หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่สะท้อนอยู่บนดวงตาของเควินไม่ได้แสดงตัวเลขเวลาถอยหลังอย่างที่ควรจะเป็น มันกำลังรันโค้ดคำสั่งภาษาเครื่องที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยระดับความปลอดภัยสูงสุด และเหนือสิ่งอื่นใด ข้อความบรรทัดสุดท้ายที่กระพริบเตือนด้วยตัวอักษรสีขาวตัดกับพื้นหลังมืดสนิท กำลังทำให้ลมหายใจของรองหัวหน้ากิลด์ไอเซนการ์ดผู้นี้สะดุดลง
*สิ่งที่นายถืออยู่ ไม่ใช่รหัสประตูมิติครับ... แต่มันคือคำสั่งลบข้อมูลทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับกิลด์ไอเซนการ์ดต่างหาก*
ความเงียบงันภายในห้องควบคุมใต้ดินของศูนย์วิจัยร้างแห่งนี้หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
เควินชะงักค้างอยู่ในท่าเดิม นิ้วชี้ที่กำลังจะกดconfirmยื่นค้างกลางอากาศ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับ ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนกในคราวเดียวกัน เขากัดฟันกรอดจนกล้ามเนื้อกรามปูดโปน ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองแผ่นชิปข้อมูลในมือสลับกับร่างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
ซีโร่... หัวหน้ากิลด์ซีโร่คอมมานด์ ผู้ชายที่สวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ไร้รอยยับ ไร้ความตื่นตระหนก และไร้ซึ่งความปรานีในแววตา
"แก... แกเล่นตลกอะไรกับฉัน ซีโร่!" เวินคำรามออกมา เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเดือดดาล "ไอ้ชิปนี่มันถูกส่งมาจากสายลับของเราในสภาฮันเตอร์! มันคือคีย์การ์ดเปิดประตูมิติระดับ SSS ไปยังดันเจี้ยนสมบัติที่กิลด์พวกแกตามหาอยู่ไม่ใช่หรือไง! ทำไม... ทำไมระบบถึงฟ้องว่ามันคือไวรัสลบฐานข้อมูลล่ะวะ!"
ซีโร่ไม่1ุ้มร้อน 1ุ้มหนาว เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อโค้ทอย่างใจเย็น ปฏิกิริยาที่แสนจะเฉยเมยนั้นยิ่งสร้างความเร่าร้อนดั่งไฟสุมอกให้กับเควิน
"คำว่า 'สายลับ' ของคุณ ฟังดูมีราคาแพงดีนะครับ เควิน" ซีโร่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "น่าเสียดายที่โลกของฮันเตอร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความภักดี แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์... และข้อมูลที่ถูกป้อนให้คุณตั้งแต่แรก ก็เป็นเพียงเหยื่อปลอมที่ผมโยนลงไปในบ่อปลา เพื่อดูว่าปลาตัวใหญ่ขนาดไหนจะอ้าปากฮุบมัน"
เอลล่า มือขวาผู้เงียบขรึม ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ครึ่งก้าว ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนแท็บเล็ตในมือเพื่อกดคำสั่งปิดผนึกประตูทางออกทุกด้าน เสียงโลหะหนาหนักเลื่อนปิดทับกันดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วโถงกว้าง ยืนยันว่าเวลานี้ ไม่มีทางรอดใดๆ สำหรับหน่วยจู่โจมพิเศษของไอเซนการ์ดที่ถูกล่อลวงเข้ามา
"แกวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่..." เควินถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือข้างที่ถือชิปสั่นเทาระริก เขาตระหนักได้ทันทีว่าทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้ามาในเขตอุตสาหกรรมเก่าแห่งนี้ ล้วนอยู่ในฝ่ามือของปีศาจตรงหน้าตั้งแต่ต้น
"ตั้งแต่ตอนที่คุณส่งคนไปกวาดล้างกิลด์ระดับล่างเมื่อสามเดือนก่อน เพื่อแย่งชิงเขตล่าสัตว์มั้งครับ" ซีโร่ตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด สายตาคมกริบมองสำรวจท่าทีของอีกฝ่ายราวกับนักวิทยาศาสตร์กำลังสังเกตการณ์ทดลองในห้องแล็บ "หนี้เลือดต้องชำระด้วยเลือด... แต่สำหรับองค์กรธุรกิจอย่างไอเซนการ์ด การพรากผลกำไรและทำลายเครือข่ายข่าวสารจนหมดตัว เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการตายในสนามรบเสียอีกนะครับ"
"ไอ้สารเลว!"
