หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 17

เธอไม่ใช่คนเดิม

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายน้ำหอมราคาแพงระยับผสมผสานกับบรรยากาศอันน่าอึดอัดในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ราวกับถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาทีที่ร่างระหงของพราวพิลาสก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกไม่ได้มีความหวาดหวั่นระคนหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว ความเจ็บช้ำในอดีตที่เคยถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยไฟแห่งความเด็ดเดี่ยว ภาพของอัคนีที่ยืนชะงักค้างด้วยความตกตะลึงกับรอยยิ้มเยาะเย้ยของพราวพิลาส สะท้อนชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ “บังเอิญเสียจริงนะคะ…” พราวพิลาสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดัดจริต จงใจลากเสียงยาวเพื่อเรียกร้องความสนใจ พร้อมกับกรายเข้ามาใกล้ราวกับนางพญาผู้กำชัยชนะในเกมนี้ “ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์... อ๊ะ หรือว่าฉันตาฝาดไปคะคุณอัคน์ ที่จริงเราหย่าขาดกันไปนานจนลืมไปแล้วว่าคุณรินรดาเองก็ยังมีความสามารถในการ... หาผู้ชายคนใหม่มาเลี้ยงดูได้ไม่ยาก” คำพูดจิกกัดที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสด พราวพิลาสจงใจใช้คำพูดเพื่อกดให้รินรดาต่ำลงเหมือนเช่นเคย หวังจะเห็นแววตาตื่นตระหนก น้ำตาคลอเบ้า หรือท่าทีลนลานแก้ตัวอย่างที่เคยเป็นในอديต ทว่า… ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย รินรดาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจือปน แต่มันกลับเยือกเย็นและทรงพลังเสียจนคนที่มองอยู่ถึงกับสันหลังวาบ “ปากของคุณพราวยังคงน่ารังเกียจไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าก้องกังวานและชัดถ้อยชัดคำ “คนเรามักจะมองคนอื่นในแง่ลบตามสันดานดิบที่ตัวเองมีอยู่เสมอ ดิฉันเข้าใจค่ะว่าคุณพราวคงชินกับการเกาะติดชีวิตคนอื่นจนลืมไปว่า... มนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเขาหาเงินใช้เองได้ โดยไม่ต้องคอยแย่งของรักของใครเหมือนอย่างที่คุณพราวถนัด” เพล้ง! ประโยคเรียบง่ายแต่เชือดเฉือนถึงรากเหง้า ทำเอาสีหน้าของพราวพิลาสเปลี่ยนสีในพริบตา รอยยิ้มเยาะเย้ยแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาทาสโมกกี้อายส์เบิกกว้างด้วยความโกรธจัดที่ถูกตบหน้ากลางสาธารณชนด้วยคำพูดที่สุภาพแต่เจ็บแสบถึงทรวงใน “รินรดา! แก! กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้!” พราวพิลาสกรีดเสียงแหลมสูงจนคนรอบข้างเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ ความเป็นกุลสตรีที่เคยเสแสร้งสร้างภาพมาตลอดพังทลายลงในพริบตาเมื่อเจอไม้นี้ของอดีตภรรยาที่เธอเคยเหยียบย่ำ “ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อสิ่งที่ฉันพูดมันคือความจริงทุกประการ” รินรดาก้าวเท้าเข้าหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเล็กน้อย แต่รัศมีและความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับกดดันให้พราวพิลาสต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “จำไว้นะคะพราวพิลาส... โลกใบนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวคุณ และผู้ชายที่คุณพยายามวิ่งตามจนเนื้อตัวสั่นเทานั้น... ก็เป็นแค่ของเหลือใช้ที่ดิฉันเป็นคนโยนทิ้งลงถังขยะไปเองด้วยซ้ำ!” อัคนีที่ยืนอยู่ข้างกายถึงกับนิ่งงั้น ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก หัวใจกระตุกวูบราวกับถูกคมมีดกรีดลึก คำว่า ‘ของเหลือใช้’ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของรินรดา ทิ่มแทงอีโก้และความภาคภูมิใจทั้งหมดของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจนย่อยยับ นี่น่ะหรือ… รินรดาภรรยาผู้เคยอ่อนแอ ยอมก้มหน้าอดทนรับความเจ็บช้ำและร้องไห้เงียบๆ คนเดียวในห้องมืดตลอดหลายปีที่ผ่านมา? ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว รินรดาในเวอร์ชันนี้มีความเด็ดเดี่ยว แข็งแกร่ง และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่ดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้าง รัศมีของความมั่นใจทำให้เธอเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนอัคนีรู้สึกละสายตาไม่ได้ ราวกับถูกมนต์สะกดให้จมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด เสียดาย และ… หวาดกลัวว่าเขาจะไม่มีวันได้เธอกลับคืนมาอีกชั่วAชีวิต “ริน…” อัคนีเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโหยหาและไม่คุ้นเคย “คุณอัคน์คะ! ดูซิคะที่มันพูด! มันตบหน้าฉันทางอ้อมนะคคะ! คุณจะยืนเฉยอยู่ทำไมล่ะคะ จัดการมันสิคะ!” พราวพิลาสรีบหันไปเกาะแขนแกร่งของอัคนี