หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 2

อิสรภาพที่แลกด้วยหยาดน้ำตา

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือหนาสั่นสะท้านเล็กน้อย—น้อยเสียจนหากไม่สังเกตุก็คงไม่มีใครล่วงรู้ว่า อัคนี นักธุรกิจผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านกำลังเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ดวงตาสีนิลที่เคยทอดมองโลกด้วยความหยิ่งทะนงและเย็นชา บัดนี้เบิกกว้าง ร่างสูงใหญ่แข็งค้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงในห้องรับรองของสำนักงานเขต กลิ่นอายความกดดันรอบตัวเขาราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ภาพของเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังเอียงคอมองเขาด้วยแววตาสนอกสนใจ—ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นริมฝีปากหยักได้รูปที่ถอดแบบมาจากกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน—มันกำลังกรีดลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อหัวใจจนเจ็บแปลบ "คุณอัคนีคะ... กรุณาเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยค่ะ เจ้าหน้าที่รออยู่" เสียงหวานนุ่มทว่าเด็ดเดี่ยวของรินรดา ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงัน ร่างบางในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีเทาเข้มดูสง่างามและเปี่ยมด้วยพลัง เธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้ารูปไข่ราบเรียบไร้รอยน้ำตาอย่างที่เขาเคยคาดหวังในวันที่เธอก้มหน้าร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา มีเพียงแววตาคู่สวยที่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งเงาของความอาลัยอาวรณ์อีกต่อไปแล้ว อัคนีกวาดสายตากลับมามองเอกสารหย่าสีขาวสะอาดตาบนโต๊ะ ปึกกระดาษแผ่นบางที่เขารอคอย... ไม่สิ ที่เขาเคยคิดว่ามันคือ "อิสรภาพ" จากพันธะที่น่ารำคาญใจ พันธะที่พราวพิลาสคอยเป่า h.u.m. หูอยู่ทุกค่ำคืนว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่เกาะเกาะเขาใช้เงิน แต่ในวินาทีนี้ เมื่อปากกาจรดลงบนกระดาษ หัวใจของเขากลับหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ราวกับกำลังสูญเสียบางสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ไปตลอดกาล "ริน..." อัคนีเปล่งเสียงออกมาแหบพร่า ริมฝีปากหนาสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว "เด็กคนนั้น..." "น้องรินทร์เป็นลูกของดิฉันค่ะ" รินรดาชิงตัดบท น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเด็ดขาดจนน่าใจหาย ไม่มีร่องรอยของการลังเลแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปากเพียงน้อยนิด "ส่วนคุณ... เป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งตามกฎหมายและพฤตินัยที่เราตกลงกันไว้ค่ะ กรุณาเซ็นชื่อเถอะนะคะ อย่าทำให้เวลาอันมีค่าของเจ้าหน้าที่ต้องสูญเปล่าเลย" ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีด มันกรีดแทงเข้าที่กลางอกของอัคนีจนเขาแทบกระอักเลือด *คนแปลกหน้าอย่างนั้นหรือ?* สองคำนี้ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ซ้ำไปซ้ำมาจนน่าเวียนหัว ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน ในวันที่รินรดาเคยถือใบตรวจครรภ์มาบอกเขาด้วยความตื่นเต้นยินดี วันนั้นเขาพูดอะไรออกไปนะ? *'เธอคิดจะเอาเด็กมาผูกมัดฉันงั้นเหรอ รินรดา? เด็กไร้น้ำยาที่เกิดจากผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอก็คงเป็นได้แค่ภาระ ไสหัวไปซะ แล้วอย่าเอาความสกปรกนี้มาให้ฉันเห็นอีก!'* คำพูดที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหียดหยามในอดีต ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในเวลานี้ ความจริงโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิ... เด็กชายตัวน้อยที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งในความคิด และเพิ่งจะสบตากันเมื่อครู่ ที่แท้ก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง เป็นทายาทที่เขาเฝ้าตามหาเพื่อจะยกสมบัติให้ แต่เขากลับเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง! "ริน... ผมไม่รู้..." อัคนีพยายามเอื้อมมือหนาไปหมายจะกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่รินรดากลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนเรียวปากอิ่ม "คุณไม่จำเป็นต้องรู้อะไรทั้งนั้นค่ะ เพราะต่อจากนี้ไป ชีวิตของฉันและลูก... ไม่มีพื้นที่เหลือให้สำหรับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกแล้ว" รินรดากล่าวจบก็หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับเด็กชายวัยสี่ขวบที่ยืนเกาะชายกระโปรงอยู่ข้างๆ "น้องรินทร์คะ ไปรอคุณแม่ที่รถกับคุณน้าลุงพลนะครับ ลูกชายพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัคนีด้วยแววตาใสซื่อไร้เดียงสา แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้อัคนีรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงมากลางกระบาลอีกรอบ "คุณลุงหน้าดุจังครับ... เหมือนรูปถ่ายในห้องทำงานของคุณแม่เลย" สิ้นเสียงใสๆ นั้น อัคนีรู้สึกราวกับโลกทั้งใบพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา ภาพถ่ายในห้องทำงานของเธออย่างนั้นหรือ? นั่นหมายความว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้กระทั่งในวันที่เธอถูกขับไลไสส่งและเดินจากไปอย่างโดดเดี่ยว เธอยังคงเก็บภาพเขาไว้ในความทรงจำของลูกชายอย่างนั้นหรือ? เธอยังคงเฝ้ารอ... หรือแท้จริงแล้วเธอแค่รอเวลาที่จะสะบัดหน้าใส่เขาอย่างสะใจในวันนี้กันแน่? *สวบ!