กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำยาถูพื้นลาเวนเดอร์ผสมกับหยาดเหงื่อจากความเครียดขึง ไม่ได้ทำให้คฤหาสน์หลังโตดูอบอุ่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ภาพของประธานกรรมการบริหารบริษัทอสังหารimทรัพย์มูลค่าหมื่นล้าน กำลังคุกเข่าใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดคราบเปื้อนบนพื้นกระเบื้องแกรนิตด้วยมือเปล่า กลับเป็นภาพที่ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกทั้งสะใจและเวทนาในเวลาเดียวกัน
อัคนีกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงที่เคยถูกรีดเรียบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และหลุดลุ่ย แขนเสื้อถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดจากการออกแรง ชายหนุ่มผู้ไม่เคยแม้แต่จะหยิบจับแก้วน้ำด้วยตัวเองตลอดชีวิต สามสิบปีเศษที่ผ่านมา โลกของเขาหมุนรอบตัวเลข ผลกำไร และอำนาจ แต่ในวินาทีนี้... โลกของเขาเหลือเพียงรอยเปื้อนสีดำบนพื้นห้องครัวที่รินรดาจงใจทำหกไว้เพื่อทดสอบความอดทน
"เช็ดให้สะอาดนะคะคุณอัคน์ ถ้าตรงไหนยังมีคราบมันเหลืออยู่ ฉันคงต้องให้คุณเริ่มต้นทำความสะอาดห้องนี้ใหม่ตั้งแต่ต้น"
เสียงหวานใสแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากทางด้านหลัง รินรดายืนพิงกรอบประตู กอดอกมองอดีตสามีด้วยสายตาเรียաբเฉย เส้นผมยาวสลวยถูกรวบไว้เป็นมجمวบหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่งดงามราวกับภาพวาด แม้เธอจะไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางมากมายนัก แต่ความมั่นเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดในแววตากลับทรงพลังเสียจนผู้ชายที่เคยเหยียบยย่ำเธอต้องก้มหน้าลงต่ำ
อัคนีเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้มีแต่ความเหนื่อยล้าและร่องรอยของการวิงวอน เขาไม่ได้ปริปากบ่นสักคำ ไม่แม้แต่จะแสดงความหงุดหงิดออกมาให้เห็น ชายหนุ่มยอมก้มหน้าลงขัดพื้นต่อด้วยความจำยอม เพราะเขารู้ดีว่า... นี่คือบทลงโทษที่น้อยนิดเหลือเกิน หากเทียบกับความเจ็บปวดที่เขาเคยฝัง
"ผมทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ... เอ่อ... เรียบร้อยแล้วค่ะ" อัคนีเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาค้อนขวิดปนเตือนสติของหญิงสาว เขาก็รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีด้วยความกลัวว่าเธอจะไล่เขาออกจากบ้านหลังนี้
รินรดากวาดสายตาสำรวจพื้นห้องที่สะอาดเอี่ยมออ่นอย่างพึงพอใจ เธอเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงมองชายหนุ่มที่ยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกซับซ้อนในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความเจ็บแปลบที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความสะใจ อดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดลงบนพื้นห้องเพื่อแลกกับการได้อยู่ใกล้ชิดเธอกับลูก... ช่างเป็นภาพที่ตลกร้ายสิ้นดี
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่คะ สำหรับมือใหม่ที่วันๆ จับแต่ปากกาเซ็นเช็คพันล้าน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ปลายเท้างามในรองเท้าสวมใส่สบายเขี่ยถังน้ำที่วางอยู่ใกล้ๆ เบาๆ "แต่ตู้เสื้อผ้าในห้องนอนใหญ่ยังไม่ได้จัดนะคะ แล้วก็เสื้อผ้าของน้องรินทร์ที่ซักไว้เมื่อเช้ายังกองอยู่ในตะกร้า... เชิญคุณไปจัดการต่อให้เรียบร้อยด้วยค่ะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน"
อัคนีลุกขึ้นยืนช้าๆ เขายกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยตัวเองในอดีต คนที่เคยบอกว่าเธอไม่มีค่า... คนที่เคยผลักไสเธอให้ไปเผชิญความโดดเดี่ยว... ตอนนี้กำลังวิ่งวุ่นทำความงานบ้านเป็นทาสรับใช้ เพื่อขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากเธอ
"พี่จะไปทำเดี๋ยวนี้ครับ... เอ๊ย! ฉันจะไปทำเดี๋ยวนี้ค่ะ" อัคนีรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นรินรดากลอกตาด้วยความรำคาญ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง แต่ภายในอกกลับมีความหวังริบหรี่จุดประกายขึ้นมาอย่างดื้อรั้น อย่างน้อยที่สุด... เธอก็ไม่ได้ไล่เขาออกจากบ้านหลังนี้ เธอยังให้โอกาสเขาได้ชดใช้ แม้ว่าหนทางไถ่บาปนี้จะยาวไกลและเต็มไปด้วยขวากหนามสักเพียงใดก็ตาม
