“ถ้าข้อเสนอของพวกคุณมีค่าเท่ากับเศษกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้า ผมเกรงว่าเราคงไม่มีเหตุผลต้องคุยกันต่อจนจบมื้ออาหารหรอกครับ”
เสียงของซีโร่ราบเรียบและเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกกักเก็บในขวดโหลแก้ว เขาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเอกสารข้อตกลงสันติภาพที่กิลด์ ‘ราชันย์โลหิต’ วางไว้บนโต๊ะอาหารหรูหรากลางห้องประชุมระดับวีไอพี มือขวาของเขากำลังหมุนแก้วไวน์เบาๆ สายตาจ้องมองไปยังของเหลวสีแดงก่ำราวกับกำลังประเมินคุณภาพเลือดของใครบางคน
หัวหน้ากิลด์ราชันย์โลหิต ‘คาร์ลอส’ ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งขรึมของชายร่างยักษ์เริ่มแสดงความไม่พอใจ “ซีโร่ อย่าลืมว่าสถานการณ์ตอนนี้กิลด์คุณถูกล้อมไว้สี่ด้าน เราแค่ยื่นทางรอดให้ ไม่ใช่มานั่งฟังคุณต่อรอง”
เอลล่าที่นั่งอยู่ข้างซีโร่ขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย แสงไฟสะท้อนบนเลนส์จนมองไม่เห็นแววตาที่แท้จริงของเธอ เธอวางแท็บเล็ตส่วนตัวลงบนโต๊ะ เสียง ‘กริ๊ก’ เบาๆ ของมันกลับดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด
“ทางรอด?” เอลล่าทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “คุณคาร์ลอสครับ คำนิยามของทางรอดที่คุณว่า คือการที่กิลด์ ‘Zero Command’ ต้องส่งมอบทรัพยากรระดับ S-Class ทั้งหมดที่เพิ่งสำรวจพบในดันเจี้ยนเขตแดนใต้ให้พวกคุณงั้นหรือครับ? ผมว่านั่นมันไม่เรียกว่าการเจรจา แต่มันคือการปล้นในชุดสูทเสียมากกว่า”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนอากาศถูกสูบออกไปจนหมด กองกำลังคุ้มกันของทั้งสองฝ่ายวางมือไว้บนด้ามอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูท แรงกดดันจากมานาที่แผ่ออกมาทำให้แก้วไวน์บนโต๊ะสั่นไหวเล็กน้อย
ซีโร่ละสายตาจากแก้วไวน์ขึ้นมาสบตากับคาร์ลอส เขายิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว “คุณคาร์ลอสครับ ผมชื่นชมในความมั่นใจของพวกคุณนะ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมผมถึงยอมรับนัดเจรจานี้ ทั้งที่กิลด์ของผมถูกล้อมไว้ตามที่คุณว่า”
คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกถึงความไม่ปกติ แต่ทิฐิและจำนวนคนที่เหนือกว่าทำให้เขายังคงนิ่ง “เพราะแกกลัวไงล่ะ”
“ผิดครับ” ซีโร่ตอบสั้นๆ ก่อนจะวางแก้วไวน์ลง “เพราะผมต้องการให้พวกคุณทั้งหมด... มารวมตัวกันในที่ที่เดียวให้ง่ายต่อการกำจัดอย่างไรล่ะครับ”
ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกนิรภัยของห้องประชุมที่สูงเสียดฟ้าก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่จากกระสุนปืนหรือการระเบิด แต่เป็น ‘ความว่างเปล่า’ ที่ถูกเปิดออกโดยทักษะมิติของเอลล่า เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงดังระงมไปทั่วตึกสำนักงานใหญ่ของกิลด์ราชันย์โลหิตที่อยู่ห่างออกไปสามกิโลเมตร
คาร์ลอสผุดลุกขึ้นยืน มือขวาชักดาบเลเซอร์ออกมาอย่างรวดเร็ว “แกทำอะไรลงไป!”