เควินหมดความอดทน เขาละทิ้งความสุขุมในฐานะรองหัวหน้ากิลด์ พลังมานาธาตุสายฟ้าสีฟ้าเข้มระเบิดทะลักออกจากร่างจนเสื้อผ้าสะบัดพับ ดาบยาวเคลือบเรืองแสงกระชับแน่นในมือ พริบตานั้น ร่างของเขาก็พุ่งทะยานเข้าหาซีโร่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ประกายไฟแตกกระจายส่งเสียงเปรี๊ยะปร่าไปทั่วอากาศ เป้าหมายคือการปลิดชีพชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อหยุดยั้งระบบที่กำลังกัดกินฐานข้อมูลของกิลด์ตนเอง
ทว่า... ซีโร่ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนหลบหนี
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แต่ไม่ใช่ดาบของซีโร่ที่รับการโจมตีนั้น เงาร่างสีดำทมิฬขนาดมหึมาพุ่งทะยานลงมาจากเพดาน กรงเล็บเหล็กกล้าคว้าจับคมดาบของเควินไว้ด้วยมือเดียว แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของเควินแตกละเอียดเป็น2ี่ยง
"อะไรกันวะ...!" เควินเบิกGากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าสิ่งกีดขวางการโจมตีของเขาไม่ใช่คน แต่เป็น 'อสูรกายกลายพันธุ์' สวมชุดเกราะโลหะเวทมนตร์ ซึ่งมีดวงตาสีแดงฉานไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
"ขอแนะนำให้รู้จักนะครับ... สมาชิกกิตติมศักดิ์คนใหม่ของซีโร่คอมมานด์" ซีโร่กล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่ไปถึงดวงตา "อดีตหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนของไอเซนการ์ด ที่คุณเพิ่งเซ็นอนุมัติให้ไปปฏิบัติภารกิจ 'พลีชีพ' ในดันเจี้ยนระดับหายนะเมื่อสัปดาห์ก่อน... น่าประหลาดใจใช่ไหมครับที่เขายังมีชีวิตอยู่ แถมยังแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเสียอีก"
ร่างอสูรกายนั้นสะบัดมือเพียงครั้งเดียว เควินก็กระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร ลื่นไถลไปกับพื้นจนหลังกระแทกเข้ากับเสาคอนกรีต เลือดสีสดกระฉอกออกมาจากมุมปาก แววตาของรองหัวหน้ากิลด์เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับอะไร
นี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้นธรรมดา... แต่มันคือการ 'ต้อน'
"เอลล่า สถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้างครับ" ซีโร่เอ่ยถามโดยไม่หันไปมอง
"หน่วยสนับสนุนของไอเซนการ์ดที่ตามเข้ามาสมทบ กำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เขตพื้นที่ชั้นในตามพิกัดที่ระบบหลอกล่อไว้ค่ะ... พวกเขากำลังเดินตรงไปยังปากทางเข้า 'ดันเจี้ยนรอยแยกมิติเงา' ระดับหายนะ ที่เราเพิ่งเปิดผนึกเมื่อชั่วโมงก่อนพอดี" เสียงของเอลล่าราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ
"ดีมาก" ซีโร่ก้าวเข้าไปหาเควินที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับรองหัวหน้ากิลด์ที่กำลังหมดสภาพ มือเรียวเอื้อมไปหยิบชิปข้อมูลที่หลุดมือจากเควินขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ
"แก... แกจะทำอะไรกับคนของฉัน..." เควินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมมานาที่เหลืออยู่เพื่อใช้สกิลฉุกเฉิน แต่กลับพบว่ารอบตัวถูกผนึกด้วยเขตอาคมบางอย่างที่ทำให้มานาในร่างไหลเวียนติดขัด
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เควิน..." ซีโร่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพราวกับสุภาพบุรุษกำลังสนทนากับแขกในงานเลี้ยงน้ำชา "ผมแค่เปิดประตูต้อนรับพวกเขา สู่บ้านหลังใหม่... ดันเจี้ยนที่ไม่มีวันมีใครได้กลับออกมาอีกเลย"
เควินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขาเพิ่งเข้าใจความหมายของแผนการทั้งหมดในวินาทีนี้ ดันเจี้ยนระดับหายนะที่กิลด์ซีโร่คอมมานด์จงใจเปิดทิ้งไว้ ไม่ได้มีไว้เพื่อล่าสมบัติ แต่มันคือ 'หลุมศพ' ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกลืนกินกำลังพลครึ่งหนึ่งของกิลด์ไอเซนการ์ดในคราวเดียว!
"แกมันปีศาจ..." เควินพึมพำด้วยความสิ้นหวัง
"ผิดแล้วครับ" ซีโร่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อโค้ทให้เข้ารูปอีกครั้ง สายตากวาดมองผ่านหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงภาพกองกำลังของไอเซนการ์ดกำลังก้าวเข้าสู่ปากเหวแห่งความตายทีละคน
"ผมก็แค่สถาปนิก... ผู้กำลังวางรากฐานใหม่ให้กับโลกใบนี้ต่างหาก"
ในขณะที่ซีโร่กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องควบคุม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทั่วทั้งศูนย์วิจัย หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่เคยแสดงภาพแผนที่ดันเจี้ยน กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวอักษรสีเลือดชุดใหม่จะปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ โดยที่เอลล่าไม่ได้เป็นคนสั่งการ
*คำเตือน: ตรวจพบรหัสผ่านนิรนามเข้าสู่ระบบควบคุมหลัก... การเชื่อมต่อกับ 'บุคคลที่สาม' กำลังเริ่มต้นขึ้น*
เอลล่าขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อยเป็นครั้งแรก ดวงตาเย็นชาหันขวับไปมองที่หน้าจอหลักทันที "หัวหน้าคะ... ระบบไม่ได้ถูกควบคุมแค่ฝั่งเราฝ่ายเดียว มีใครบางคนกำลังแฮกเข้ามาจากโครงข่ายภายนอก และ... และมันกำลังปลดล็อกประตูผนึกชั้นที่สิบสอง ซึ่งเป็นที่กัก "สิ่งนั้น" เอาไว้"
ซีโร่หยุดเดิน รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้ามาตลอดจางหายไปในพริบตา ดวงตาสุขุมเยือกเย็นหันกลับไปมองหน้าจอที่มีข้อความรันตัวเลขเดินหน้าอย่างรวดเร็ว
ประตูชั้นที่สิบสอง... สถานที่ที่แม้แต่เขาก็ยังไม่เคยคิดจะแตะต้องมันในเวลานี้
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาแต่ก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอกห้องควบคุม... เป็นเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังเดินตรงมายังพวกเขา โดยไม่มีสัญญาณเตือนภัยใดๆ สามารถตรวจจับได้เลยแม้แต่น้อย
"ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยแล้วสินะครับ"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยดีเสมอมาครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่*
Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก•ตอนที่ 17
กับดักลวงตา
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Zero Command: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุดเหนือบัลลังก์โลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!