หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 9

แผนการร้ายของพราวพิลาส

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
รอยยิ้มของพราวพิลาสในยามนี้ ช่างงดงามราวกับดอกไม้พิษที่เคลือบไว้ด้วยน้ำผึ้งอาบยาพิษ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวกรีดกรายลงบนเอกสารในแฟ้มสีดำด้วยท่าทีเยือกเย็น ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายแห่งความริษยาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความหวังดี หล่อนจงใจเลือกจังหวะเวลาที่อัคนีกำลังสับสนและกระวนกระวายใจที่สุดเพื่อหยิบยื่น 'หลักฐาน' ชิ้นงาม ที่จะทำลายล้างผู้หญิงคนนั้นให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความอยุติธรรมอีกครั้ง "คุณอัคน์คะ รินรดาหล่อนคงไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้หรอกค่ะ..." เสียงหวานเลี่ยนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องทำงานหรูหราที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเครียด อัคนีเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารสืบประวัติ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาบัดนี้มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าและโกรธเกรี้ยวระคนกัน เขากำลังตามหาเด็กชายวัยสี่ขวบคนนั้น—เด็กน้อยที่มีรอยยิ้มและดวงตาถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน และเบาะแสทั้งหมดก็พุ่งตรงไปยังรินรดา อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดีที่สุด แต่กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ซ่อนความลับระดับพลิกแผ่นดินเอาไว้ "เธอพูดถึงเรื่องอะไร พราวพิลาส" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันอย่างอดกลั้น ความกดดันภายในอกทำให้ลมหายใจของเขาขัด พราวพิลาสแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวอย่างหนักอก หล่อนเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลไปตรงหน้าชายหนุ่ม ช้าๆ และจงใจให้ปลายนิ้วสัมผัสกับมือหนาที่กำหมัดแน่นบนโต๊ะ "พราวไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะว่ารินรดาจะกล้าทำถึงขนาดนี้... ตอนแรกพราวก็คิดว่าหล่อนแค่โกรธแค้นที่คุณอัคน์ขอหย่า แต่พอเห็นเอกสารชุดนี้แล้ว... พราวถึงรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แค่ใจร้ายกับคุณนะคะ หล่อนยังมีแผนการบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นมาก" อัคนีขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด เขากระชากซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดูด้วยความเร็ว ภาพถ่ายและเอกสารรายงานทางการแพทย์ รวมถึงหลักฐานการโอนเงินจำนวนมหาศาลปรากฏอยู่ต่อสายตา ทุกอย่างถูกจัดฉากอย่างแนบเนียนจนแทบไร้รอยต่อ "นี่มัน... อะไรกัน?" อัคนีพึมพำออกมา เสียงของเขาแหบพร่าเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น "นั่นคือหลักฐานที่แสดงว่า รินรดากำลังใช้เด็กคนนั้นเป็นเครื่องมือในการแบล็กmailคุณค่ะคุณอัคน์" พราวพิลาสรีบเสริมเติมแต่งทันที น้ำเสียงของหล่อนสั่นเครือราวกับคนหวังดีที่กำลังหวาดกลัวแทน "เด็กที่รินรดาอ้างว่าเป็นลูก... ความจริงแล้วมีประวัติการรับเลี้ยงและเอกสารยืนยันชัดเจนนะคะว่าหล่อนไปรับเด็กคนนี้มาจากสถานสงเคราะห์เมื่อสามปีก่อน เพื่อหวังจะนำมาใช้เรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูและสินไหมก้อนโตจากคุณในวันที่คุณเริ่มตั้งตัวได้!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจอัคนี ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สมองของเขาวุ่นวายสับสน ภาพเด็กชายตัวน้อยที่หัวเราะเอิ๊กอากในวันนั้น ภาพดวงตากลมโตคู่นั้น... มันไม่ใช่สายเลือดของเขาอย่างนั้นหรือ? มันเป็นแค่เกมสกปรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปอกลอกเขาอย่างนั้นหรือ? "เธอแน่ใจแค่ไหนกับหลักฐานพวกนี้?" อัคนีเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธกริ้วที่ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง ความหวังอันน้อยนิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในอกถูกกระชากทิ้งลงอย่างไม่ใยดี "พราวมีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ค่ะ และคนสนิทของรินรดาก็เป็นคนหลุดปากพูดออกมาเองว่า เด็กนั่นไม่มีทางเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณหรอกค่ะคุณอัคน์... รินรดารักษาความแค้นเก่งจะตายไป หล่อนคงแค้นที่คุณไม่เคยรักหล่อนในตอนที่ยังอยู่กินกัน ก็เลยสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อตบหน้าตระกูลของคุณให้พังพินาศ" พราวพิลาสยิ้มเยาะอยู่ในใจเมื่อเห็นร่องรอยความลังเลและร้าวรานบนใบหน้าคมคายนั้น หล่อนรู้ดีว่าอัคนีเป็นคนอีโก้สูงและเกลียดการถูกหลอกลวงมากที่สุด ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของร้านกาแฟกึ่งห้องสมุดไม่ไกลจากบริษัท รินรดากำลังนั่งกุมมือลูกชายตัวน้อยด้วยความกระวนกระวายใจ สัมผัสอุ่นจากมือนุ่มนิ่มของน้องรินทร์ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในอกของเธอได้บ้าง แต่ลางสังหรณ์บางอย่างกลับร้องเตือนว่ากำลังมีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำเข้ามา "คุณแม่ครับ ทำไมหน้าเครียดจังเลยครับ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามพร้อมเอียงคอมองด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตคู่นั้นใสซื่อบริสุทธิ์จนรินรดากลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่ "เปล่าค่ะคนเก่ง... แม่แค่นึกถึงเรื่องงานนิดหน่อย" รินรดายิ้มฝื่อน เธอลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบร้านเพื่อความปลอดภัย เธอย้ายที่อยู่และหลบซ่อนตัวมานานพอที่จะรู้ว่าอัคนีไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมแพ้อะไรได้ง่ายๆ ยิ่งเขากำลังตามหาเด็กชายคนนี้ เธอกยิ่งต้องระมัดระวังตัวเป็นร้อยเท่า "คุณแม่ครับ วันนี้เราจะได้ไปสวนสนุกตามที่สัญญาไว้ไหมครับ?" น้องรินทร์ออดอ้อน ซุกหน้าเข้ากับซอกคอของมารดาอย่างออดอ้อน "ได้สิคะ... สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาอยู่แล้ว" รินรดากระซิบตอบ หัวใจของเธอบีบรัดแน่นด้วยความกลัว หากอัคนีรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของลูกชาย ทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องแก้วตาดวงใจคนนี้จะพังทลายลงในพริบตาเดียว ทว่า ความเงียบสงบในร้านกาแฟกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อประตูบานกระจกถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าคุ้นตาของอัคนี้าวเข้ามาด้านในด้วยก้าวย่างที่มั่นคงและดุดดันราวกับพายุทอร์นาโด สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร้านก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหญิงสาวผู้เป็นอดีตภรรยา รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เธอลุกขึ้นยืนบังร่างเล็กของน้องรินทร์ไว้ทันที สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อเห็นแววตาดุดันและเยียบเย็นที่ทอดมองมาทางนี้ "รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ความโกรธแค้น และร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกทรยศ "เธอคิดจะเล่นตลกกับฉันไปถึงไหน?" อัคนีก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเขาอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เอกสารปลอมแปลงที่พราวพิลาสยื่นให้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา ประกอบกับความจริงที่ว่าผู้หญิงคนนี้พยายามปกปิดเด็กคนนี้มาตลอด ยิ่งตอกย้ำให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาได้รับรู้คือความจริง "คุณมาทำไมที่นี่... อัคนี?" รินรดารวบรวมความกล้าเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอแข็งกร้าวและไร้ซึ่งความหวาดกลัวเช่นในอดีต เธอจะไม่ยอมก้มหัวให้เขาอีกเด็ดขาด "ฉันมาทวงความจริง... และมาดูให้เห็นกับตาว่าผู้หญิงตลบแตลงอย่างเธอ กล้าเอาเด็กกำพร้าที่ไหนมาสวมรอยเป็นลูกของฉันเพื่อหวังเงินทองได้หน้าด้านๆ ขนาดนี้!" อัคนีคำรามออกมาด้วยความโกรธกรุ่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธออย่างแรงจนรินรดานิหน้าด้วยความเจ็บปวด "คุณพูดบ้าอะไรของคุณ! ปล่อยฉันนะ!" รินรดาพยายามสะบัดแขนหนີแต่ไม่เป็นผล ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเมื่อเห็นลูกชายเริ่มร้องไห้งอแงด้วยความตกใจกลัว "ปล่อยเหรอ? คนอย่างเธอสมควรได้รับมากกว่านี้ด้วยซ้ำ!" อัคนีกัดฟันกรวด ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังซ่อนตัวอยู่หลังกระโปรงของมารดา ก่อนที่เขาจะกระชากเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น "คิดเหรอว่าโกหกเรื่องเด็กคนนี้แล้วฉันจะยอมโง่ให้เธอหลอกซ้ำสอง... เด็กนี่ไม่ใช่ลูกของฉัน!" ทันใดนั้นเอง น้องรินทร์ที่อดทนฟังไม่ไหวจึงก้าวออกมาจากด้านหลังมารดา มือเล็กๆ สั่นเทาแต่กลับเงยหน้าขึ้นจ้องมองหน้าชายแปลกหน้าที่กำลังทำร้ายคุณแม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจ ก่อนที่เด็กน้อยจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อัคนีต้องชะงักงันและหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "คุณลุงคนใจร้าย... ทำไมต้องแกล้งคุณแม่ด้วยล่ะครับ? ถึงคุณลุงจะบอกว่าผมไม่ใช่ลูก... แต่แววตาของคุณลุงเวลาที่มองผม มันเหมือนกับกระจกที่ผมส่องทุกวันไม่มีผิดเลยนะครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะยังคงอยู่ในใจของทุกคนค่ะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%