หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 28

ความใกล้ชิดที่อันตราย

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำอุ่นจัดจากเครื่องชงราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของบริษัทออกแบบชื่อดังผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะวางแปลนสถาปัตยกรรม นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าสีอ่อนกำลังจรดปากกาลงบนกระดาษไขเพื่อแก้ไขเส้นสายของโครงสร้างอาคารตามรีเควสของลูกค้า ทว่าสมาธิที่ควรจะมั่นคงกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง เพียงเพราะเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดโดยไร้ซุ่มเสียง อัคนียืนอยู่ห่างออกไปเพียงคืบเดียว ไออุ่นจากร่างกายของเขาและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์โปรดที่เธอเคยคุ้นเคยมานานหลายปี กำลังรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างไร้ความเกรงใจ "เส้นนี้... คุณวาดลาดเอียงเกินไปหน่อยไหมครับ ริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจเน้นคำว่า 'ริน' อย่างสนิทสนม ทำให้หัวใจดวงที่พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อหุ้มไว้กระตุกวูบ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการไหว "มันคือมุมรับแสงตามหลักฮวงจุ้ยที่ลูกค้าต้องการค่ะ ท่านประธานอัคนี กรุณาเรียกฉันตามตำแหน่งและสถานะที่ถูกต้องด้วยนะคะ" เธอตอบกลับทันควันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายปากกาในมือยังคงลากเส้นต่อไปด้วยความนิ่งสนิท แม้ลายเส้นจะเริ่มสั่นระริกจนเจ้าตัวต้องแอบกำด้ามปากกาแน่นขึ้นเพื่อซ่อนความเปราะบาง อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยคิดจะปิดบังอีกต่อไป ตั้งแต่เหตุการณ์ที่พราวพิลาสถูกเปิดโปงธาตุแท้และความจริงทั้งหมดเริ่มกระจ่าง ชายหนุ่มก็เหมือนคนใกล้ตายที่พยายามตะเกียบคายกลับขึ้นมาจากหลุมศพที่ตัวเองเป็นคนขุด "สถานะเหรอ... สถานะอะไรล่ะ สถานะคนแปลกหน้าอย่างนั้นเหรอ รินคิดว่าเราเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญทำงานร่วมกันจริงๆ งั้นเหรอ" อัคนีก้าวเข้ามาอีกก้าว จนแผ่นหลังของเริ่นรดาแทบจะชิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนี ไม่มีช่องว่างให้หลบเลี่ยง รินรดาวางปากกาลง เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนแอและยอมจำนนในอดีต บัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บแค้นที่ถูกชำระล้างจนสะอาด เธอยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม ไม่ยอมตกเป็นรองแม้แต่นิ้วเดียว "ใช่ค่ะ เราเป็นคนแปลกหน้า... เป็นคนแปลกหน้าที่เคยทำร้ายกันจนตายทั้งกลม แล้ววันนี้คุณยังมีหน้ามาทำน้ำเสียงแบบนี้ใส่ฉันอีกทำไมคะ คุณอัคนี? หรือว่าความสุขกับคุณพราวพิลาสมันน่าเบื่อเกินไป จนต้องแวะมาหาเศษหาเลยกับอดีตภรรยาที่เคยถูกคุณเหยียบย่ำ?" คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ กรีดลึกเข้าไปในอกของอัคนีจนเขาหน้าซีดเผือด ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่สะสม เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กมาสัมผัสเพื่อขอความเห็นใจ แต่รินรดาไวกว่า เธอปัดมือคู่นั้นออกอย่างไร้เยื่อใย ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สัมผัสของเขาเสียเต็มประดา "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวานเอاتลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว "จำไม่ได้หรือไงคะว่าคุณเคยประกาศกร้าวไว้ว่าอย่างไร วันที่เราหย่ากัน วันที่คุณเซ็นชื่อลงบนใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตามองฉัน... วันนั้นเราขาดกันเด็ดขาดแล้วค่ะ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่หัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นโครมครามราวกับกลองศึก บรรยากาศเก่าๆ ที่เคยร่วมสุขร่วมทุกข์กันมานานนับปี ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกาแฟยามเช้า มุมห้องนั่งเล่นที่เคยนั่งอ่านหนังสือด้วยกัน หรือแม้แต่รอยยิ้มจางๆ ที่เธอเคยมีให้เขาเพียงคนเดียว... ทุกอย่างเริ่มหวนกลับมาทับถมในความทรงจำ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของอัคนีเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก เขาจำได้... จำได้ทุกหยาดหยดน้ำตาของเธอในวันที่เขาใจร้ายที่สุด จำได้ถึงความเย็นชาที่เขาเคยหยิบยื่นให้ และตอนนี้... เขากำลังได้รับมันคืนสนองอย่างสาสม