทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้ง ผมหยุดยืนอยู่หน้าประตูมิติบิดเบี้ยวที่ดูเหมือนรอยแยกของกระจกแตกกระจาย นี่คือ ‘ดันเจี้ยนส่วนตัว’ ดันเจี้ยนระดับ S ที่ไม่มีชื่อปรากฏในสารบบของสมาคมฮันเตอร์ เอลล่าที่ยืนอยู่เบื้องหลังผมไม่แม้แต่จะขยับตัว ดวงตาคู่คมของเธอจ้องมองที่รอยแยกนั้นอย่างวิเคราะห์ มือขวากระชับปืนพกอาคมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด “คำถามไม่ใช่เรื่องความกล้าค่ะ... หมายถึง... คำถามไม่ใช่เรื่องความกล้าหรอกซีโร่” เธอแก้คำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสายตาที่ผมปรายกลับไป “ข้อมูลในคลังบันทึกที่ฉันไป ‘กู้’ มาจากเซิร์ฟเวอร์ลับของกิลด์ทมิฬระบุชัดเจนว่า ดันเจี้ยนนี้คือกับดัก หากเราเข้าไป เราจะถูกตัดขาดจากระบบสื่อสารของโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ และที่สำคัญ... ผู้ที่ทิ้งข้อความไว้ให้คุณเมื่อตอนที่แล้ว อาจจะกำลังรอเราอยู่ข้างใน” “นั่นแหละคือเหตุผลที่เราต้องเข้าไป” ผมก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จนปลายรองเท้าแตะกับเขตแดนของมิติ “ถ้ามันเป็นกับดัก เราก็แค่ทำให้กับดักนั้นกลายเป็นสุสานของคนวางแผนเสียเอง คุณยังไม่ชินอีกหรือไง เอลล่า? การจะขึ้นไปอยู่จุดสูงสุด เราต้องเหยียบลงบนซากปรักหักพังที่พวกมันสร้างไว้” ผมไม่รอให้เธอตอบ สองมือผลักบานประตูมิติที่ดูเหมือนไม่มีตัวตนนั้นออกไป แรงดึงดูดมหาศาลกระชากร่างของผมเข้าไปราวกับเหยื่อที่หลงทางในพายุโคลน ความรู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชากร่างกายออกเป็นชิ้นๆ หายไปในเสี้ยววินาที เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ดันเจี้ยนที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ แต่เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่ประดับด้วยรูปปั้นฮันเตอร์ระดับตำนานนับร้อยที่ถูกทำลายทิ้ง พื้นห้องถูกปูด้วยทองคำและกระดูกมนุษย์ที่เรียงร้อยอย่างประณีต ‘ระบบ: ตรวจพบดันเจี้ยนระดับ S - วิหารแห่งพันธสัญญาที่สาบสูญ’ ‘ระบบ: สถานะการสื่อสาร - ออฟไลน์’ ‘คำเตือน: ไอเทม ‘กุญแจแห่งความทรงจำ’ เริ่มทำงาน’ ผมสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ไอเทมที่ผมได้มาจากการเคลียร์ภารกิจระดับ A เมื่อปีก่อนกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่กุญแจ แต่มันคือกุญแจมือที่รอคอยการใส่ให้กับผู้บงการที่แท้จริง “ซีโร่... ดูนั่น” เอลล่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ที่กลางห้องโถง มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หินที่ตั้งตระหง่านอยู่บนบัลลังก์ ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงไฟในห้องไปจนหมดสิ้น เขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่รอบตัวเขากลับมีไอพลังเวทมหาศาลที่กดทับจนแม้แต่ผมยังต้องเกร็งกล้ามเนื้อขาเพื่อยืนให้ตรง “นานแล้วนะที่ไม่ได้พบกัน... สหายเก่า” ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ภายใต้ฮู้ดคือใบหน้าที่ดูเหมือนกับผมราวกับส่องกระจก ทว่าดวงตาข้างซ้ายของเขากลับเป็นสีแดงฉานเหมือนเลือด และมีรอยแผลเป็นลากยาวผ่านดวงตาลงมาถึงลำคอ หัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะปกติ แต่มันกลับเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที เขาไม่ใช่ปีศาจ แต่เขาคือ ‘ตัวตน’ ที่เกิดจากข้อมูลที่ถูกลบไปในอดีตของผม “คุณไม่ใช่ผม” ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ “คุณคือส่วนหนึ่งของระบบที่กิลด์ใหญ่สร้างขึ้นเพื่อคัดลอกทักษะของผมไปใช้เป็นเครื่องมือทำสงคราม” ร่างบนบัลลังก์หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช “ฉลาดสมกับเป็นตัวจริง แต่น่าเสียดายที่ในฐานะของ ‘ซีโร่’ คุณไม่เคยเข้าใจความจริงข้อหนึ่ง... ว่ากิลด์ที่คุณเคยรับใช้ ไม่ได้ต้องการแค่พลังของคุณ แต่พวกเขาต้องการ ‘จิตวิญญาณ’ ของคุณไปเป็นซีพียูของระบบฮันเตอร์ระดับโลกที่กำลังจะเปิดตัวในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า” ผมขยับมือเข้าหาดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวทันที จังหวะนี้เองที่เอลล่าพุ่งตัวขึ้นไปบนอากาศ ปืนในมือของเธอระดมยิงกระสุนอาคมเข้าใส่ร่างบนบัลลังก์อย่างไม่ยั้ง แสงสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วห้อง แต่กระสุนเหล่านั้นกลับสลายไปก่อนจะสัมผัสตัวชายปริศนาผู้นั้น “หยุดเถอะเอลล่า” ผมสั่งเสียงเรียบ “การโจมตีทางกายภาพใช้ไม่ได้กับโฮโลแกรมที่เชื่อมต่อกับแกนกลางของดันเจี้ยน” ชายปริศนาลุกขึ้นยืน เขาก้าวลงมาจากบัลลังก์อย่างเชื่องช้า ทุกก้าวย่างของเขาสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้กำแพงวิหารร้าวลง “คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้กับผมหรอก ซีโร่ คุณมาที่นี่เพื่อ ‘รวมร่าง’ ต่างหาก หากคุณยอมจำนน ไอเทม ‘ดวงตาแห่งผู้สังเกตการณ์’ จะปรากฏออกมา แต่หากคุณปฏิเสธ... ดันเจี้ยนนี้จะถล่มลงมาพร้อมกับร่างของคุณ” ผมมองไปที่พื้นห้องที่เริ่มปรากฏรอยร้าวเป็นเส้นใยแมงมุม ท่ามกลางวิกฤตที่บีบคั้น ผมกลับยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ทำให้เอลล่าชะงักไปชั่วครู่ “ขอบคุณที่บอกข้อมูลสำคัญให้ผมฟังนะ” ผมหยิบอุปกรณ์สื่อสารตัวจิ๋วที่แอบซ่อนไว้ในฝ่ามือขึ้นมา “การที่ดันเจี้ยนนี้ตัดการสื่อสาร ทำให้พวกเขามั่นใจว่าผมจะหนีไม่พ้น แต่พวกเขาลืมไปว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเคลียร์ดันเจี้ยนคนเดียว ผมจ้าง ‘พวกมัน’ มาด้วย” ทันใดนั้น เพดานห้องโถงก็พังทลายลงมา เสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยกลุ่มควันหนาทึบ ร่างของนักล่าระดับ S จากสมาคมฝ่ายตรงข้ามที่ผมจ้างวานไว้กระโดดลงมาจากช่องโหว่ด้านบน พร้อมกับอาวุธสงครามครบมือ “จับเขาไว้” ผมสั่งการเสียงเย็น “แล้วอย่าลืมขุดเอาหน่วยความจำในสมองมันออกมาให้หมด ผมอยากรู้ว่ากิลด์ใหญ่ของผม... คิดจะทำอะไรกับโลกใบนี้กันแน่” ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกผัน ชายปริศนาคนนั้นกลับเผยรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น เขาหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากเสื้อคลุม มันคือนาฬิกาทรายที่ทรายข้างในกำลังไหลย้อนกลับ “คุณคิดว่าผมเป็นแค่โฮโลแกรมงั้นหรือ ซีโร่?” เขาพึมพำขณะที่ร่างของเขาสลายกลายเป็นละอองแสง “ลองมองดูข้างหลังคุณสิ... สหายเก่า” ผมหมุนตัวกลับไปทันที แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจของผมสะดุด... เอลล่าไม่ได้กำลังเล็งปืนไปที่ชายผู้นั้น แต่กระบอกปืนของเธอจ่อเข้าที่ขมับของผมอย่างมั่นคง ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งอารมณ์และแววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเช่นเดียวกับชายปริศนาคนนั้น “ขอโทษด้วยนะคะ ซีโร่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าใจหาย “แต่คำสั่งของท่านผู้เป็นเจ้าเหนือหัว... สำคัญกว่าความจงรักภักดีที่ฉันเคยมีให้คุณ” นิ้วชี้ของเธอเริ่มเหนี่ยวไกปืน... ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%