คมดาบที่อาบไปด้วยละอองเลือดของสัตว์อสูรระดับต่ำสะท้อนเงาใบหน้าของเรเน่ที่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มสมเพช ประโยคเมื่อครู่ของเธอยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพของผมราวกับเสียงสะท้อนในโถงถ้ำที่กำลังจะพังทลายลงมาทับถมเราทุกคน
“การสังเวยเหรอครับ?” ผมเอ่ยทวนคำ เสียงของผมเรียบเฉยเสียจนน่าขนลุก แม้แต่เรเน่ยังชะงักไปครู่หนึ่ง
ผมไม่ได้ขยับตัวหลบคมดาบที่พุ่งตรงมาหมายจะตัดขั้วหัวใจ เพียงแค่เอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้คมเหล็กกล้าเฉี่ยวผ่านใบหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร จิตสังหารของเธอรุนแรงจนน่าตกใจ แต่สำหรับผม... มันเป็นเพียงสัญญาณเตือนว่า ‘หมาก’ ตัวนี้หมดประโยชน์ที่จะเก็บไว้บนกระดานแล้ว
“คุณคงเข้าใจผิดไปหน่อยนะเรเน่” ผมก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จังหวะที่เรเน่เตรียมจะซ้ำดาบ ผมใช้นิ้วกลางดีดเข้าที่สันดาบของเธออย่างแม่นยำ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลส่งผ่านเหล็กกล้าไปถึงข้อมือของเธอจนมันสั่นระริก “กิลด์ใหญ่ไม่ได้จ้างพวกคุณมาสังเวยฮันเตอร์... แต่พวกเขาจ้างคุณมาเพื่อ ‘กำจัดพยาน’ ที่รู้ความลับเรื่องการบิดเบือนค่าพลังงานในดันเจี้ยนระดับ S นี้ต่างหาก”
เรเน่เบิกตากว้าง ความมั่นใจของเธอเริ่มร้าวราน “แก... แกพูดเรื่องอะไร!”
ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะคว้าลำคอของเธอไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการมองเห็นของมนุษย์ทั่วไป ดวงตาของผมเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม ร่องรอยของระบบที่เริ่มทำงานสั่นไหวอยู่ภายในม่านตา ในเสี้ยววินาทีนั้น ข้อความสีเลือดก็เด้งขึ้นมาเบื้องหน้าขวางกั้นวิสัยทัศน์ของผม
[แจ้งเตือนจากระบบศูนย์กลาง (System Override): ตรวจพบความผิดปกติของห่วงโซ่อาหาร]
[คำเตือน: โลกใบนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อมนุษย์ แต่ถูกสร้างมาเพื่อเป็น 'ไร่เพาะพันธุ์' ของผู้ที่อยู่เหนือกว่า]
[ระดับความล่มสลายของโลก: 88% - ดำเนินการนับถอยหลังสู่การรีเซ็ตระบบครั้งใหญ่]
[ซีโร่: หากท่านไม่ทำลายห่วงโซ่ในวันนี้ ทุกสิ่งที่ท่านพยายามสร้างขึ้นจะสูญสลายกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินให้แก่ ‘สิ่งที่รออยู่เบื้องล่าง’]
ผมชะงักไป ครู่หนึ่งที่ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง ไม่ใช่เพราะคำขู่ แต่เพราะข้อความนี้กำลังยืนยันสิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าสิบขั้นเสมอ... กิลด์ใหญ่ไม่ใช่ผู้กุมอำนาจที่แท้จริง พวกเขาเป็นเพียง 'สุนัขรับใช้' ที่ถูกหลอกใช้ให้ทำหน้าที่เร่งความเร็วในการย่อยสลายโลกใบนี้
"ซีโร่... ปล่อยฉัน..." เรเน่พยายามขัดขืน แต่แรงบีบของผมกลับเพิ่มขึ้นจนเธอกลั้นหายใจ
"ฟังให้ดีนะเรเน่" ผมกระซิบข้างหูเธอ เสียงที่เปล่งออกมาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ความตายของคุณไม่ได้มีความหมายอะไรต่อผม แต่ถ้าคุณยอมคายความลับว่า 'ใคร' คือคนที่ส่งข้อความบงการพวกคุณมา... ผมอาจจะพิจารณาให้คุณได้เห็นจุดจบของโลกใบนี้ก่อนใครเพื่อน"
ผมปล่อยมือจากลำคอของเธอ เรเน่ทรุดลงกับพื้น สำลักอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่เอลล่าเดินก้าวเข้ามาจากมุมมืดของดันเจี้ยน เธอส่งแว่นตาที่บันทึกข้อมูลการไหลเวียนของมานาในพื้นที่นี้ให้ผม
