ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานตัวกว้างในห้องรับรองวีไอพี ส่งเสียงกรอบแกรบเบาๆ ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของอัคนีสัมผัสถูกมัน ความเงียบงันภายในห้องนั้นราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงดันอากาศที่ต่ำจนน่าอึดอัด กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศไม่เท่ากับความหน Icy ที่แผ่ออกมาจากแววตาคมกริบของชายหนุ่ม
ดวงตาคู่นั้น… ดวงตาที่เคยทอดมองรินรดาด้วยความเฉยชาและหยิ่งยโส บัดนี้กลับแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยปูดโปーンตรงขมับยามกวาดสายตาอ่านตัวหนังสือบรรทัดสุดท้ายบนกระดาษแผ่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*‘ความน่าจะเป็นของความสัมพันธ์ทางสายเลือด: 99.99%’*
ผลตรวจดีเอ็นเอจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่เขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่… เอกสารที่เขาแอบสั่งให้คนสนิทไปลอบเก็บตัวอย่างเส้นผมของเด็กชายตัวน้อยมาตรวจโดยเงียบเชียบ บัดนี้มันกลายเป็นค้อนเหล็กขนาดมหึมาที่ทุบลงกลางศีรษะของอัคนีจนชาหนึบไปหมดทั้งร่าง
“ซ่อน… รินรดากล้าดียังไงถึงกล้าซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไว้ตั้งสี่ปี!”
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของอัคนีดังขึ้น พร้อมกับกำปั้นหนาที่ทุบลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีจนแฟ้มเอกสารสะเทือน ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยโทสะที่ผสม Laceration ความรู้สึกเจ็บแปลบประหลาดที่ขั้วหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลูกชาย… เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่มีดวงตากลมโตและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน เด็กคนที่เขาเคยปัดป้อง เย็นชาใส่ และเกือบจะเอ่ยปากไล่ให้พ้นหน้าในวันที่บังเอิญเจอที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อไม่นานมานี้
ลูกแท้ๆ ของเขา!
ในขณะที่อัคนีจมอยู่กับพายุอารมณ์คลุ้มคลั่ง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างเบามือ รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเบจเดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าฝีเท้ากลับสะดุดกึกเมื่อเห็นสภาพของอัคนีในยามนี้ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองซองเอกสารสีน้ำตาลที่หลุดร่วงอยู่บนพื้น และกระดาษแผ่นสำคัญที่อยู่ในมือแกร่ง
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง แต่วินาทีต่อมา รินรดาก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติความเข้มแข็งทั้งหมดกลับคืนมา เธอยืดกายขึ้นตรง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่หวั่นเกรง
“คุณเข้ามาทำอะไรในห้องส่วนตัวของฉันคะ คุณอัคนี” น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบและเย็นชา ราวกับกำลังสนทนากับคนแปลกหน้าที่ไร้ความสำคัญ
อัคนีเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาที่มองเธอบัดนี้ไม่ได้ราบApathyอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกหักหลัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวในพริบตาเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนรุ่มจากตัวเขาทำให้รินรดาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
“เธอถามฉันว่าเข้ามาทำไมอย่างนั้นเหรอ รินรดา!” อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล “เธอต่างหากที่ต้องตอบคำถามฉัน… ลูก! น้องรินทร์เป็นลูกของฉันทำไมเธอถึงปิดบัง! ทำไมถึงกล้าซ่อนลูกไว้จากฉันตั้งสี่ปี!”
คำถามนั้นพรั่งพรูออกมาพร้อมกับความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ หวงแหน และ… ความรู้สึกผิดบาปที่ตีรวนขึ้นมาในอก แต่มิจฉาญาณแห่งความเห็นแก่ตัวยังคงครอบงำเขา อัคนีมองว่านี่คือการ ‘ขโมย’ สายเลือดของตระกูลไปจากเขา
รินรดาจ้องมองอดีตสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา เธอไม่ได้ตกใจอย่างที่เขาคิด รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบอย่างน่ามอง
“ซ่อนงั้นหรือคะ? คุณใช้คำว่าซ่อนกับเด็กที่คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเนี่ยนะ” รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ “วันที่ฉันอุ้มท้องเขาด้วยความยากลำบาก วันที่ฉันเกือบตายบนเตียงคลอด คุณอยู่ที่ไหนคะคุณอัคนี? วันที่ลูกถามหาพ่อว่าทำไมเราถึงไม่มีครอบครัวเหมือนคนอื่น คุณกำลังควงอยู่กับพราวพิลาสที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ไม่ใช่หรือไง!”
