หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 5

ความว่างเปล่าที่เพิ่งรู้ตัว

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ถ้วยกาแฟเซรามิกสีขาวนวลบนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับ เย็นชืดจนหยดน้ำเกาะพราวข้างแก้ว—เช่นเดียวกับบรรยากาศรอบตัวอัคนีในยามวิกาล เสียงคีย์บอร์ดกระทบถี่รัวในห้องทำงานกว้างขวางที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่หาสาเหตุไม่ได้ งานนับร้อยล้านที่เคยเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ บัดนี้กลับไร้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูดใดๆ นัยน์ตาคมกริบมองไปยังเก้าอี้หนังสีดำฝั่งตรงข้ามโต๊ะ ที่เคยมีร่างอรชรของรินรดานั่งเงียบๆ คอยจัดเอกสาร เตรียมแฟ้ม หรือแม้กระทั่งรินน้ำอุ่นให้เขาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ความเงียบ... มันน่ารำคาญถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะคะ? อัคนีขยับเนกไทน์คอเสื้อให้คลายลง ความตึงเครียดแผ่ซ่านบริเวณขมับ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าภรรยา—อดีตภรรยา—ย้ายออกไปนานเท่าไหร่แล้ว รู้ตัวอีกที บ้านหลังใหญ่โตมโหฬารหลังนี้ก็หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจอย่างช้าๆ ไม่มีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่เธอชอบประดับแจกัน ไม่มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คอยเดินตรวจความเรียบร้อยยามดึกดื่น และที่สำคัญ... ไม่มีรอยยิ้มเจียมเนื้อเจียมตัวที่เขาเคยคิดว่ามันน่ารำคาญลูกตา "คุณอัคน์คะ ดิฉันเอาเอกสารงบไตรมาสนี้มาให้เซ็นค่ะ" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่เคาะห้องให้เรียบร้อยเสียก่อน พราวพิลาสยืนยิ้มหวานยวนใจในชุดเดรสสั้นรัดรูป เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางมือเรียวลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างถือวิสาสะ อัคนีขยับตัวหลบโดยสัญชาตญาณ ความรู้สึกรังเกียจพุ่งวาบขึ้นมาในอกอย่างประหลาด ทั้งที่ผ่านมา เขาเคยปล่อยให้พราวพิลาสทำเช่นนี้เสมอเพื่อตอกย้ำความเหนือกว่าของตน แต่ในวินาทีนี้... สัมผัสของหล่อนกลับทำให้เขานึกถึงความนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยวของรินรดา รินรดาที่ไม่เคยเอ่ยปากร้องขอความรัก รินรดาที่ยอมกลืนเลือดเก็บความช้ำไว้ใต้รอยยิ้ม จนกระทั่งวันที่เธอเลือกที่จะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาอย่างถาวร "วางไว้ตรงนั้นแหละพราว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไร้เยื่อใย สายตาคมกราบกรานมองเพียงกองกระดาษ ไม่แม้แต่จะชายตามองหญิงสาวที่พยายามทอดสะพานให้ "อ้าว... คุณอัคน์เป็นอะไรไปคะ ช่วงนี้ดูเครียดๆ เรื่องงานเหรอคะ หรือว่า..." พราวพิลาสเบะปากด้วยความขัดเคืองเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงออดอ้อน "หรือว่ากำลังคิดถึงผู้หญิงไร้ค่าคนนั้นอยู่คะ? อย่าไปใส่ใจเลยค่ะ รินรดาก็แค่ผู้หญิงจืดชืดที่เกาะคุณกินไปวันๆ ป่านนี้คงไปหาทางเกาะผู้ชายคนอื่นอยู่ล่ะมั้งคะ" *เพล้ง!