เสียงกระดาษรายงานการเงินสะบัดเบาๆ ในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า อัคนีมองตัวเลขผลประกอบการบนหน้าจอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทว่าหัวใจกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหินนับพันตัน สองสัปดาห์แล้วที่รินรดาหายตัวไปจากคฤหาสน์หลังใหญ่ สองสัปดาห์ที่ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงฝีเท้าแผ่วเบาและกลิ่นอายจางๆ ของดอกมะลิที่เคยลอยวนเวียนอยู่รอบกายเขา
ไม่มีจดหมายลา ไม่มีแม้แต่เสียงร่ำลา มีเพียงร่องรอยความว่างเปล่าที่กรีดลึกเข้าไปในทรวงอก
"คุณอัคน์คะ... พราวเอาแฟ้มเอกสารโครงการใหม่มาให้ค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยของพราวพิลาสเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย้ายวน หล่อนก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเขาโดยไม่แม้แต่จะเคาะประตู มือเรียวบางวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะถือวิสาสะวางมือลงบนลาดไหล่กว้างของชายหนุ่ม
อัคนีขมวดคิ้วมุ่น เขารemove มือของหล่อนออกอย่างไม่ไยดี ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนแทบระเบิด ตั้งแต่รินรดาหย่าและก้าวออกไปจากชีวิต เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า... รินรดาไม่เคยเอ่ยปากขออะไรจากเขาเลยสักครั้ง แม้แต่เงินติดตัวสักบาทหล่อนก็ไม่เคยร้องขอ ผิดกับพราวพิลาสที่คอยแต่จะเรียกร้องความสนใจและสร้างความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน
"ออกไปก่อน พราว ฉันมีงานต้องทำ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบฉายแววรำคาญชัดเจน
พราวพิลาสเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคู่คมฉายแววริษยาขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าอัคนีไม่ได้สนใจหล่อนเหมือนเก่า "พักนี้คุณอัคน์ดูเครียดๆ นะคะ เรื่องนังรินรดานั่นหรือเปล่า? ปล่อยมันไปเถอะค่ะ ผู้หญิงไร้ค่าแบบนั้น คงไปเกาะผู้ชายคนอื่นกินตามระเบียบแหละค่ะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ อัคนีตวัดสายตาดุดันมองหญิงสาวตรงหน้าทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนพราวพิลาสต้องผอยถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ระวังปากเธอไว้ พราว" อัคนีเค้นเสียงลอดไรฟัน "รินรดาไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น... และถ้าเธอยังไม่เลียบพูดจาดูถูกอดีตภรรยาของฉัน ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนไล่เธอออกจากบริษัทนี้เอง!"
พราวพิลาสหน้าถอดสี หล่อนไม่เคยเห็นอัคนีเกรี้ยวกราดปกป้องผู้หญิงคนนั้นมาก่อน แม้แต่ตอนที่ยังแต่งงานกัน เขาก็แทบจะไม่เคยชายตาแลรินรดาด้วยซ้ำ ไผ่เปลี่ยนสี กาลเวลาเปลี่ยนใจคน หรือว่าความสูญเสียกำลังสอนให้อัคนีรู้จักคุณค่าของสิ่งที่เคยถูกมองข้าม?
เมื่อหญิงสาวเดินออกไปจากห้องด้วยความแค้นเคือง อัคนีจึงทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ภาพรอยยิ้มจางๆ และแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของรินรดายังคงตามหลอนเขาในทุกค่ำคืน ร่างกายที่เคยผอมบางจนน่าใจหาย แผ่นหลังที่แบกรับความเย็นชาของเขามาตลอดหลายปี... หล่อนอดทนอยู่กับเขาได้อย่างไรตั้งนาน?
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาเลขาคนสนิททันที น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปราบเรียบแต่มั่น100%
"เช็คประวัติการเดินทางทั้งหมดของรินรดา... เอาทุกช่องทาง ทั้งตั๋วเครื่องบิน บัตรเครดิต หรือแม้แต่การเดินทางข้ามจังหวัด ผมต้องการรู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน!"
"เอ่อ... ท่านประธานครับ ทางเราตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว คุณรินรดาไม่ได้ใช้บัตรเครดิตส่วนตัวเลยครับ และไม่มีรายชื่อเดินทางออกนอกประเทศด้วยช่องทางปกติ..." เสียงปลายสายรายงานด้วยความลังเล
"แล้วเธอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยได้ยังไง! ค้นหาให้ละเอียดที่สุด สืบทุกอย่างแม้แต่คนใกล้ชิดของเธอ!" อัคนีตวาดลั่นด้วยความหัวเสีย ก่อนจะกดตัดสายทิ้งอย่างแรง
ความพยายามในการตามหาเริ่มต้นขึ้น แต่มันช่างยากเย็นราวกับการงมเข็มในมหาสมุทร ยิ่งตามหา อัคนีก็ยิ่งพบว่าเขาไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของรินรดาเลย หล่อนเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่ หล่อนไม่มีเพื่อนสนิท ไม่มีสังคมไฮโซ และตัดขาดจากครอบครัวที่เห็นแก่ตัวมานานแล้ว แล้วผู้หญิงตัวคนเดียวกับหัวใจที่แตกสลาย จะหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่ใดกัน?
ระหว่างที่เขากำลังหัวหมุนกับการแกะรอยการหายตัวไปของอดีตภรรยา เสียงเคาะประตูก็กร่อนสมาธิของเขาลงอีกครั้ง เลขานุการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถือซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นให้บนโต๊ะ
"ท่านประธานครับ... เราเจอเบาะแสสำคัญแล้วครับ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่สถานีขนส่งจังหวัดทางภาคเหนือ เมื่อสัปดาห์ก่อน..."
อัคนีรีบคว้าซองเอกสารนั้นมาเปิดทันที ภาพถ่ายหลายใบถูกเทลงบนโต๊ะทำงาน ภาพแรกคือแผ่นหลังของหญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อเชิร์ตสีเรียบและกางเกงยีนส์ แม้จะเห็นเพียงด้านหลัง แต่เขากลับจำผู้หญิงคนนี้ได้แม่นยำ... รินรดา!
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของอัคนีสะดุดกักค้าง และดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา คือภาพถ่ายใบถัดมา
ข้างกายของรินรดา... มีเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งวัยประมาณสี่ขวบกำลังเดินจูงมือหล่อนอยู่ เด็กน้อยคนนั้นสวมหมวกแก๊ปใบเล็ก ใบหน้าครึ่งซีกที่หันมามองกล้องช่างละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาในวัยเด็กเสียเหลือเกิน ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากคู่นั้น... ถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของอัคนีหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบจนชาหนึบ สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ
เด็กคนนั้น... คือใครกัน?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและอินไปกับเรื่องราวของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 8
ร่องรอยการหายตัวไป
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!