“ริน!” อัคนีคำรามลั่นเมื่อถูกจี้ใจดำ ความจริงที่เ pernahหลงระเริงในอดีตย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่
“อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันค่ะ!” รินรดาตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้แรมปี เธอยกมือขึ้นผลักอกกว้างของเขา1 ครั้งเต็มแรง แม้ร่างหนาจะแทบไม่ขยับ แต่แรงผลักนั้นก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวที่เปลี่ยนคราบน้ำตาในอดีตให้กลายเป็นอาวุธ “จำไม่ได้หรือไงคะว่าเราหย่ากันแล้ว! ใบหย่าที่คุณเซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ลังเลเมื่อสี่ปีก่อน มันตัดขาดทุกอย่างระหว่างเรา สิทธิในการเป็นพ่อแม่… ในเมื่อคุณไม่เคยต้องการเขาตั้งแต่วันแรกที่คุณขับไล่เราสองแม่ลูกออกไปจากชีวิต คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทวงถามอะไรในตอนนี้ทั้งนั้น!”
“ฉันเป็นพ่อเด็กนะ!” อัคนีตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกปฏิเสธสิทธิ์ “สายเลือดของฉันไหลอยู่ในตัวเด็กคนนั้น! คิดเหรอว่าแค่กระดาษใบเดียวหรือการหย่าร้าง จะทำให้ฉันตัดขาดจากลูกตัวเองได้ รินรดา เธออย่ามาเห็นแก่ตัว ปิดบังพ่อไม่ให้เจอหน้าลูกแบบนี้!”
“คนเห็นแก่ตัวมันคือคุณต่างหาก!” รินรดาสวนกลับทันควัน น้ำตาหยดใสเอ่อคลอเบ้าแต่เธอรีบกะพริบไล่เก็บมันกลับไป เธอจะไม่ยอมอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเด็ดขาด “คุณหวงลูกเหรอคะ? หรือจริงๆ แล้วคุณแค่หวงหน้าตาทางสังคม กลัวว่าใครจะรู้ว่าคุณเคยทอดทิ้งลูกแท้ๆ ของตัวเองกันแน่! อย่ามาอ้างคำว่าพ่อเลยค่ะ เพราะตลอดสี่ปีที่ผ่านมา สำหรับน้องรินทร์แล้ว… คุณเป็นแค่คนแปลกหน้า!”
คำว่า ‘คนแปลกหน้า’ กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของอัคนีราวกับคมมีด ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาหายใจไม่ออก มือหนาเอื้อมไปคว้าต้นแขนเรียวของรินรดาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบีบที่มากเกินไปทำให้หญิงสาวนิหน้าด้วยความเจ็บ
“ปล่อยฉันนะ!” รินรดาร้องสั่ง พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม
“ไม่! ฉันไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะตกลงพาตัวน้องรินทร์กลับมาอยู่กับฉันที่คฤหาสน์” อัคนีประกาศกร้าว นัยน์ตาคมกริบฉายแววดื้อรั้นและเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด “เด็กคนนั้นเป็นทายาทตระกูลอัคนัยกุล เขาต้องเติบโตในที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่มาลำบากอยู่กับเธอแบบนี้!”
“ลำบากงั้นเหรอคะ?” รินรดาหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยามเหยียด “ฉันเลี้ยงลูกด้วยหยาดเหงื่อและแรงงานของฉันเอง น้องรินทร์มีความสุขดีโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเศษเงินหรือความเมตตาปลอมๆ จากคุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”
“ถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะ เธอจะทำไม…” อัคนีโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มนวล เขากำลังใช้อำนาจและความใกล้ชิดเพื่อข่มขวัญเธอเหมือนเช่นเคย
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวพรวดเข้ามาในห้องทำงาน
“คุณอัคน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!”
เสียงหวีดแหลมของพราวพิลาสที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาทำให้ทั้งสองร่างผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว นางร้ายสาวหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่หน้าประตูห้องโถงด้านนอกด้วยอาการตื่นตระหนก
อัคนีขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขาหันไปตวาดเสียงเข้ม “มีอะไรพราว ถึงได้เสียมารยาทบุกเข้ามาแบบนี้!”
“ก… ก็เด็กคนนั้นน่ะสิคะคุณอัคน์!” พราวพิลาสละล่ำละลักพูดด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกโพลงราวกับเห็นผี “เด็กผู้ชายคนที่หน้าตาเหมือนคุณเปี๊ยบคนนั้น… อยู่ๆ เขาก็เดินเข้ามาในบริษัท แล้วตอนนี้… ตอนนี้เขาMcCallเรียกคุณว่า ‘คุณพ่อ’ ต่อหน้าบอร์ดบริหารและนักข่าวสำนักใหญ่ที่มารอสัมภาษณ์คุณอยู่ข้างล่างค่ะ!”
สิ้นคำพูดของพราวพิลาส รินรดาก็หน้าถอดสีทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ส่วนอัคนี… ร่างสูงชะงักค้างไปในทันที นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ก่อนที่มุมปากหยักจะค่อยๆ กระตุกยิ้มขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางความตกตะลึงที่แขวนค้างอยู่บนเส้นด้ายแห่งความลับที่กำลังจะขาดสะบั้นลงในวินาทีนี้!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความเจ็บปวดและงดงามนี้ไปกับ "เมฆหมอกสีชมพู" นะคะ
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 18
หวงลูกหรือหวงเมีย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!