กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับแววตาสั่นระริกราวกับคนเสียสติของพราวพิลาสในยามนี้เลยค่ะ
เศษซากแจกันแก้วเจียระไนราคาแพงระยับแตกกระจายเกลื่อนพื้น พรมเปอร์เซียเนื้อนุ่มชุ่มโชกไปด้วยหยดน้ำและคราบเศษดอกไม้สีสดที่ถูกขยี้อย่างไร้ความปรานี รินรดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกที่สะท้อนภาพหญิงสาวตรงหน้า ผู้กำลังสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ
"แก... แกมันนังผู้หญิงหน้าด้าน!" เสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาของพราวพิลาส ใบหน้าที่เคยได้รับการประทบประทั้นด้วยเครื่องสำอางราคาแพง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เส้นผมที่เคยเซ็ตไว้อย่างดีหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง มือเรียวยาวสั่นเทาระBรายด้วยความโกรธแค้นจนปลายนิ้วซีดเผือด
รินรดาปรายตามองสภาพของคู่กรณีด้วยรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจที่ร้อนรุ่มของพราวพิลาสยิ่งกว่าการถูกตบด้วยฝ่ามือเสียอีกค่ะ
"ถ้าการปกป้องลูกและศักดิ์ศรีของตัวเอง ทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงหน้าด้านในสายตาคุณ... ฉันก็ยินดีจะรับตำแหน่งนั้นนะคะ คุณพราวพิลาส" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวราวกำแพงเหล็กเอื้อiนเอ่ยออกมา มันช่างราบเรียบและมั่นคง จนคนที่กำลังคลุ้มคลั่งยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกในสายตาของอดีตภรรยาที่เธอเคยเหยียบย่ำ
"นัง... นังสารเลว!"
พราวพิลาสหมดสิ้นความอดทน ความเย่อหยิ่งและภาพลักษณ์คุณوดีที่เคยสร้างมาพังทลายลงในพริบตา เมื่อความจริงเริ่มบีบเค้นให้เธอกลายร่างเป็นนางมารร้ายอย่างไร้ความปราณี ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร มือที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ก่อนที่ร่างระหงจะพุ่งเข้าหารินรดาด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด
ในมือของพราวพิลาส... มีวัตถุโลหะสีเงินวาววับสะท้อนกับแสงไฟ มันคือมีดปอกผลไม้ขนาดเล็กที่เธอฉวยมาจากโต๊ะรับประทานอาหารเมื่อครู่!
"แกต้องตาย! ถ้าไม่มีแก... อัคน์ก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเคียดแค้นดังสนั่นก้องห้อง รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เพราะเธอไม่คาดคิดว่าคนอย่างพราวพิลาสจะกล้าทำถึงขนาดนี้ แต่อย่าลืมนะคะว่า... รินรดาในวันนี้ ไม่ใช่นผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครรังแกเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว
ย่างก้าวที่ถอยหลังไปเพียงครึ่งก้าวคือการคำนวณระยะอย่างแม่นยำ เมื่อพราวพิลาสพุ่งเข้ามาพร้อมกับคมมีดที่หมายจะปักลงมาตรงหัวใจ รินรดาไม่ได้หลบหนีอย่างไร้ทิศทาง มือเรียวบางคว้าเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ออกแรงบิดตามหลักสรีรศาสตร์อย่างเฉียบขาด
*เคร้ง!*
มีดเล่มเล็กหลุดจากมือตกลงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น พราวพิลาสอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อข้อมือของตนถูกบิดจนแทบหัก แต่ความโกรธแค้นบังตาทำให้เธอใช้มืออีกข้างพยายามจิกทึ้งลงบนใบหน้าของรินรดาแทน
"ปล่อยฉันนะ! นังสารเลว ปล่อย!"
"พอได้แล้วค่ะ!" รินรดาเอ่ยเสียงกร้าว แววตาคมกริบฉายแววดุดันจนพราวพิลาสถึงกับผะเผงถอยหลังด้วยความตกใจ แรงมหาศาลที่มาจากความโกรธแค้นของความเป็นแม่ ทำให้รินรดากระชากร่างของพราวพิลาสจนเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นพรมได้อย่างง่ายดาย
พราวพิลาสเงยหน้าขึ้นมองด้วยความอัปยศอดสู น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลทะลักออกมาอาบแก้ม "แก... แกกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้! แกมันก็แค่ผู้หญิงที่ถูกอัคน์เขี่ยทิ้ง แกคิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนกันรินรดา!"
รินรดาก้มมองผู้หญิงที่กำลังนั่งทรุดอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เธอไม่ได้รู้สึกสะใจ หรือมีความสุขที่ได้เห็นอีกฝ่ายตกต่ำลงขนาดนี้ มีเพียงความสมเพชเวทนาและร่องรอยของความเหนื่อยหน่ายฉายชัดอยู่บนดวงหน้าสวยหวาน
"คนที่ถูกเขี่ยทิ้ง... น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ คุณพราวพิลาส" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ตราบใดที่คุณยังต้องวิ่งไล่คว้าเงาของผู้ชายที่ไม่เคยรักคุณเลยแม้แต่นิดเดียว... ชีวิตของคุณก็เป็นได้แค่ตัวตลกที่น่าสงสารเท่านั้นแหละค่ะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มใหญ่ที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของพราวพิลาสจนเลือดซิบ ดวงตาของนางร้ายสาวแดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่ง ความอับอายพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เธอกวาดสายตาไปเห็นแจกันแก้วทรงสูงที่ยังเหลืออยู่บนโต๊ะข้างโซฟา แม้จะแตกไปใบนึงแล้ว แต่ยังมีอีกใบที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ มือ
ด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน พราวพิลาสพุ่งตัวไปคว้าแจกันใบนั้นขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว หันกลับมาหารินรดาที่ยืนหันหลังให้เพื่อจะเดินออกจากห้อง พร้อมกับเงื้อมือขึ้นสุดแขนด้วยหมายจะฟาดลงที่ท้ายทอยของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง!