* ด้วยความรู้สึกที่ตีรวนจนแทบคลุ้มคลั่ง อัคนีตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงในเอกสารหย่าอย่างไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไป ลายมือหนักแน่นแต่สั่นเทาจดจารลงบนกระดาษแผ่นนั้น เสียงหัวใจที่แตกสลายดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฝนตกด้านนอกหน้าต่าง "เรียบร้อยแล้วค่ะคุณอัคนี" เจ้าหน้าที่สาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มเกรงใจ พร้อมกับยื่นสำเนาใบหย่าสีฟ้าให้คนละแผ่น "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทั้งสองท่านได้ขาดจากความเป็นสามีภริยากันอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วค่ะ" รินรดารับเอกสารแผ่นนั้นมาด้วยมือที่มั่นคง เธอบรรจงพับมันอย่างประณีตก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าถือหนังแท้ราคาแพง—กระเป๋าที่เธอซื้อด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของตนเองโดยไม่เคยพึ่งพาเงินสักแดงเดียวจากตระกูลอัคนี ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองอดี สามีที่นั่งหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตายด้วยแววตาสมเพชเวทนา "ขอบคุณสำหรับความเป็นอิสระนะคะ หวังว่าเราจะไม่มีวันได้โคจรกมาพบกันอีก" เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะก무มือเล็กๆ ของน้องรินทร์แล้วเดินหันหลังให้เขาอย่างเด็ดเดี่ยว แผ่นหลังบางที่เคยดูบอบบางและน่าทะนุถนอมในอดีต บัดนี้กลับตั้งตรงสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กางปีกบินหนีจากกรงทองอันแสนโสมม "ริน! เดี๋ยว!" อัคนีผุดลุกขึ้นตาม สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขาวิ่งตามร่างบางนั้นไป แต่ทว่า... เมื่อเขาก้าวขาออกไปได้เพียงสองก้าว ประตูห้องรับรองก็เปิดผางออกโดยแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พราวพิลาสยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก "อัคน์คะ! เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่... ยัยผู้หญิงสารเลวคนนั้นมันฟ้องอะไรคุณคะ!" พราวพิลาสรีบพุ่งเข้าไปเกาะแขนแกร่งของชายหนุ่มทันที พลางชี้หน้าด่ากราดใส่รินรดาที่กำลังก้าวเดินผ่านไป "นังรินรดา แกกล้าดียังไงมาบังคับให้อัคน์เซ็นใบหย่า แกมันก็แค่...!" "หุบปากซะ พราวพิลาส!" เสียงคำรามต่ำต้อยด้วยความเกรี้ยวกราดดังลอดไรฟันของอัคนี แววตาสีนิลที่เคยมองหญิงสาวข้างกายด้วยความลุ่มหลง บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล เขาปัดมือของพราวพิลาสออกอย่างไร้เยื่อใย จนหญิงสาวเซถอยหลังไปด้วยความตกใจ รินรดาหยุดเดินชั่วขณะ เธอยังคงหันหลังให้คนทั้งคู่ มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่งดงามและบาดลึกที่สุดในชีวิตของอัคนี เธอก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากสำนักงานเขตอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อัคนียืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมนของบาปกรรมที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ เสียงฝีเท้าที่ก้าวออกไปไกลทุกที... เสียงแห่งอิสรภาพที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นในอดีต และในวินาทีที่อัคนีคิดว่าทุกอย่างได้พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงกรีดร้องขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอแสดงเบอร์ของ "ทนายประจำตระกูล" ที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ *“คุณอัคนีครับ! แย่แล้วครับ! พินัยกรรมฉบับสุดท้ายของคุณปู่... ถูกเปิดเผยแล้วครับ และเงื่อนไขสำคัญระบุไว้ชัดเจนว่า... หากทายาทผู้รับมรดกไม่มี 'ภรรยาและทายาทสายตรงที่ถูกต้องตามกฎหมาย' ภายในวันนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์จะถูกโอนย้ายไปเป็นของมูลนิธิการกุศลทันที... และตอนนี้ คุณรินรดาคือคนเดียวที่มีสิทธิ์นั้นครับ!”* หัวใจของอัคนีหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้างยิ่งกว่าตกจากหน้าผาสูงชัน ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความเจ็บปวดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — *เมฆหมอกสีชมพู*
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%