ในขณะเดียวกัน เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยสี่ขวบก็ดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่น รินรดาระบายยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นลูกชายตัวน้อยกำลังวิ่งเล่นกับของเล่นชิ้นโปรด น้องรินทร์เด็กชายผู้เป็นแก้วตาดวงใจและเป็นกาวใจที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รอยยิ้มและดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากผู้ชายที่กำลังงגתกวาดเช็ดถูอยู่ชั้นบนไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณแม่ครับ คุณอาคนนั้น... เอ่อ คุณพ่อคนนั้น กำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมหน้าตาถึงดูเหนื่อยจังเลยล่ะครับ" น้องรินทร์วิ่งเตาะแตะเข้ามาหาผู้เป็นแม่ เงยหน้าถามด้วยความไร้เดียงสา
รินรดาย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอก มือเรียูลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายเบาๆ ดวงตาคู่สวยมองทอดไปยังบันไดวนเบื้องบน หัวใจไหววูบด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"คุณพ่อกำลังออกกำลังกายค่ะลูก... ออกกำลังกายชดใช้ความผิดที่เคยทำไว้กับเรา" รินรดาตอบเสียงแผ่วเบา ซ่อนความสั่นเครือไว้ภายใต้รอยยิ้ม
ทว่า... ความเงียบสงบในยามบ่ายกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงกริ่งหน้าประตูคฤหาสน์ดังขึ้นลั่นติดต่อกันหลายครั้ง ราวกับผู้มาเยือนกำลังร้อนรนและไม่ต้องการรอคอย รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ใครกันที่จะมาหาพวกเขาในเวลาวิกาลเช่นนี้ หรือว่าจะเป็น...
ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าไปเปิดประตูกระจกบานใหญ่ ประตูรั้วด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่คาดฝัน ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับเดินนงเยื้องย่างเข้ามาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ ดวงตาคมกิบที่เต็มไปด้วยความริษยาจ้องมองมาที่รินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
พราวพิลาสยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางมาไกล แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย เธอกวาดสายตามองคฤหาสน์หรู ก่อนจะแค่น
"รah... นังหน้าด้าน! แกกล้าดียังไงถึงกักตัวพี่อัคน์ไว้ที่นี่!" เสียงแหลมสูงกรีดร้องทำลายความเงียบ พราวพิลาสพุ่งตรงเข้ามาหาเรื่องทันทีโดยไม่สนว่าเด็กชายตัวเล็กๆ กำลังยืนอยู่ตรงนั้น "แกมันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำที่ถูกเขาทิ้งไปแล้ว ยังมีหน้ามาเกาะแกะเขาอยู่อีกเหรอ!"
รินรดายืนนิ่ง สงบนิ่งดั่งผืนน้ำในยามไร้ลมพัด เธอก้าวขึ้นมาบังร่างของน้องรินทร์ไว้ด้านหลังปกป้องอย่างมิดชิด แววตาที่มองผู้มาใหม่เต็มไปด้วยความเยەชาและเหยียดหยาม
"เชิญแผดเสียงให้ดังกว่านี้อีกสิคะ คุณพราวพิลาส..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "เผื่อว่าสามีของคุณ... อ๋อ ไม่สิ... อดีตคู่หมั้นของคุณ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดพื้นอยู่ชั้นบน จะได้ยินเสียงโหยหวนของคุณชัดเจนขึ้น"
พราวพิลาสชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยคที่คาดไม่ถึง
"แก... แกพูดว่าอะไรนะ!" พราวพิลาสกรีดเสียงแหลม "พี่อัคน์เนี่ยนะจะมาทำอะไรแบบนั้น! นังรินรดา แกโกหก!"
"ถ้าไม่เชื่อ... ก็เชิญเดินขึ้นไปดูด้วยตาตัวเองสิคะ" รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของพราวพิลาสเย็นเฉียบ และทำให้คนอ่านต้องกลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึก "แต่อย่าส่งเสียงดังรบกวนเขานะคะ เพราะตอนนี้... คุณอัคนี สามีเก่าของฉัน... กำลังทำหน้าที่ 'พ่อบ้าน' รับใช้ฉันกับลูกอย่างเต็มตัวแล้วค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดของตัวละครด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพู
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 31
อัคนีในเวอร์ชันโบ้
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!