หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 37

ช่วงเวลาวิกฤตของน้องรินทร์

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
"คุณแม่คะ... รินทร์หนาว ตัวรินทร์ร้อนจังเลยค่ะ" เสียงเล็กแหบพร่าที่เอ่ยออกมาอย่างยากลำบากนั้นราวกับคมมีดนับพันเล่มที่กรีดลงกลางใจของรินรดา หญิงสาวหน้าถอดสี มือเรียวสั่นเทาจนแทบประคองโทรศัพท์มือถือในมือไม่อยู่ ร่างเล็กของน้องรินทร์ในวัยสี่ขวบขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจหอบกระชั้น ผิวแก้วเนียนละเอียดแดงก่ำด้วยพิษไข้สูงที่พุ่งทะยานจนน่ากลัว ปลายเล็บและริมฝีปากเริ่มมีร่องรอยเขียวคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจนชั่วขณะ วิกฤตที่เธอกลัวที่สุดในชีวิตกำลังคุกคามเข้ามา... ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังเผชิญหน้ากับความตายอย่างเงียบงัน "รินทร์... คนดีของแม่ มองหน้านะลูก อย่าเพิ่งหลับตา ลูกต้องไม่เป็นอะไรนะคะ" รินรดารวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเข้าด้วยกัน เธอทิ้งความเย่อหยิ่งและทิฐิทั้งปวง โทรศัพท์สายด่วนฉุกเฉินถูกกดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... สัญญาณสายที่ไม่ว่างและเสียงรอสายอันยาวนานในยามวิกาลกลับทำให้หัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลาย ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ประห้องชุดของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองกลับถูกเปิดออกด้วยรหัสผ่านสำรองที่เธอไม่มีวันลบมันทิ้ง ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยับยู่ยี่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อัคนีไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดว่าเขามาที่นี่ทำไมในยามวิกาลเช่นนี้ สัญชาตญาณบางอย่างดลใจให้เขาแวะมาหลังจากหัวใจกระวนกระวายอย่างไร้สาเหตุตลอดทั้งคืน และภาพตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของนักธุรกิจผู้เยือกเย็นขาดห้วงไปทันที "เกิดอะไรขึ้น..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นอดีตภรรยากำลังโอบอุ้มร่างเล็กที่สั่นเทาด้วยพิษไข้ไว้แนบอก รินรดาสงสายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยความสิ้นหวังขึ้นมองเขา มือเรียวสั่นระริกจนแทบยึดร่างลูกไว้ไม่อยู่ "อัคน์... ช่วยลูกด้วย โรงพยาบาลสายไม่ว่าง รถพยาบาลยังมาไม่ถึง รินทร์... รินทร์หายใจไม่ออกแล้ว!" เพียงแค่คำว่า 'ลูก' หลุดออกจากปากของหญิงสาว อัคนีก็รู้สึกราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงที่กลางอก ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอดว่าเด็กชายคนนี้คือสายเลือดของเขาผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเขาประมวลผลเร็วกว่าคอมพิวเตอร์รุ่นใดๆ ร่างกายเคลื่อนไหวไปเองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง ไม่มีเวลาให้ลังเล ไม่มีเวลาให้ทวงถามอดีต หรือแม้แต่ถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ ทั้งสิ้น อัคนีก้าวเข้าไปประชิดตัว สองแขนแข็งแกร่งช้อนร่างของน้องรินทร์ขึ้นจากอ้อมอกของรินรดาอย่างทะนุถนอมแต่รวดเร็ว ความร้อนที่แผดเผาผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวGกายของเขาทำให้ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนสันนูน "เอารถผมออกไป โรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างไปแค่สิบนาที เตรียมตัวเร็วริน!" ฝนหבעยเม็ดใหญ่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก ท้องฟ้ายามดึกมืดสนิทราวกับไร้ซึ่งความปรานี เช่นเดียวกับสถานการณ์ภายในรถยนต์หรูที่กำลังทะยานฝ่าสายฝนไปอย่างบ้าคลั่ง อัคนีขับรถด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ทักษะการควบคุมจะทำได้ สมาธิทั้งหมดถูกจดจำไว้ที่ถนนเบื้องหน้า แต่วินาทีที่หางตาเหลือบไปเห็นกระจกมองหลังและเห็นรินรดากำลังกอดร่างของเด็กชายไว้แน่น พยายามเรียกชื่อลูกด้วยเสียงสะдиกสะท้อน หัวใจของเขากลับบีบรัดจนเจ็บแปลบ เสียงสะอื้นไห้ของรินรดาที่ดังคลอไปกับเสียงฝนตกกระทบกระจกรถ คือเสียงที่ทำลายความอีโก้และความเย่อหยิ่งทระนงตนของอัคนีจนไม่เหลือชิ้นดี ภาพในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร้เยื่อใย ภาพที่เขาเคยดูถูกความรักและความบริสุทธิ์ใจของหญิงสาว ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ *ถ้าลูกเป็นอะไรไป... เขาจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปชั่วชีวิต* "ริน ตั้งสติไว้ ลูกจะไม่เป็นอะไร เชื่อมือผม" อัคนีเอ่ยเสียงเข้ม พยายามส่งผ่านความมั่นคงไปยังคนข้างกาย แม้ว่ามือหนาที่กำพวงมาลัยรถจะชื้นเหงื่อและสั่นเทาไม่แพ้กัน เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลชื่อดัง ทีมแพทย์และพยาบาลก็กรูเข้ามาเคลื่อนย้ายร่างของน้องรินทร์ขึ้นเตียงเข็นทันที รินรดาวิ่งตามเข้าไปจนถึงประตูห้องฉุกเฉิน แต่ทว่า... เจ้าหน้าที่กลับกันเธอเอาไว้ด้วยเหตุผลทางระเบียบปฏิบัติ ประตูห้องฉุกเฉินปิดสนิทลงพร้อมกับไฟสีแดงที่สว่างขึ้นเตือนว่า 'กำลังปฏิบัติการรักษา' รินรดาทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายที่อดนอนและแบกรับความกดดันมาตลอดหลายชั่วโมงพังทลายลงในพริบตา เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร ความกลัวที่จะต้องสูญเสียแก้วตาดวงใจไปตลอดกาลกัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย อัคนีก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่บางปลอบโยน แต่แล้วชะงักค้างไว้กลางอากาศ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าความเจ็บปวดทั้งหมดในชีวิตของเธอนั้น... มีต้นเหตุมาจากความใจร้ายของเขาเอง "ริน..." เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ร่างสูงตัดสินใจรวบร่างของอดีตภรรยาเข้ามาสวมกอดไว้แน่น แม้รินรดาจะพยายามขัดขืนและทุบตีลงที่อกแกร่งด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย "ปล่อยฉัน! ปล่อยรินนะอัคน์ ถ้าลูกเป็นอะไรไปเพราะความเครียดสะสมที่รินต้องเจอ... รินจะไม่มีวันอภัยให้คุณ! ฮือ..." เสียงกรีดร้องปนสะอื้นไห้ของเธอขาดห้วง เป็นดั่งน้ำกรดที่ราดรดลงบนหัวใจของชายหนุ่ม อัคนีกดจูบลงบนเรือนผมชื้นเหงื่อของเธออย่างลืมตัว ความรู้สึกผิดบาปที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้ดวงตาคมเข้มร้อนผ่าว น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินเงียบเชียบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "ผมขอโทษ... ผมขอโทษริน รินตีผมได้ ด่าผมได้ แต่อย่าพรากลูกไปจากเราเลยนะริน... ผมยอมทุกอย่างแล้ว" ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งแพทย์เจ้าของไข้ก้าวเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทั้งสองคนผุดลุกขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย สายตาทั้งคู่จ้องมองไปยังนายแพทย์หนุ่มราวกับรอคอยคำพิพากษาชีวิต "อาการปลอดภัยแล้วครับคุณพ่อคุณแม่" คุณแพทย์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม "น้องไข้สูงจัดจนชักและมีภาวะทางเดินหายใจอักเสบเฉียบพลัน โชคดีที่นำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที ตอนนี้ให้ยาและออกซิเจนจนอาการทรงตัวแล้วครับ แต่อาจจะต้องให้นอนพักรักษาตัวดูอาการที่โรงพยาบาลสักสองสามวัน" คำว่า 'คุณพ่อคุณแม่' จากปากแพทย์ ทำให้รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ขณะที่อัคนีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ราวกับวิญญาณที่หลุดลอยกลับเข้าร่าง แต่ทว่าความตึงเครียดในบรรยากาศยังไม่ทันจางหาย เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นกระเบื้องดังสะท้อนก้องโถงทางเดินก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปมอง ร่างสมส่วนของพราวพิลาสในชุดแฟชั่นหรูหราปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับช่อดอกไม้ราคาแพงในมือ หล่อนกวาดสายตามองภาพของอัคนีและรินรดายืนเคียงคู่กันหน้าห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและตกตะลึง แต่รอยยิ้มจอมปลอมก็ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "อ้าว, คุณอัคน์คะ! แย่จังเลย ทราบข่าวว่าเด็กคนนี้ป่วยหนัก คุณถึงกับทิ้งงานสำคัญแล้วรีบแจ้นมาที่นี่เลยเหรอคะ? ...แปลกจังนะคะ ทั้งๆ ที่เด็กนี่ก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณเสียหน่อย ทำไมคุณต้องใส่ใจขนาดนี้ด้วยล่ะคะ หรือว่า... คุณรินรดาแอบเอาเด็กที่ไหนมาหลอกคุณกันแน่คะ?" คำพูดของพราวพิลาสเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวนขึ้นกลางวง อัคนีหันขวับไปมองหญิงสาวด้วยแววตาเย็นยะเยือกจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ทว่า ก่อนที่อัคนีจะได้เอ่ยปากขับไล่นางร้ายสาวออกไป ประตูห้องพักฟื้นที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยก็มีเสียงแหบพร่าของเด็กชายดังลอดออกมาเบาๆ "คุณพ่อ... คุณพ่อขา..." ทั้งสามคนชะงักค้าง อัคนีหันขวับกลับไปมองที่ประตูห้องทันที รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่พราวพิลาสหน้าถอดสี และในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดกว้างขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ของน้องรินรดาที่ยืนเกาะขอบประตูด้วยใบหน้าซีดเซียว ดวงตากลมโตบวมเป่งจากการร้องไห้มองตรงมาที่อัคนี ก่อนที่เด็กชายจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความลับทุกอย่างจนไม่เหลือชิ้นดี "รินทร์ปวดหัวจัง... คุณพ่อขา เข้ามาหาน้องรินทร์หน่อยได้ไหมครับ?" รินรดาเบิกตากว้าง อัคนีช็อกค้างราวกถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ส่วนพราวพิลาสกรีดร้องในลำคอด้วยความคลุ้มคลั่งเมื่อความจริงถูกเปิดเผยต่อหน้าต่อตา! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับน้องรินทร์มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ❤️ (เมฆหมอกสีชมพู)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%