ทว่าสิ่งที่ทรมานที่สุด ไม่ใช่ความเย็นชาของเธอ แต่เป็นความจริงที่ว่า เขารโหยหาอ้อมกอดอุ่นๆ นั้นเหลือเกิน อัคนีหลับตาลงช้าๆ พยายามข่มกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ เสียงของเขาเบาหวิวราวกับคนหมดแรง "ผมรู้ว่าผมเลว... รู้ว่าสิ่งที่ทำกับรินมันไม่มีวันให้อภัยได้ แต่รินครับ... ทุกวันนี้ที่ผมตื่นขึ้นมา ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่ฝันถึงรินกับ... กับลูก" คำว่า 'ลูก' หลุดออกมาจากปากเขาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยในดวงตาคมกริบทรงอำนาจ ภาพของเด็กชายวัยสี่ขวบหน้าตาน่ารักน่าชังที่มีรอยยิ้มถอดแบบมาจากรินรดา และดวงตาคู่โตที่เหมือนเขาอย่างกับแกะ ปรากฏขึ้นในความคิด อัคนียังจำความรู้สึกในวันที่เขาแอบไปยืนมองน้องรินทร์วิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่นของโรงเรียนอนุบาลได้แม่นยำ หัวใจของเขาแทบสลายเมื่อเด็กน้อยคนนั้นถามครูพี่เลี้ยงว่า *"คุณพ่อที่อยู่ในทีวีใจร้ายแบบนี้หรือเปล่า ทำไมไม่เคยมาหาผมเลยล่ะ?"* รินรดาหน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำว่าลูก แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหววูบหนึ่ง เธอสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟลวก ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต กำลังถูกผู้ชายคนนี้ล่วงรู้เข้าแล้วหรือ? "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่มีลูก! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!" เธอตะโกนเสียงสั่น พยายามผลักอกกว้างของเขาให้ออกไปให้พ้นทาง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของหญิงสาวจะสู้แรงของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ได้ อัคนีไม่ยอมถอย เขากลับรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเร่าร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบดิ้นไม่หลุด "รินโกหกผมไม่เนียนหรอกครับ..." อัคนีก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "เด็กผู้ชายตาโต ผิวขาว หน้าตาเหมือนผมพิมพ์เป๊ะคนนั้น... เขาคือน้องรินทร์ ลูกชายของเราใช่ไหมริน?" ร่างของรินรดากลายเป็นหินทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้กำลังพังทลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปี ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาของเลขาหน้าห้อง "ท่านประธานคะ! คุณพราวพิลาสบุกมาที่บริษัทค่ะ เธออาละวาดเสียงดังอยู่ที่ล็อบบี้ ชั้นล่างบอกว่าจะต้องพบคุณให้ได้ตอนนี้เลยค่ะ!" อัคนีขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขายังไม่ทันได้คำตอบที่ต้องการจากรินรดา ร่างบางในอ้อมแขนก็ใช้จังหวะชุลมุนนี้สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม เธอถอยหลังกรูดไปยืนชิดมุมห้อง สีหน้าเย็นชาและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตถูกสวมกลับคืนมาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าพลิฝ่ามือ รินรดายกยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาคมกวางมองเลยผ่านร่างของอัคนีไปยังประตูห้อง "แขกคนสำคัญของคุณมาตามหาแล้วนี่คะ... เชิญลงไปเคลียร์ปัญหาของคุณให้เรียบร้อยเถอะค่ะท่านประธาน ส่วนเรื่องลูก... ฝันไปเถอะว่าคุณจะได้รู้ความจริงจากปากฉัน!" พูดจบรินรดาก็คว้าแฟ้มงานเดินเลี่ยงออกไปทางประตูอีกด้านอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อัคนียืนเคกกำปั้นแน่นด้วยความเจ็บใจ ทว่าความจริงที่เพิ่งกระจ่างชัดในใจกลับทำให้เขาละสายตาไม่ได้... *น้องรินทร์คือลูกของเขา! และเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ลูกและเมียต้องหลุดมือไปอีกเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด!* อัคนีกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นขณะก้าวสาวเท้าออกจากห้องเพื่อจัดการกับปัญหาเรื้อรังด้านล่าง แต่ทว่า... เมื่อเขาเปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวเพื่อลงไปยังชั้นล่าง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงักลงทันที เมื่อร่างเล็กจิ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบในชุดนักเรียนอนุบาล กำลังยืนถือลูกโป่งรูปดาวอยู่ตรงหน้า โดยมีรอยยิ้มคุ้นตาปรากฏบนดวงหน้านั้น... และข้างกายเด็กชายคือเอกสารซองสีน้ำตาลที่หลุดร่วงลงพื้น เผยให้เห็นกระดาษผลตรวจ DNA แผ่นเด่นชัดเจน! - เมฆหมอกสีชมพู -
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%