* เสียงในความรู้สึกของอัคนีคล้ายมีแก้วแตกละเอียด ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองพราวพิลาสด้วยแววตาดุดัน จนหญิงสาวถึงกับผงถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ระวังปากเธอไว้หน่อยพราวพิลาส" น้ำเสียงเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยลอดไรฟัน "รินรดาไม่ใช่คนแบบนั้น... และที่สำคัญ เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉัน ออกไปจากห้องซะ!" พราวพิลาสหน้าถอดสี เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคืองปนความตกใจ นางร้ายสาวไม่เคยถูกเขาไล่อย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้มาก่อน หล่อนจำต้องสะบัดหน้าเดินกระแทកส้นเท้าออกไปจากห้องอย่างไม่สบอารมณ์ ทิ้งให้อัคนีจมอยู่กับความมืดมนในใจตามลำพังอีกครั้ง ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างของตนเองอย่างอ่อนล้า เขาเดินออกจากโต๊ะทำงานตรงไปที่ห้องนอนใหญ่—ห้องที่เคยเป็นของใช้ร่วมกัน แต่บัดนี้กลับถูกปิดตายไว้ ร่างสูงผลักประตูเข้าไป กลิ่นอายจางๆ ของแป้งเด็กและสบู่สมุนไพรที่รินรดาใช้ยังคงลอยอบอวลอยู่ในความทรงจำ เตียงนอนกว้างขวางถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ปราศจากร่องรอยการใช้งาน ทว่าบนโต๊ะเครื่องแป้งไม้เนื้อดีที่เคยเต็มไปด้วยเครื่องสำอางราคาแพงที่เขาซื้อให้ตามหน้าที่ บัดนี้กลับว่างเปล่า... เหลือเพียงลิ้นชักที่ปิดสนิท ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างให้อัคนีก้าวเข้าไปใกล้ เขาใช้มือเปิดลิ้นชักตัวนั้นออก ภายในไม่มีอะไรนอกจากกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย ลายมือตวัดหวัดอันเป็นเอกลักษณ์ของรินรดาปรากฏเด่นชัด *หย่าขาดจากกันแล้ว ก็อย่าได้กลับมาพบกันอีกเลยนะคะ* หัวใจแกร่งที่ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชน กระตุกวูบอย่างแรงราวกับถูกหมัดเหล็กชกเข้าที่ลิ้นปี่ ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขานึกย้อนไปถึงวันนั้น—วันที่เธอยื่นใบหย่าให้โดยไม่ร้องขอทรัพย์สินแม้แต่บาทเดียว รินรดาเลือกที่จะเดินออกจากคฤหาสน์หลังนี้ด้วยตัวเปล่า พร้อมกับแววตาที่ตายด้านอย่างไร้เยื่อใย เขาเคยคิดว่ามันคือความสะใจ... เขาเคยคิดว่าเขาเป็นผู้ชนะที่สลัดภาระน่ารำคาญนี้ทิ้งไปได้ แต่ทำไม... ทำไมตอนนี้ หัวใจมันถึงได้รู้สึกเวิ้งว้างราวกับสูญเสียครึ่งหนึ่งของชีวิตไปเช่นนี้เล่า? อัคนีทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ ความเงียบงันรอบกายไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลย กลับยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า เขากำลังชดใช้ให้กับความเย่อหยิ่งและความตาบอดของตัวเองอย่างสาสม ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจมดิ่งสู่หลุมพรางแห่งความสำนึกผิด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงผุดลุกขึ้นด้วยความรำคาญใจก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง "มีอะไร!" ("คุณอัคนีคะ... คือดิฉัน... ดิฉันมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคุณรินรดาค่ะ") เสียงสั่นเครือของแม่บ้านเก่าแก่ที่เคยดูแลบ้านหลังนี้ดังลอดเข้ามา ทำให้อัคนีชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ "รินรดาทำไม?" ("คือ... วันนี้ดิฉันบังเอิญไปธุระที่ห้างใจกลางเมืองค่ะ แล้วบังเอิญ... บังเอิญเห็นคุณรินรดาเดินอยู่กับเด็กผู้ชายคนหนึ่งค่ะคุณอัคน์... เด็กผู้ชายที่หน้าตาถอดแบบมาจากคุณราวกับแกะ...!")
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%