เสียงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวที่สาดส่องเข้ามาในห้องแถลงข่าวราวกับห่าฝน ช่างภาพสำนักข่าวต่างกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง เสียงกระซิบกระซาบของสื่อมวลชนดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกฮือ ท่ามกลางแสงไฟจ้าที่บาดตาและบรรยากาศอันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเฉียบแผ่ซ่านไปทั่วปลายนิ้ว ขณะที่ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า... อัคนี
ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายที่เคยยืนหยัดปกป้องพราวพิลาสและหยิบยื่นความเจ็บปวดให้เธออย่างไร้ความปรานี ทว่าในวินาทีนี้ เขากลับยืนอยู่ตรงนั้น... เพื่อเธอ
บนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลัง เวลานี้ไม่ได้ฉายภาพแผนธุรกิจหรือความสำเร็จของอาณาจักรหมื่นล้านอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับปรากฏหลักฐานชิ้นสำคัญ—ภาพถ่าย เอกสารทางการเงิน และคลิปเสียงสนทนาที่เปิดโปงแผนการสกปรกทั้งหมดของพราวพิลาส หญิงสาวผู้สร้างภาพเป็นนางฟ้าผู้แสนดีมาตลอด กลับถูกกระชากหน้ากากออกทีละชั้นท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งห้อง
"หมายความว่ายังไงคะคุณอัคนี! คลิปเสียงนี่... หรือว่าคุณพราวพิลาสจะไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่เคยบอกไว้?" นักข่าวจากช่องดังยิงคำถามเสียงดังแทรกความเงียบ
พราวพิลาสที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของเวทีหน้าซีดเผือด เธอกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนสั่นเทา ร่างกายสั่นระริกด้วยความโกรธและความกลัว ดวงตาคู่สวยที่เคยพกพาความมั่นใจบัดนี้มีแต่หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ "อัคน์... คุณกำลังทำอะไรคะ? ทำไมคุณถึงทำกับพราวแบบนี้! คุณโกหกใช่ไหม... พวกเขาบังคับคุณใช่ไหมคะอัคน์!"
เสียงร่ำไห้อยบอุ่นและน่าสงสารของพราวพิลาสถูกส่งตรงไปยังไมโครโฟน หวังจะเรียกคะแนนความเห็นอกเห็นใจจากสังคมเหมือนเช่นเคย แต่วันนี้... มันใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
อัคนีไม่ได้หันกลับไปมองหญิงสาวที่เคยอยู่เคียงข้างเขาเลยแม้แต่น้อย ใบหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยและเย็นชาบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความลังเล เขาปรายตามองกล้องทุกตัวด้วยแววตาคมกริบ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมาผ่านไมโครโฟนก้องกังวานไปทั่วห้องแถลงข่าวด้วยความหนักแน่น
"ทุกอย่างที่เป็นหลักฐานบนจอ... เป็นของจริงทั้งหมดครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกใหญ่ในทันที อัคนีกวาดสายตามองฝูงชนก่อนจะเอ่ยต่อด้วยถ้อยคำที่ทำให้รินรดากลั้นหายใจ
"ผมเป็นคนรวบรวมมันมาเอง... และผมยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมคือคนที่โง่เขลาที่สุด หูเบาที่สุด จนปล่อยให้ปีศาจในคราบนักบุญทำลายคนที่ผมรักและสมควรปกป้องมากที่สุด" อัคนีหยุดหายใจไปชั่วขณะ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงตามแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในอก ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองตรงไปยังที่นั่งของรินรดา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ความเจ็บปวด และความอาลัยอาวรณ์ที่ล้นปรี่ "และวันนี้... ถึงเวลาที่ผมต้องชดใช้"
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพของอัคนีในตอนนี้ช่างแตกต่างจากอดีตเหลือเกิน ผู้ชายที่เคยถือดีและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมทำลายชื่อเสียงเกียรติยศ และอนาคตทางธุรกิจที่เขาสร้างมากับมือจนย่อยยับ... เพียงเพื่อแลกกับการเปิดโปงความจริงและคืนความยุติธรรมให้กับเธอ
"คุณอัคนีคะ! การทำแบบนี้หมายความว่าหุ้นของบริษัทในเครือจะร่วงกราวรูด คุณกำลังจะล้มละลายทางชื่อเสียงนะคะ!" นักข่าวอีกคนตะโกนถามด้วยความตกใจ
"ผมไม่สน" อัคนีตอบกลับทันที น้ำเสียงของเขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "เงินทอง ชื่อเสียง หรืออำนาจอะไรนั่น... มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้ามันแลกมากับการที่ผมต้องยืนมองคนที่บริสุทธิ์ต้องถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่ผมเป็นคนยื่นมีดให้คนอื่นแทงเธอเอง ความผิดพลาดในอดีต... ผมไม่สามารถแก้ไขมันได้ แต่ผมเลือกที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและปกป้องคนที่ผมสมควรปกป้องได้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป"
พราวพิลาสกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก เธอพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากแขนอัคนี แต่การ์ดรักษาความปลอดภัยเข้ามาขวางไว้เสียก่อน หญิงสาวทรุดฮวบลงกับพื้น ร่ำไห้อย่างน่าเวทนาพร้อมกับตะโกนด่าทอด้วยความคลุ้มคลั่ง "คุณมันคนใจร้ายอัคน์! คุณทิ้งฉันเพื่อผู้หญิงสารเลวนั่น! ฉันทำเพื่อคุณมาตลอดนะ!"
