หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 19

ผลตรวจ DNA

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ความเงียบงันที่แผ่ซึมเข้ามาในห้องรับรองราวกับคมมีดที่กำลังกรีดเฉือนอากาศให้ขาดวิ่น ประโยคทิ้งท้ายของพราวพิลาสยังคงลอยเคว้งคว้าง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคำพูดเหล่านั้น คือประกายไฟในดวงตาคู่คมของอัคนี รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณความเป็นแม่กรีดร้องลั่นในอก มือเรียวบางเผลอกำชายเสื้อของตัวเองแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ร่างบางถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นระคนโกรธเกรี้ยว เธอมองอดีตสามีที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่สายตาดูแคลนหรือเย2ยหยันเช่นเคย หากแต่เป็นความนิ่งงันที่ลึกล้ำและน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใด "พราว... คุณพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบจนน่าขนลุก อัคนีไม่ได้หันไปมองนางร้ายสาวข้างกาย สายตาคมกริบของเขายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของรินรดา ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าแห่งความเย่อหยิ่ง "พราวพูดความจริงนี่คะคุณอัคน์" พราวพิลาสรีบขยับเข้าไปใกล้ เกาะแขนแกร่งไว้แน่นเพื่อเรียกร้องความสนใจ น้ำเสียงหวานหยดเยิ้มเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชัง "ก็ดูหน้าเด็กนั่นสิคะ เหมือนคุณพิมพ์ทรงออกมาเลยไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าคุณอัคน์จะตาบอดจนมองไม่เห็นว่าเด็กคนนั้น... มีใบหน้าถอดแบบมาจากคุณตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนในอกจนหายใจแทบไม่ออก เธอไม่อาจยอมให้ใครเอาลูกชายอันเป็นดวงใจมาเป็นเครื่องมือประจานความสนุกปากเด็ดขาด! "คุณพราวพิลาส!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความกรรเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "กรุณาสำรวมปากของคุณด้วย ลูกของฉัน... เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคนตระกูลนี้ทั้งสิ้น อย่าเอาความสกปรกในความคิดของคุณมาแปดเปื้อนลูกฉัน!" "อุ๊ย ร้อนตัวจังเลยนะคะ" พราวพิลาสลอยหน้าลอยตาเชิดใส่ "ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องเสียงดังล่ะคะ แค่ให้ตรวจดูสักนิดจะเป็นไรไป หรือว่า... กลัวความจริงบางอย่างมันจะปรากฏออกมากันแน่คะคุณรินรดา?" "พอได้แล้ว!" อัคนีตวาดกร้าวขึ้น เสียงนั้นทรงพลังจนทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วพริบตา ชายหนุ่มปรายตามองพราวพิลาสด้วยแววตาดุดันจนหญิงสาวสะดุ้งโหยงและหุบปากฉับ "เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาออกความเห็น ออกไปรอข้างนอกซะพราว!" "แต่ว่าคุณอัคน์คะ..." "ฉันบอกให้ออกไป!" น้ำเสียงคำรามต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดทำให้นางร้ายสาวไม่กล้าต่อรองอีกต่อไป เธอได้แต่ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้รินรดาก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อประตูห้องปิดลง ความกดดันภายในห้องไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย อัคนีค่อยๆ ก้าวช้าๆ เข้าหารินรดา ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นผู้ล่าทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกกวางน้อยที่มุมอับ "จริงอย่างที่พราวพูดหรือเปล่า..." อัคนีเอ่ยถาม เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ ทว่ากลับก้องกังวานในความรู้สึก "เด็กคนนั้น... น้องรินทร์... เป็นลูกของฉันใช่ไหม ริน" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยืดกายขึ้นอย่างสง่างาม แม้ขาข้างในจะสั่นเทาแค่ไหนก็ตาม ใบหน้าที่เคยยอมจำนนในอดีตบัดนี้กลับเรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงกลัว "คุณเอาสมองส่วนไหนมาคิดคะคุณอัคนี" รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น "เราหย่ากันมานานเท่าไหร่แล้ว คุณก็รู้ดีนี่คะ อีกอย่าง... คนอย่างคุณ เคยชายตามองฉันด้วยความเสน่หาจริงๆ สักครั้งไหมล่ะคะ ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกัน คุณเห็นฉันเป็นแค่หุ่นยนต์ตัวหนึ่งในบ้านเท่านั้น อย่ามาเพ้อเจ้อเรื่องสายเลือดอะไรตอนนี้เลยค่ะ มันน่าสมเพช" คำพูดที่เชือดเฉือนตรงจุดทำให้สันจมูกโด่งของอัคนีขยับเล็กน้อย ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วเข้ามาในอก คำว่า 'น่าสมเพช' จากปากผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาตลอดมา มันช่างบาดลึกและแผดเผาความอีโก้ของเขาจนยับเยิน "ปากเก่งขึ้นนี่รินรดา" อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักหนา "แต่ท่าทางร้อนรนเมื่อครู่ของคุณ มันไม่ได้บอกเลยนะว่าคุณบริสุทธิ์ใจ" "ฉันจะร้อนรนเรื่องอะไร ในเมื่อความจริงก็คือความจริง ลูกของฉันเป็นลูกของฉันคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคุณ!" "งั้นเหรอ..." อัคนีหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิจารณา ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังสำรวจเหยื่อ "ถ้ามั่นใจนักว่าไม่ใช่ลูกของฉัน ทำไมคุณถึงต้องทำหน้าตาตื่นตระหนกขนาดนั้นตอนที่พราวพูดขึ้นมาล่ะ หืม?" