“ถอยออกไปรินรดา! อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังกับเธอตรงนี้!”
เสียงตะคอกของอัคนีไม่ได้ทำให้รินรดาสะทกสะท้าน ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนหวานบัดนี้เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอยืนตระหง่านขวางทางเขาไว้ในโถงทางเดินของโรงแรมหรูที่จัดงานการกุศล ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่แผ่ซ่านจนแขกเหรื่อในงานพากันชะงักงัน
“คุณต่างหากที่ควรหยุด พราวพิลาสไม่ใช่คนอย่างที่คุณคิด และฉันก็ไม่ใช่ของเล่นที่คุณจะมาขู่กรรโชกได้ทุกครั้งที่เธอเป่าหู!” รินรดาตอกกลับเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้านไปด้วยความอดทนที่ใกล้ถึงขีดจำกัด
อัคนีขบกรามแน่น สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาด้วยความโกรธจัด เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงที่เคยรักเขาหมดหัวใจถึงได้กลายเป็นศัตรูที่ดื้อรั้นเช่นนี้ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็น ‘น้องรินทร์’ เด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่หลังกระถางต้นไม้ใหญ่ใกล้ประตูทางออกสายตาของเด็กน้อยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
“รินทร์!” เสียงเล็กๆ อุทานออกมาเบาๆ
ในจังหวะนั้นเอง เสียงยางรถยนต์บดกับพื้นถนนด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนจากรถสปอร์ตคันหรูที่เสียหลักพุ่งเข้ามาทางกระจกหน้าต่างบานยักษ์ของล็อบบี้โรงแรมทำให้ทุกคนกรีดร้องด้วยความตระหนก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วราวกับภาพสโลว์โมชั่น เศษแก้วแตกกระจายดุจห่าฝนที่พร้อมจะคร่าชีวิตผู้คนที่อยู่ใกล้เคียง
รินรดาตัวแข็งทื่อ วินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามา เธอทำได้เพียงหลับตาลงแน่น นึกถึงใบหน้าของลูกชายที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิต แต่แล้ว… แรงปะทะมหาศาลกลับไม่ตกกระทบที่ร่างของเธอ
ร่างสูงใหญ่ของอัคนีโผเข้ากอดรัดร่างบางของเธอไว้แน่นก่อนจะเหวี่ยงเธอไปให้พ้นทาง เขาใช้แผ่นหลังของตัวเองเป็นเกราะกำบังรับแรงกระแทกจากโต๊ะกระจกและเศษเหล็กที่กระเด็นเข้ามาอย่างจัง
“อัคน์!” เสียงกรีดร้องของรินรดาแหลมสูงจนกลายเป็นเสียงสะอื้น
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณท่ามกลางความโกลาหล อัคนีนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นพรมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดสีแดงฉาน รินรดารีบตะเกียกตะกายเข้าไปประคองร่างที่แน่นิ่งของเขาด้วยมือที่สั่นเทา
“อัคน์… คุณตื่นขึ้นมานะ! ฉันบอกให้คุณตื่น!” เธอร้องไห้โฮ พยายามเช็ดเลือดที่ไหลออกจากขมับของเขาอย่างไร้สติ
ในความพร่าเลือนของสติ อัคนีพยายามลืมตาขึ้นมองใบหน้าหญิงสาวที่เขาเคยผลักไส มือหนาที่เปื้อนเลือดเอื้อมไปแตะใบหน้าของเธอเบาๆ ก่อนจะหลุดยิ้มที่ฝืนที่สุดออกมา “เธอ… ปลอดภัยแล้ว… ริน”
“ทำไมถึงทำแบบนี้… ทำไมต้องปกป้องคนอย่างฉัน!” เธอถามทั้งน้ำตา หัวใจที่เคยปิดตายเริ่มร้าวรานด้วยความเจ็บปวดที่คาดไม่ถึง
อัคนีไม่ได้ตอบ ทว่าดวงตาที่เริ่มโรยราของเขากลับเหลือบไปเห็นเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงร้องไห้ระงม รินทร์วิ่งตรงมาหาชายหนุ่มที่นอนจมกองเลือดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ
“คุณลุง! ฮึก… คุณลุงอย่าเป็นอะไรนะ!”
รินทร์คว้ามือนิ่งสนิทของอัคนีมาแนบแก้ม ในจังหวะที่ความตายกำลังท้าทายสติสัมปชัญญะ อัคนีจ้องมองใบหน้าของเด็กน้อยที่ดูราวกับถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเยาว์อย่างชัดเจน ทุกอย่างในสมองที่เคยสับสนเริ่มกระจ่างชัดขึ้นทีละน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นรอยปานรูปจันทร์เสี้ยวเล็กๆ บนข้อมือของเด็กน้อย—รอยปานเดียวกับที่เขาเองก็มีมาตั้งแต่เกิด
เขาหันกลับไปมองรินรดาที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ความจริงที่เขามองข้ามมาตลอดเริ่มกัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย
“ริน… เด็กคนนี้…” อัคนีเค้นเสียงถามด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะดับวูบลง
รินรดารีบดึงร่างของลูกชายเข้ามากอดไว้แน่น ไม่ให้เขาเห็นสภาพอันน่าสยดสยองของบิดา แต่ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสี่ปีบัดนี้ได้เผยรอยร้าวออกมาจนไม่อาจซ่อนได้อีกต่อไป ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงไซเรนรถพยาบาลที่ดังใกล้เข้ามา รินรดารู้ดีว่านับจากวินาทีนี้… ชีวิตของเธอและลูกชายจะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีกต่อไป
ทว่าในจังหวะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังจะนำตัวอัคนีขึ้นเปลหาม มือของเขากลับกำชายเสื้อของรินรดาไว้แน่นอย่างไม่ยอมปล่อย พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“ริน… บอกฉันที ว่าเด็กคนนี้… ไม่ใช่ลูกของฉัน”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและสายใยที่ไม่มีวันตัดขาดของพวกเขาจนถึงบทนี้นะคะ
เมฆหมอกสีชมพู
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 26
ปกป้องด้วยชีวิต
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!