หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 32

ความเห็นอกเห็นใจ

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายความอับชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงไม่สามารถชะล้างความหนาแน่นในบรรยากาศห้องรับแขกแคบๆ นี้ให้เบาบางลงได้เลย รินรดายืนนิ่งอยู่หลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้ ปลายสายตาดำขลับจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มผู้เคยเป็นเจ้าชีวิตของเธอ อัคนีในยามนี้ไม่มีคราบของท่านประธานผู้ทรงอิทธิพลและเย่อหยิ่งคนเดิมหลงเหลืออยู่ เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เนื้อผ้าเปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลังกว้างจากละอองฝนภายนอก เขากำลังคุกเข่าลงกับพื้นกระเบื้องเก่าๆ เพื่อใช้กระดาษทิชชำบรรจงเช็ดคราบโคลนที่เลอะเปรอะเปื้อนอยู่บนรองเท้าผ้าใบเด็กคู่เล็กอย่างเบามือที่สุด ท่าทางเก้ๆ กังๆ นั้นช่างขัดหูขัดตานักในสายตาของผู้ชายที่เคยใช้แต่ปลายเทือกสั่งการคนทั้งบริษัท "คุณกลับไปเถอะค่ะ อัคน์" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชา และเว้นระยะห่างราวกับเขามีตัวตนเป็นเพียงอากาศธาตุ "ที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์ตระกูลอัคราภิรมย์ และฉันก็ไม่ใช่ภรรยาที่นั่งรอให้คุณมาโปรดปรานความสงสาร" อัคนียังคงไม่เงยหน้าขึ้น เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วที่กำลังเช็ดรองเท้าของน้องรินทร์สั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของสายฝน แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า ทุกสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป มันช่างสายเกินแก้และน่าสมเพชเพียงใด "พี่ไม่ได้มาเพื่อขอความสงสาร... ริน" อัคนีเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาในที่สุดขณะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาทำให้ห้องเช่าแคบๆ นี้ดูอึดอัดขึ้นถนัดตา ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและความถือดี บัดนี้แดงก่ำและฉายแววเจ็บปวดร้าวลึกยามมองสบตารินรดา "พี่แค่อยากทำ... ในสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ควรทำตั้งนานแล้ว แต่ความโง่เขลาและอีโก้บ้าๆ ของพี่เอง... ที่ทำลายมันด้วยมือของพี่" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยาดหยดแห่งความเจ็บช้ำที่สะสมมาแรมปีอัดแน่นอยู่ข้างใน เธอจำได้ดีถึงวันที่เธออุ้มท้องโตใกล้คลอดและร้องขอเพียงเศษเสี้ยวความใส่ใจจากเขา อัคนีในวันนั้นปัดป้องอย่างไร้เยื่อใย เขายื่นใบหย่าให้เธอพร้อมกับคำพูดเชือดเฉือนว่าเธอเป็นแค่ภรรยาที่น่ารำคาญ แล้วในวันนี้... วันที่เธอสร้างโลกใบเล็กๆ ของเธอและลูกขึ้นมาได้ด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา เขากกลับมายืนทำทีเป็นสำนึกผิดด้วยความพยายามที่น่าสมเพชเช่นนี้หรือ? "สายไปแล้วค่ะ" รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีด "ความพยายามของคุณในตอนนี้ มันไม่มีค่าอะไรกับฉันอีกแล้ว รินในอดีตที่เคยรอคอยความรักจากคุณ ได้ตายไปพร้อมกับวันที่คุณเซ็นใบหย่าใบนั้นแล้วค่ะ" คำพูดนั้นกรีดลึกเข้ากลางใจของอัคนีราวกับถูกคมมีดกรีดซ้ำ ทว่าเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องโอดครวญ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้องที่จัดระเบียบอย่างเรียบร้อยแต่คับแคบ โต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ของรินรดามีกองกระดาษแปลภาษาและงานเย็บปักถักร้อยวางกองอยู่ บนผนังมีรูปวาดฝีมือเด็กอนุบาลติดไว้ด้วยเทปกาวใส—มันคือร่องรอยของชีวิตที่ไม่มีเขา แต่กลับอบอุ่นและมั่นคงยิ่งกว่าตอนที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน "พี่รู้..." อัคนีสาวเท้าเข้าไปใกล้ชิดขึ้นอีกนิด แต่เมื่อเห็นรินรดาก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง เขาก็หยุดชะงักทันที ราวกับกลัวว่าการเข้าใกล้เกินไปจะทำให้เธอบินหนีหายไปต่อหน้าต่อตา "พี่รู้ว่าคำขอโทษเป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดสำหรับรินตอนนี้ แต่... ให้โอกาสพี่ได้พิสูจน์ตัวเองสักครั้งเถอะนะ" "พิสูจน์? ด้วยอะไรคะ? ด้วยเงิน อำนาจ หรือความรู้สึกผิดที่คุณเพิ่งค้นพบว่ามันมีตัวตน?" รินรดาย้อนถาม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณกลับไปหาพราวพิลาสเถอะค่ะ ไปจัดการกับผู้หญิงที่คุณเคยปกป้องนักหนา หรือไม่ก็ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองของคุณต่อไป อย่ามาทำลายความสงบสุขที่ฉันเพิ่งสร้างขึ้นมาได้ด้วยหยาดเหงื่อเลยค่ะ" ชื่อของพราวพิลาสลอยเคว้งขึ้นมากลางอากาศ สร้างความรuกเร้าในอกของอัคนีจนแทบหายใจไม่ออก เขาเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเคยมีอิทธิพลต่อชีวิตเขามากแค่ไหนในอดีต—อดีตที่เขาตาบอดและโง่เขลาจนปล่อยให้เพชรแท้หลุดมือไป "พราวมันจบแล้ว... ริน" อัคนีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "พี่ไลฟ์สไตล์และตัดขาดทุกอย่างกับเธอแล้ว ตั้งแต่วันที่พี่รู้ความจริง... วันที่พี่รู้ว่าลูกของเรา... น้องรินทร์... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่จริง ๆ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที เสียงเม็ดฝนที่กระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกดังชัดเจนขึ้นมาแทนที่ รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความหวาดระแวง แม้เธอจะพยายามปิดบังตัวตนของน้องรินทร์มาตลอด แต่เธอก็รู้ดีว่าความลับไม่มีวันเป็นความลับไปตลอดกาล และสายตาของอัคนีในยามที่มองเด็กชายเมื่อครู่... มันเต็มไปด้วยความรักและความโหยหาที่แม้แต่คนเป็นพ่อก็ไม่อาจเสแสร้งได้ "คุณรู้..." รินรดาพึมพำ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นทันที "คุณแอบไปตรวจดีเอ็นเอของลูกฉันงั้นเหรอ?" "พี่จำเป็นต้องทำ เพื่อความแน่ใจ... และเพื่อให้รู้ว่าพี่มีความผิดบาปมหันต์แค่ไหนที่เกือบจะทิ้งลูกแท้ๆ ของตัวเองไป" อัคนีไม่ปฏิเสธ เขายอมรับตรงไปตรงมาด้วยความสัตย์จริง "ริน... พี่ไม่ได้มาเพื่อแย่งลูกไปจากรินนะ พี่รู้ว่ารินรักเขามากแค่ไหน และรินก็เจ็บปวดเพราะพี่มามากพอแล้ว แต่... ขอให้พี่ได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ดูแลพวกคุณสองคนในฐานะที่พี่ควรทำ... ได้โปรด" รินรดากำมือแน่นเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความสั่นไหวแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจที่เคยแตกสลาย แต่ภาพของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ยอมคุกเข่าเช็ดรองเท้าเปื้อนโคลนด้วยมือตัวเอง... ภาพความพยายามที่ไร้ฟอร์มและไร้ความเย่อหยิ่งใดๆ ของอัคนี มันกำลังสั่นคลอนกำแพงนั้นทีละน้อย ความเห็นอกเห็นใจ... เป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอนึกว่ามันจะเกิดขึ้นในใจที่มีแต่ความเคียดแค้น แต่มันกลับกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ สร้างความรuกเร้าและสับสนให้เธอจนแทบหายใจไม่ออก ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องนอนด้านในก็แง้มออกเบาๆ ร่างป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบในชุดนอนลายการ์ตูนเดินขยี้ตาออกมาด้วยความงัวเงีย "คุณแม่ฮะ..." เสียงใสแจ๋วเอ่ยเรียกพร้อมกับหาววอดหนึ่งที ก่อนที่ดวงตากลมโตจะกวาดไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่กลางห้อง "เอ๊ะ... พี่ชายใจดีคนนั้น?" อัคนีสะท้านเฮือก หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยามที่ดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากรินรดาแต่มีประกายความมั่นใจแบบเดียวกับเขากำลังมองตรงมาที่ตน ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งอย่างลืมตัว แววตาที่เคยมืดมนและเย็นชาบัดนี้สั่นไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ และก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากห้ามปรามอะไร น้องรินทร์ก็เดินเตาะแตะเข้าไปหาอัคนีอย่างไร้เดียงสา พร้อมกับเอื้อมมือเล็กๆ ไปแตะที่แขนเสื้อเปียกชื้นของเขาด้วยความสงสัย "ทำไมตัวเปียกฝนล่ะฮะ? เดี๋ยวไม่สบายนะ" อัคนีหลับตาลงแน่น มือหนาที่สั่นเทาสุดขีดค่อยๆ เอื้อมไปโอบกอดร่างเล็กๆ นั้นไว้แนบอก สัมผัสอุ่นร้อนของสายเลือดเดียวกันที่แนบชิดติดหัวใจ ทำให้กำแพงอีโก้ทั้งหมดของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่พังทลายลงในพริบตาเดียว หยาดน้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดคนหนึ่งไหลรินอาบแก้มเงียบๆ ขณะที่รินรดาได้แต่ยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรั้นขึ้นมาจุกอก—และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าห้องก็ทำลายความเงียบขึ้น พร้อมกับร่างระหงของแขกที่ไม่คาดฝันที่ถือวิสาสผลักประตูเข้ามาโดยไม่ต้องได้รับอนุญาต! "อัคน์! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะ... ทำไมคุณถึงใจร้ายกับฉันแบบนี้!" พราวพิลาสพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา แต่เมื่อดวงตาร้ายกาจของเธอกวาดไปเห็นภาพของอัคนีที่กำลังโอบกอดเด็กชายตัวน้อยอยู่บนพื้นห้อง โดยมีรินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของนางร้ายสาวก็ซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดเมื่อสมองของเธอปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน—ความลับที่ซ่อนเร้นมาตลอด บัดนี้ถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้หญิงที่อันตรายที่สุดในเกมนี้แล้ว! ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%