"ตายซะเถอะแก!"
"คุณริน! ระวังค่ะ!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจสุดขีดของพนักงานโรงแรมที่เพิ่งวิ่งเข้ามาเปิดประตู ดังประสานไปกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตูพอดี
รินรดารับรู้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอหันกลับไปตามเสียงเรียก ทว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะหลบพ้น เงาของแจกันแก้วที่กำลังร่วงหล่นลงมาสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่สวย...
*ปัง!*
เสียงประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วราวกับพายุหมุน อัคนี!
นัยน์ตาคมกริบของอัคนีกวาดมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจขีดสุด หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นเงามรณะกำลังจะพุ่งเข้าหารินรดา อดีตภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจที่เขาเพิ่งตระหนักว่าไม่ควรปล่อยมือไปตลอดกาล
"พราวพิลาส! หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงคำรามก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของอัคนีดังสนั่นลั่นห้อง ร่างสูงพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของพราวพิลาสที่กำลังถือแจกันไว้แน่น ก่อนจะออกแรงบิดจนแจกันหลุดจากมือร่วงแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดีตามกันไป
*เพล้ง!*
พราวพิลาสกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากแรงบีบที่แทบจะแหลกสลายของอัคนี เธอน้ำตาไหลพรั่งพรูเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ ทว่าสิ่งลอยเข้ามากระทบผิวกายกลับไม่ใช่ความอ่อนโยน หรือความเห็นใจอย่างที่เคยได้รับ แต่เป็นแววตาดุดันเย็นชาดั่งอสูรกายที่พร้อมจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ
"อัคน์... คุณ... คุณทำร้ายพราวเหรอคะ? นังนี่มันรังแกพราวก่อนนะ! มัน..." พราวพิลาสสะอื้นไห้ฟูมฟาย พยายามเอื้อมมือไปเหนี่ยวรั้งชายเสื้อสูทของเขา ทว่าอัคนีกลับปัดออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับรังเกียจเดียดฉันท์
"หุบปาก!" อัคนีคำรามลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตจนพราวพิลาสไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ถ้าฉันมาฃ้ากว่านี้อีกนิดเดียว... เธอคิดจะทำอะไรศิรดาฮะ!"
รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลังความอลหม่านนั้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ ใบหน้าสวยหวานเรียบเฉยไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เธอปรายตามองอัคนีที่กำลังแสดงท่าทีปกป้องเธออย่างออกนอกหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา—มันทั้งสมเพช น่าขัน และเวทนาในคราบไถ่บาปที่สายเกินไปของเขา
อัคนีหันกลับมาหารินรดา ดวงตาคู่คมสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งจางหาย เขารีบก้าวเข้าไปหาเธอ มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกหมายจะแตะที่ไหล่บางเพื่อสำรวจความปลอดภัย "ริน... คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? มันบาดเจ็บตรงไหนไหม? ผม... ผมขอโทษ ผมมาฃ้าเกินไป..."
รินรดาถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อหลบหลีกสัมผัสของเขาอย่างชัดเจน เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา น้ำเสียงนุ่มนวลเอื้อนเอ่ยออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้อัคนีถึงกับชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะคุณอัคนี..." รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและห่างเหินใส่เขา "แต่คนที่คุณควรจะจัดการให้เด็ดขาด... ไม่ใช่ผู้หญิงของคุณคนนี้หรอกค่ะ แต่เป็นตัวคุณเองต่างหาก ที่ไม่ยอมปล่อยให้พวกเราเป็นอิสระเสียที"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าเดินผ่านร่างหนาของอัคนีออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อัคนียืนแข็งทื่ออยู่กลางซากปรักหักพังของห้องรับรอง โดยมีเสียงสะอื้นไห้ของพราวพิลาสเป็นฉากหลัง
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดาก้าวพ้นธรณีประตูออกไป สายตาของเธอกลับต้องหยุดชะงักกึก เมื่อร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดอยู่ตรงทางเดิน โดยมีพี่เลี้ยงคอยประคองไว้ และเด็กน้อยคนนั้น... กำลังมองตรงมาที่อัคนีที่เพิ่งเดินตามออกมาจากห้องด้วยดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากผู้ชายคนนั้นราวกับแกะ!
ดวงตาของอัคนีเบิกกว้างขึ้นเมื่อประสานเข้ากับนัยน์ตาใสซื่อของเด็กชาย... และหัวใจของเขาก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อสายตาพลันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารใบเล็กของรินรดาที่เปิดอ้าอยู่บนโซฟา และเอกสารแผ่นหนึ่งที่ปลิวตกลงมาตรงหน้าเขาพอดี...
**[รายงานผลการตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test)] ระบุชื่อเด็กชายรินทร์ เป็นบุตรโดยสายเลือดของ... อัคนี!**
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดเหล่านี้ด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพูจะรีบกลับมาเสิร์ฟความสะใจในตอนต่อไปอย่างแน่นอนค่ะ!
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 25
แผนร้ายซ้อนแผน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!