"ท่านซีโร่ค่ะ... ไม่สิ ท่านซีโร่ครับ" เอลล่าเปลี่ยนสรรพนามทันทีที่เห็นแววตาของผม "ผลวิเคราะห์ล่าสุดพบว่า พลังงานในดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้รั่วไหล แต่กำลังถูกดูดขึ้นไปบนฟ้าผ่านเสาอากาศที่ซ่อนอยู่ในรอยแยกมิติครับ"
ผมมองขึ้นไปบนเพดานถ้ำที่มืดมิด เบื้องหลังความมืดนั้นมีบางอย่างที่กำลังจับจ้องลงมา มันไม่ใช่สัตว์อสูร ไม่ใช่บอส แต่มันคือ 'ระบบ' ที่มีเจตจำนงของตัวเอง
"เอลล่า สั่งการให้ทุกคนหยุดล่าสัตว์อสูร แล้วรวมกลุ่มกันที่ใจกลางดันเจี้ยน" ผมสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เราจะไม่เป็นเหยื่อให้พวกมันสังเวย... แต่เราจะทำลาย 'ไร่เพาะพันธุ์' นี้ทิ้งซะตั้งแต่ตอนนี้"
"แล้วเรื่องกิลด์ใหญ่ล่ะครับ?" เอลล่าถามพลางเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นมาโดนแขนเสื้อ
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนกับความจริงที่ว่า พวกมันเองก็เป็นแค่เหยื่อชั้นดีไม่ต่างจากคนอื่นครับ"
ทันใดนั้นเอง ผืนดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องไม่ได้มาจากสัตว์อสูร แต่มันคือเสียง 'บดเคี้ยว' ของมิติที่กำลังฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ จากเบื้องบน เพดานดันเจี้ยนแตกละเอียด เผยให้เห็นนัยน์ตาสีทองขนาดมหึมาที่จ้องมองลงมายังกลุ่มของพวกเรา มันไม่ใช่บอสที่พวกเราเคยสู้ แต่มันคือ 'ผู้ดูแล' ที่ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนในประวัติศาสตร์ฮันเตอร์
เรเน่ที่ยังหอบหายใจอยู่ถึงกับปล่อยดาบหลุดมือ แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "นั่น... นั่นมันอะไรกัน... กิลด์มาสเตอร์บอกว่าแค่มาสังเวยคน... ทำไม... ทำไม 'เทพเจ้าแห่งการรีเซ็ต' ถึงตื่นขึ้นมาได้!"
ผมขยับยิ้มที่มุมปาก ไม่ใช่ยิ้มด้วยความกลัว แต่เป็นยิ้มของนักหมากรุกที่เห็นหมากตัวสำคัญที่สุดเดินเข้ามาติดกับดักที่วางไว้
"ดูเหมือนว่าเวลาของพวกเราจะถูกเร่งให้เร็วขึ้นนะครับเอลล่า" ผมชักดาบสีดำสนิทออกมาจากแหวนมิติ กลิ่นอายของความตายและความแข็งแกร่งแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "ในเมื่อมันอยากจะเริ่มเกมรีเซ็ต... เราก็มาแสดงให้มันเห็นกันหน่อยว่า มนุษย์ที่ไม่ได้เป็นแค่ปศุสัตว์น่ะ เขาสู้กันอย่างไร"
ผมพุ่งตัวขึ้นสู่ความว่างเปล่ามุ่งตรงไปยังนัยน์ตาสีทองนั่น ในขณะที่ข้อความสุดท้ายจากระบบเด้งขึ้นมาครอบคลุมสายตาจนมืดมิด
[คำเตือนสุดท้าย: ผู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์ คือผู้ที่จะถูกลบเลือนเป็นรายแรก - ท่านแน่ใจแล้วใช่ไหม ที่จะเลือกเส้นทางนี้?]
ผมแสยะยิ้มก่อนจะตวัดดาบเข้าใส่ใจกลางของนัยน์ตานั่น "ระบบงี่เง่านั่นน่ะ... ผมจะเป็นคนเขียนบรรทัดสุดท้ายให้มันเองครับ"
หวังว่าพวกคุณจะยังไม่รีบปิดหน้าจอไปเสียก่อน เพราะฉากที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ คือจุดเริ่มต้นของตำนานที่โลกจะต้องจารึกชื่อของผมเอาไว้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและทีมงานอย่างเหนียวแน่นนะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก•ตอนที่ 13
คำเตือนจากเบื้องบน
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!