เขย่าเร้าหรือด้วยความเดือดดาล พร้อมกับบีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสารแบบที่เคยได้ผลทุกครั้ง ทว่า… ครั้งนี้มันกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อัคนีสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของพราวพิลาสอย่างไม่ใยดี ดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองแต่รินรดา ราวกับโลกทั้งใบในนาทีนี้มีเพียงแค่ผู้หญิงคนเดียว “พราว… เงียบก่อน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งด้วยความรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด สายตาที่อัคนีใช้มองพราวพิลาสในตอนนี้เต็มไปด้วยความเย็นชาและรังเกียจ ซึ่งเป็นสายตาแบบเดียวกันกับที่เขาเคยใช้มองเธอยามที่เธอทำตัวน่ารำคาญในอดีต พราวพิลาสหน้าซีดเผือด เปลวเพลิงแห่งความริษยาแผดเผาอยู่ในอกเมื่อเห็นว่าอัคนีไม่ได้เข้าข้างเธอเหมือนเก่า หนำซ้ำเขายยังแสดงออกชัดเจนว่ากำลังให้ความสนใจรินรดามากกว่าหล่อนเสียอีก! รินรดามองภาพนั้นด้วยแววตาเย้ยหยัน เธอไม่ได้รู้สึกสะใจเป็นพิเศษ แต่มันคือความรู้สึกโล่งเบาและสมเพชเวทนาในเวลาเดียวกัน เกมนี้… เธอเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ไม่ใช่อัคนี และไม่ใช่พราวพิลาส “ถ้าไม่มีอะไรธุระอะไรกันแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะ ลูกชายของดิฉันคงจะรออยู่ข้างนอกนานแล้วค่ะ” รินรดาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอหันหลังเตรียมจะก้าวเดินจากไปอย่างไม่สนใจใยดี “เดี๋ยวก่อน รินรดา!” อัคนีร้องเรียกพร้อมกับก้าวตามคว้าข้อมือเรียวเอาไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสอุ่นร้อนที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้รินรดารู้สึกชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็รีบดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็ว “ปล่อยค่ะคุณอัคน์ การกระทำแบบนี้มันน่าสมเพชนะคะ” รินรดาตวัดสายตากลับมามองที่ข้อมือตัวเองที่ถูกพันธนาการไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาแข็งกร้าวและไร้เยื่อใยทำให้หัวใจของอัคนีร้าวราน “ริน… เรามีเรื่องต้องคุยกัน” อัคนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกโยนทิ้งไปชั่วขณะเมื่อเผชิญหน้ากับความเย็นชาของเธอ “เรื่องของเรา… มันยังจบไม่สนิท” “จบไปนานแล้วค่ะคุณอัคน์ ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากชีวิตไงคะ จำไม่ได้เหรอ?” รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณู “คนฉลาดเขาไม่รื้อฟื้นขยะที่ตัวเองทิ้งไปแล้วขึ้นมาดูหรอกนะคะ ปล่อยมือค่ะ ไม่อย่างนั้นดิฉันจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปในฐานะสตอล์กเกอร์ที่คุกคามความเป็นส่วนตัว” คำขู่ที่จริงจังทำให้อัคนีต้องยอมคลายมือออกช้าๆ อย่างจำยอม ความพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เขามองดูหญิงสาวที่เคยอยู่ในกำมือของตนเอง ค่อยๆ ก้าวเดินห่างออกไปทีละน้อยด้วยท่าทีสง่างามและมั่นคง โดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย พราวพิลาสกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก “คุณอัคน์คะ! คุณปล่อยให้มันหยามเราขนาดนี้ได้ยังไง! หรือว่าคุณยังอาลัยอาวรณ์นังผู้หญิงไร้ค่าคนนั้นอยู่!” อัคนีไม่ตอบคำถามของพราวพิลาส ดวงตาคมกริบยังคงทอดมองตามแผ่นหลังบางของรินรดาที่เดินลับตาไปทางโซนร้านขายของเล่นเด็กชื่อดัง ความสงสัยบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจตั้งแต่วันก่อน กลับมาตีรวนรุนแรงยิ่งขึ้นในวินาทีนี้ ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ ถ้ารินรดาแต่งงานใหม่จริง… แล้วเด็กคนนั้นล่ะ เป็นลูกของใคร? และในจังหวะที่อัคนีตัดสินใจสาวเท้าก้าวตามรินรดาไปเงียบๆ ด้วยความอยากรู้ระคนสังหรณ์ใจบางอย่างที่รุนแรงจนน่ากลัว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าผ้าอ้อมเด็กแบบพกพาที่ตกอยู่บนโซฟาหนังสีครีมใกล้กับจุดที่รินรดายืนอยู่เมื่อครู่นี้ ด้วยความสงสัยระคนร้อนรน ชายหนุ่มจึงก้มลงหยิบกระเป๋าใบนั้นขึ้นมา ตั้งใจจะนำไปคืนเจ้าของ แต่ทว่า… เมื่อซิปกระเป๋าเปิดอ้าออกเล็กน้อย สิ่งของชิ้นแรกที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นพรมราคาแพง กลับทำให้ลมหายใจของอัคนีหยุดชะงักไปในทันที มันคือ… ซองเอกสารสีน้ำตาลประทับตราลับสุดยอดจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง และชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าซองเอกสารฉบับนั้น… คือชื่อของเด็กชายตัวน้อย พร้อมผลการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ระบุผลไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาโดยตลอดนะคะ - เมฆหมอกสีชมพู -
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%