อัคนีไม่แม้แต่จะชายตามองสภาพอันน่าสมเพชของพราวพิลาส เขาก้าวเดินลงจากเวที ท่ามกลางแสงแฟลชที่ยังคงสาดส่องรัวๆ ร่างสูงสง่าเดินตรงดิ่งเข้ามาหารินรดาที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้แถวหน้า หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสะใจ เจ็บปวด และสับสน
เมื่อเขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่นั้น ดวงตาของอัคนีแดงก่ำ มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่า มือหนายื่นออกมาช้าๆ ราวกับเกรงกลัวว่าเธอจะปัดป้อง "ผมขอโทษ... ผมรู้ว่าคำนี้มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับคุณ แต่นี่คือสิ่งที่ผมทำได้เพื่อไถ่บาป... เพื่อให้คุณได้รู้ว่า อย่างน้อยในนาทีนี้ ผมก็เลือกที่จะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผม"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ามอง แม้หัวใจจะไหววูบไปกับคำพูดและการกระทำของเขา แต่บาดแผลในอดีตที่เขาฝากไว้มันลึกเกินกว่าจะลบเลือนด้วยการกระทำเพียงครั้งเดียว
"คุณทำลายชื่อเสียงตัวเองเพื่อฉัน... คุณคิดว่ามันจะทำให้ความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับมันหายไปเหรอคะคุณอัคนี?" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลึก "คุณคิดผิดแล้วล่ะค่ะ... เพราะต่อให้คุณยอมตายต่อหน้าฉันตอนนี้ มันก็เทียบไม่ได้กับน้ำตาหยดเดียวที่ฉันเคยเสียให้คุณเลยสักนิด"
อัคนีเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก คำพูดของเธอบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ยิ่งกว่าการสูญเสียทรัพย์สินเงินทองนับพันล้านเสียอีก เขารู้ดีว่าเขาสมควรได้รับมัน... เขาสมควรถูกเกลียดชังและเหยียบย่ำเช่นนี้
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวชะงักกكنเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา... *พี่เลี้ยงเด็กที่ดูแลน้องรินทร์*
"ฮัลโหลค่ะพี่นิด" รินรดารับสาย น้ำเสียงเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด
[คุณรินคะ!แย่แล้วค่ะ!] ปลายสายละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ [น้องรินทร์... น้องรินทร์ไข้ขึ้นสูงมากค่ะ ตัวร้อนจี๋แถมเรียกหาแต่คุณแม่กับ... คุณพ่อตลอดเวลาเลยค่ะ ตอนนี้พวกเราอยู่โรงพยาบาล... คุณรินรีบมานะคะ!]
โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือ รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ลูก..." เธอพึมพำออกมาด้วยความตกใจ หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด
อัคนีที่ยืนอยู่ใกล้และสังเกตอาการของเธอมาตลอด คว้าข้อมือเธอไว้ด้วยความร้อนรน "เกิดอะไรขึ้นริน? ใครเป็นอะไร?"
"ปล่อยฉัน!" รินรดาปัดมือเขาออกอย่างแรง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตระหนก "น้องรินทร์... ลูกไม่สบาย! ฉันต้องไปหาลูก!"
พอได้ยินคำว่า 'น้องรินทร์' และคำว่า 'ลูก' จากปากของรินรดา ร่างสูงของอัคนีก็ชะงักกึง ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ สมองที่ตื้อตันพลันประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในอดีต ตั้งแต่อายุของเด็กน้อย วันเวลาที่รินรดาย้ายออกจากคฤหาสน์... และใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเสียเหลือเกินในภาพถ่ายที่เขาเคยแอบเห็น
อัคนีก้าวเข้าไปขวางทางรินรดาไว้ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนคาดไม่ถึง ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ
"ริน... เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะ?" อัคนีถามเสียงสั่นระริก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความจริงบางอย่างที่เขาโง่เขลามาตลอดกำลังจะกระจ่างชัดในวินาทีนี้ "น้องรินทร์... ลูกใคร? ลูกของใครริน?!"
ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
— เมฆหมอกสีชมพู
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 35
การปกป้องครั้งยิ่งใหญ่
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!