“ผมส่งคำสั่งสุดท้ายไปแล้วครับ” ซีโร่ลุกขึ้นอย่างช้าๆ จัดปกเสื้อสูทให้เรียบกริบ “กองกำลังที่ไปล้อมกิลด์ผม? ตอนนี้พวกเขาคงกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือกับ ‘ของขวัญ’ ที่ผมทิ้งไว้ในระบบรักษาความปลอดภัยของกิลด์คุณ การทูตด้วยปลายดาบแบบดั้งเดิมมันเชยไปแล้วครับ ผมถนัดการทูตผ่านการทำลายโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า”
ขณะที่คาร์ลอสกำลังจะพุ่งตัวเข้าหาซีโร่ หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องก็ปรากฏภาพกิลด์ราชันย์โลหิตที่กำลังลุกไหม้ด้วยเพลิงสีน้ำเงินที่ไม่สามารถดับได้ และข้อมูลลับทั้งหมดของกิลด์ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะโดยที่ไม่มีใครหยุดได้
คาร์ลอสชะงัก ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและตระหนก เขาไม่รู้เลยว่าซีโร่ไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่เขามาเพื่อ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ต่อหน้าคนทั้งโลก
“เดี๋ยวสิ...” คาร์ลอสกัดฟันแน่น “คนของฉันอยู่รอบตัวแกนะ ถ้าแกฆ่าฉัน ทุกคนข้างนอกนั่นจะฉีกร่างแกเป็นชิ้นๆ!”
ซีโร่ก้าวเข้าไปใกล้คาร์ลอสจนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังดั่งคำประกาศิต “คุณลืมไปหรือเปล่าว่าทำไมผมถึงเป็นเบอร์หนึ่งของโลก? ผมไม่ได้สู้เพื่อชนะในวันนี้ แต่ผมสู้เพื่อสร้างระบบที่ทุกคนต้องสยบให้ผมตลอดไป”
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกโดย ‘คนใน’ ที่คาร์ลอสไว้ใจที่สุด แต่มือของเขากลับเปื้อนเลือด และดาบที่ถืออยู่ก็กำลังจ่อเข้าที่ลำคอของคาร์ลอสเอง
“ท่านหัวหน้าครับ... ระบบป้องกันทั้งหมดถูกแฮ็กโดย Zero Command เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราไม่มีฐานที่มั่นเหลือแล้วครับ”
คาร์ลอสมองไปรอบๆ ด้วยความสิ้นหวัง เขาเพิ่งรู้ตัวว่าหมากทุกตัวบนกระดานนี้ไม่ได้เป็นของเขามาตั้งแต่ต้นแล้ว ซีโร่หันหลังให้คาร์ลอสแล้วเดินไปที่ระเบียงที่ไร้กระจกกั้น เขามองลงไปยังเมืองเบื้องล่างที่กำลังระส่ำระสาย
“ภารกิจแรกสำเร็จลุล่วง” ซีโร่พึมพำกับตัวเอง “ทีนี้... ก็เหลือแค่การกำจัดเศษซากที่เหลือให้หมดไปจากแผนที่โลก”
เขาหันกลับมามองคาร์ลอสที่ทรุดลงกับพื้น พร้อมกับยื่นปลายนิ้วขึ้นมาแตะที่ขมับ “เอาล่ะครับ... เรามาเริ่มบทสนทนาที่แท้จริงกันดีกว่า ว่าคุณจะยอมเป็นหมาล่าเนื้อให้ผม หรือจะหายไปจากประวัติศาสตร์พร้อมกับเกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของคุณ”
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะจบลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนตัวของซีโร่ก็ดังขึ้น—เป็นเสียงแจ้งเตือนที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และมันเป็นเสียงเดียวกับที่เคยปรากฏในวันที่กิลด์เก่าของเขาถูกทำลายจนพินาศ
[คำเตือน: พบสัญญาณแทรกแซงจาก 'ผู้เล่นหมายเลขศูนย์' คนที่สอง... กำลังเข้าประชิดตำแหน่งของคุณ]
ซีโร่เบิกตากว้างเพียงเล็กน้อย ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจที่หายากยิ่ง เขาหันไปมองเงามืดที่มุมห้อง ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่า แต่บัดนี้กลับมีร่างหนึ่งก้าวออกมา—ใบหน้านั้นเหมือนกับเขาไม่ผิดเพี้ยน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนระทึกไปกับผมในบทนี้นะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก•ตอนที่ 21
การทูตด้วยปลายดาบ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!