ไอสังหารสีชาดที่แผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดในโถงทางเดิน ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อส่วนใดในร่างกายของผมสั่นเทาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือสัญญาณเตือนที่ผมรอคอยมาตลอดสามสิบหกชั่วโมงเต็ม
"สิบล้านเครดิต... แลกกับการเปิดประตูต้อนรับแขกไม่เชิญมารยาท ดูท่าทางพวกสมาคมฮันเตอร์เขตใต้จะประเมินค่าความเงียบของผมต่ำเกินไปนะครับ คุณเอลล่า"
ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ปลายสายตาสีรัตติกาลยังคงจดจ้องอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงยอดเงินปริศนา ท่ามกลางความสลัวของสำนักงานชั่วคราวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของฝุ่นผงและกระดาษเอกสารการประเมินดันเจี้ยน ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มของเอลล่าขยับตัวเล็กน้อย แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟนีออนวابวับ เธอยังคงรักษาความสงبيนิ่งได้อย่างน่าทัศนา สมกับที่เป็นอดีตนักวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะที่ถูกระบบขับไล่ออกจากหอคอยกลาง
เอลล่าไม่แม้แต่จะหันไปมองโถงทางเดินมืดมิดนั้น นิ้วเรียวยาวของเธอยังคงเคาะลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงฝีเท้าที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกขณะเป็นเพียงเสียงสายฝนปรอย
"พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจาค่ะ... อภัยด้วยค่ะ ฉันหมายถึง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจาครับ ท่านซีโร่" เอลล่าแก้คำพูดของตนเองทันทีเมื่อเหลือบเห็นมุมปากของผมที่ยกขึ้นเล็กน้อย "ข้อมูลจากการดักฟังคลื่นวิทยุความถี่ต่ำเมื่อห้านาทีก่อนระบุชัดเจน หน่วยจู่โจมพิเศษระดับ B สามคน พร้อมด้วยเวทมนตร์สะกดรอยขั้นสูง พวกเขาตั้งใจจะเก็บกวาดเราให้เงียบเชียบที่สุด ก่อนที่สัญญาสัมปทานเหมืองคริสตัลเขตเจ็ดจะตกเป็นของผม... ของเราครับ"
ผมพยักหน้ารับช้าๆ มือขวาเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทที่เย็นชืดขึ้นจิบรสชาติขมปร่า ความขมนี้ช่วยกระตุ้นให้สมองส่วนหน้าทำงานได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ทุกก้าวเดินที่สะท้อนก้องมาจากผนังปูนเปลือยถูกคำนวณไว้ในหัวของผมเรียบร้อยแล้ว ระยะห่างสิบเมตร... แปดเมตร... ห้าเมตร...
*เปรี้ยง!*
ประตูกระจกนิรภัยด้านหน้าสำนักงานระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วใสนับพันชิ้นกระจายว่อนราวกับสายฝนท่ามกลางแรงระเบิดจากเวทมนตร์อัดอากาศ ร่างในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิทสามร่างพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ไอพลังมานาสีฟ้าเข้มแผ่พุ่งออกมาจากแกนกลางของพวกมันอย่างดุร้าย ผู้นำกลุ่มซึ่งมีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้ายกวาดสายตามองมาที่เราด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"เจอตัวแล้ว ไอ้ฮันเตอร์นอกคอก แกคิดจริงๆ หรือวะว่าจะเปิดกิลด์แข่งกับสมาคมใหญ่ได้โดยไม่มีใบคุ้มหัว?"
เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนไปทั่วห้อง แต่น่าแปลกที่ผมไม่ได้ขยับเขยื้อnกายลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ ผมเพียงแค่เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน สายตาคู่คมกริบมองทะลุผ่านความมืดและเศษแก้วที่ยังร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับกำลังมองดูฝูงมดปลวกที่กำลังเดินเข้าสู่กองไฟ
ผมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน
"พวกคุณมาเร็วกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้สามนาทีสิบสองวินาที... ถือว่ามีความพยายามที่ดีครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ชวนขนลุก "แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ทรัพย์สินภายในห้องนี้ รวมถึงชีวิตของพวกคุณ... ถูกตีราคาและหักลบกลบหนี้กับสมาคมของพวกคุณไปเรียบร้อยแล้ว ผ่านตัวเลขสิบล้านเครดิตยอดนั้น"
ฮันเตอร์หัวหน้าหน่วยชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว
*ฟึบ!*
เส้นลวดนาโนคาร์บอนนับร้อยเส้นที่เอลล่าแอบขึงไว้ตามแนวคานเพดานและพื้นห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ ดีดตัวขึ้นด้วยความเร็วเหนือเสียง ตัดผ่านชุดเกราะยุทธวิธีเกรด A ของพวกมันราวกับเนยสด เสียงกรีดร้องยังไม่ทันได้หลุดรอดออกจากลำคอ ร่างทั้งสามก็แยกออกเป็นชิ้นส่วนนับไม่ถ้วน เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องสีขาวให้กลายเป็นภาพวาดอัปลักษณ์ที่น่าสยดสยอง
ไม่มีเสียงหอบหายใจ ไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเอลล่า เธอนั่งไขว่ห้าง มองผลงานตรงหน้าด้วยแว่นตาที่สะท้อนภาพเลือดเนื้ออย่างไร้ความรู้สึก
"จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วยนะครับ เอลล่า" ผมเอ่ยขึ้นเรียบๆ พลางยืนขึ้นเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ "เรายังมีงานใหญ่อีกชิ้นที่ต้องทำ... การเดินทางไปพบกับอดีตประธานกิลด์เซนต์ฟีนิกซ์ในคืนนี้ น่าจะทำให้พวกเขารู้ซึ้งถึงคำว่า 'จุดจบที่แท้จริง' เสียที"
เอลล่าก้มศีรษะลงรับคำอย่างนอบน้อม แต่ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นตามคำสั่ง มือเรียวบางของเธอกลับหยุดชะงัก นิ้วของเธอกดทัชแพดบนหน้าจอหลักเพื่อเรียกดูรายงานระบบฉุกเฉินที่เพิ่งเด้งขึ้นมาใหม่ สีหน้าที่เคยราบเรียบไร้อารมณ์ของเธอ กลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดในเสี้ยววินาที
"ท่านซีโร่ครับ... มีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นที่ชั้นใต้ดินระดับห้าของฐานข้อมูลกลาง"
ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย "ความผิดปกติอะไร?"
"สัญญาณชีพจรปริศนา... มันไม่ใช่ของมนุษย์ และไม่ใช่ของมอนสเตอร์จากดันเจี้ยน" เอลล่าเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาของเธอไหววูบเป็นครั้งแรก "แต่รหัสลับที่ถูกส่งมาพร้อมกับสัญญาณนั้น... เป็นรหัสส่วนตัวที่ใช้สื่อสารกันเฉพาะใน 'หน่วยปฏิบัติการเงา' ของคุณพ่อฉัน... อดีตหัวหน้านักวิจัยที่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนครับ"
บรรยากาศภายในห้องที่เพิ่งคาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือด กลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากขั้วหัวใจทันที ปมในอดีตที่ผมคิดว่าฝังกลบไว้อย่างมิดชิด กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยบุคคลที่ควรจะสูญหายไปจากโลกใบนี้แล้ว
และก่อนที่เราจะทันได้ตั้งตัว ประตูเหล็กนิรภัยหนาสองตันที่กั้นระหว่างห้องทำงานกับลิฟต์ขนของด้านหลัง ก็ส่งเสียงร้องเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว... *ครกด... ครกด... แอ๊ดดด!*
มันกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังมหาศาล ฉีกกระชากเปิดออกด้วยมือเปล่าจากด้านนอก!
---
โปรดติดตามตอนต่อไปใน "Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก" ตอนที่ 5
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความมืดมิดนี้นะครับ
- โอเวอร์ลอร์ดซีโร่ -
Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก•ตอนที่ 4
คนแรกที่ร่วมอุดมการณ์
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!