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำหมัดซ่อนไว้ใต้ชายเสื้อเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นอาการสั่นเทา "ฉันไม่ได้ตื่นตระหนกเพราะกลัวความจริง แต่ฉันโกรธที่คุณปล่อยให้คนบ้าๆ มาดูถูกลูกของฉันต่างหาก!" "งั้นก็พิสูจน์สิ" อัคนีพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบ ทว่าเด็ดขาด "ถ้าเด็กคนนั้นไม่ใช่สายเลือดของฉันจริงๆ เธอก็ไม่มีอะไรต้องกลัว... แต่ถ้าใช่..." ชายหนุ่มเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาจนหญิงสาวต้องผถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ อัคนีโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซ่าไปทั้งร่าง "เธอไม่มีทางหนีฉันพ้นอีกต่อไป รินรดา" ลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ซึ้งดีถึงความเจ้าเล่ห์และอิทธิพลของอัคนี หากเขาปักใจสงสัยอะไรแล้ว ต่อให้เธอดิ้นรนแค่ไหน เขาก็ต้องหาทางพิสูจน์มันจนได้ และเธอก็เดาไม่ผิดเลย... สามวันต่อมา ณ คลินิกแพทย์ทางเลือกชื่อดังแห่งหนึ่ง รินรดากำลังอุ้ม 'น้องรินทร์' ไว้แนบอก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวด้วยความร้อนรน หลังจากที่เธอเผลอปล่อยให้ลูกชายคลาดสายตาไปกับพี่เลี้ยงเพียงครู่เดียวในห้างสรรพสินค้าเมื่อวานนี้ ก่อนที่เด็กน้อยจะกลับมาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มสดใสและบอกว่า "มีคุณอาใจดีพาไปกินไอศกรีมมาครับ" ตอนนั้นเธอยังไม่เอะใจอะไร จนกระทั่งเธอสังเกตเห็นเส้นผมสีดำสนิทที่ติดอยู่บนปกเสื้อของลูกชาย... เส้นผมที่ยาวเกินกว่าวัย และที่สำคัญ... มันไม่ใช่เส้นผมของเธอ! ความคิดของอัคนีช่างรวดเร็วและไร้ความปรานีเสียจริง เขาไม่ได้รอให้เธออนุญาต เขาใช้วิธีสกปรกแอบขโมยตัวอย่างเส้นผมของลูกชายไปตรวจโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว! ปึก! เสียงเปิดประตูห้องตรวจดังขึ้น รินรดารีบกระชับกอดลูกชายแน่น ขณะที่ดวงตากลมโตมองไปยังร่างสูงของคนที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม อัคนีไม่ได้มาคนเดียว ในมือหนาของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาทึบที่ถูกกำไว้แน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคมกริบของอัคนีตวัดมามองรินรดา นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนยากจะคาดเดา มีทั้งความตกตะลึง ความโกรธขึง และ... ประกายบางอย่างที่สั่นไหวอย่างรุนแรง "ผลตรวจออกแล้วสินะคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น มือบางลูบศีรษะลูกชายที่กำลังซบหน้ากับไหล่ของเธออย่างปลอบโยน แม้ในใจจะหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ อัคนีไม่ตอบคำถาม ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและติดขัดราวกับคนเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอนมาอย่างยาวนาน นิ้วแกร่งสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ค่อยๆ ดึงเอกสารแผ่นสุดท้ายออกจากซองสีน้ำตาล เขากวาดสายตาอ่านตัวหนังสือบรรทัดสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ตัวเลขและเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันของดีเอ็นเอที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น... มันเด่นชัดเสียจนแทบจะทิ่มแทงดวงตาของเขาให้บอดสนิท *ความน่าจะเป็นทางพันธุกรรม (Paternity Probability): 99.99%* อัคนีเงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำและเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ มันคือความจริง... ความจริงที่เขาเป็นคนโง่เขลาทำลายมันด้วยมือของตัวเอง ความจริงที่ว่าเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของอดีตภรรยา คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของเขาเอง! "ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดมาจากลำคอที่ตีบตัน อัคนีเอื้อมมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะต้องร่างของเด็กชาย ทว่ารินรดากลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาเย็นชาที่ไร้ซึ่งเยื่อใยมาให้เขา "อย่ามาแตะลูกฉัน!" รินรดาแผדเสียงกร้าว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่มันถูกกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง "คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วนี่คะ ผลตรวจ DNA มันบอกคุณชัดเจนแล้วใช่ไหมล่ะว่าเขาคือลูกของคุณ... ทีนี้ พอใจหรือยังคะคุณอัคนี!" อัคนีชะงักมือค้างกลางอากาศ หัวใจของเขาเจ็บแปลบราวกับถูกค้อนทุบซ้ำๆ เมื่อเห็นกำแพงความเกลียดชังที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นขวางเขากับลูก มันสูงเสียดฟ้าและไม่มีทางปีนข้ามไปได้ง่ายๆ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเขา "ไม่... ฉันยังไม่พอใจ" อัคนีเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าทรงพลังจนรินรดาต้องสะท้าน "ในเมื่อเขาเป็นลูกของฉัน... ฉันก็จะทวงทั้งลูกและแม่ของเขาคืนมาทั้งหมด ต่อให้เธอต้องเกลียดฉันจนวันตาย รินรดา เธอก็ไม่มีวันได้หลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้อีกแล้ว!" (ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ค่ะ) --- *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ หวังว่าตอนนี้นصفหัวใจของทุกท่านจะยังเต้นแรงอยู่ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู*
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%