"นี่มัน... หมายความว่ายังไง รินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความสั่นเทาและความโกรธเกรี้ยวที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ดวงตาคมกริบของอัคนีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ค้นหาคำตอบที่เธอจงใจปิดบังมาตลอดสี่ปีเต็ม ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมาในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น มีเพียงความว่างเปล่าและกำแพงน้ำแข็งที่หนาทึบเกินกว่าที่ไฟโทสะของเขาจะหลอมละลายได้ทันที
ร่างบางของรินรดาสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อหวนนึกถึงวันที่เธอต้องก้าวเดินออกมาจากขุมนรกแห่งการแต่งงานครั้งนั้นด้วยตัวคนเดียว ในอ้อมแขนของเธอบัดนี้มีร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังซบใบหน้าหวานซึ้งลงกับลาดไหล่ของมารดาอย่างตื่นตระหนกต่อบรรยากาศอันคุคามรอบกาย
"ปล่อยฉันค่ะ คุณอัคนี" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่ามั่นคงจนน่าตกใจ เธอเบี่ยงกายหลบสายตาคมกริบที่พยายามจะกวาดมองสำรวจเด็กน้อยในอ้อมแขนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เราไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องเคลียร์กันอีกแล้ว ใบหย่าก็เซ็นกันไปตั้งนานนม หรือความจำของคุณมันเสื่อมจนลืมไปแล้วว่าเราเป็นแค่อดีตสามีภรรยาที่ตายจากกันไปตามกฎหมาย?"
คำพูดเชือดเฉือนที่ออกจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อทำให้กรามหนาของอัคนีขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เขาไม่เคย... ไม่เคยเลยสักครั้งในรอบสี่ปีที่ผ่านมาที่จะคิดว่าผู้หญิงเงียบๆ ไร้เดียงหาอย่างรินรดาจะกล้าใช้ถ้อยคำหยาม
น้ำใจและเย็นชาใส่เขาได้ถึงเพียงนี้
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลง มองไปยังกลุ่มผมนุ่มฟูสีดำสนิทและดวงตากลมโตใสแป๋วที่กำลังแอบมองเขาผ่านไหล่บางของมารดา หัวใจแกร่งที่เคยด้านชาราวกับหินผา
กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงที่กลางอก เมื่อใบหน้านั้น... ดวงตาคู่นั้น... และจมูกรั้นๆ นั้น มันถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
"เด็กคนนี้..." อัคนีเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าจับแขนเล็กของเด็กชายที่ซ่อนตัวอยู่ แต่มันยังไม่ทันจะสัมผัสโดนเป้าหมาย รินรดาก็เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับหลบอสรพิษร้าย
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือบางกระทบลงบนหลังมือหนาที่ยื่นเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว แม้จะไม่แรงนักแต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้อัคนีชะงักงัน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง รินรดากล้าตบเขา? รินรดาผู้ไม่เคยแม้แต่จะเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ กล้าใช้มือคู่นั้นปัดป้องและปฏิเสธเขาอย่างเด็ดขาดถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
"อย่าแตะต้องลูกฉัน!"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน เธอใช้ร่างทั้งร่างปกป้องเด็กชายไว้ราวกับแม่นกปกป้องลูกน้อยจากเหยี่ยวร้าย "คุณไม่มีสิทธิ์! ได้ยินไหมว่าคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ!"
"ริน! พูดให้มันน้อยๆ หน่อย!" อัคนีคำรามต่ำด้วยความเหลืออด ความหึงหวง ผสมปนเปกับความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาในอกจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ "เขาเป็นลูกฉัน! เลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน! คุณกล้าดียังไงถึงเอาลูกไปซ่อนไว้จากผมตั้งสี่ปี! คุณคิดจะเอาทายาทตระกูลอัครา N ไปซ่อนไว้ที่ไหนฮึ!"
"ลูกคุณเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยันและเวทนาจนคนฟังรู้สึกหนาบ่า "วันที่ฉันอุ้มท้องแก่ใกล้คลอด วันที่ฉันนอนร้องไห้ปางตายอยู่บนเตียงโรงพยาบาลโดยไม่มีแม้แต่เงาของสามี วันที่ฉันเกือบจะตายคาห้องคลอด... คุณอยู่ที่ไหนคะคุณอัคนี? คุณกำลังควงอยู่กับผู้หญิงอีกคนไม่ใช่เหรอ? ผู้หญิงที่โทรมาเยาะเย้ยฉันทุกวันว่าคุณไม่เคยรักฉันเลยสักนิด!"
คำพูดประโยคนั้นราวกับมีดกรีดลงบนแผลเก่า อัคนีชะงักก้าง ร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ภาพความทรงจำสีเทาในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว เขายอมรับ... เขายอมรับว่าในเวลานั้นเขาปล่อยให้พราวพิลาสเข้ามาปั่นป่วนชีวิตแต่งงาน ปล่อยให้ความเย็นชาของตัวเองทำร้ายผู้หญิงคนนี้จนย่อยยับ เขาคิดว่ารินรดาเป็นเพียงสิ่งประดับบ้านที่น่าเบื่อหน่าย ไร้ค่า และน่ารำคาญ จนกระทั่งวันที่เธอทิ้งใบหย่าและหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย... นั่นแหละคือวันที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าบ้านหลังนั้นมันว่างเปล่าและหนาวยะเยือกแค่ไหนเมื่อไม่มีรอยยิ้มจางๆ ของเธอคอยต้อนรับ
แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะพรากสายเลือดของเขาไป!
"ผมยอมรับว่าผมเคยโง่..." อัคนีผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา พยายามปรับน้ำเสียงให้ทุ้มต่ำและอ่อนลง แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ยากเย็นที่สุดในชีวิตของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "แต่เรื่องระหว่างเรามันคือเรื่องของผู้ใหญ่ ริน... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ ให้ผมได้ดูแลลูก ให้ผมได้ชดเชย..."
"ชดเชยงั้นเหรอ?" รินรดาส่ายหัวช้าๆ หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากแพขนตางอน บาดแผลที่เธอพยายามเยียวยามาตลอดสี่ปีถูกกรีดซ้ำด้วยคำพูดเหล่านี้ "ความรัก ความใส่ใจ และช่วงเวลาที่ลูกควรจะมีพ่อคอยอุ้มชู... คุณเอาอะไรมาแลกคะ? เงินเหรอ? หรือว่าความรู้สึกผิดชั่วครั้งชั่วคราวที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้?"
"คุณแม่ครับ..."
เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด น้องรินทร์เงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาหวาดวิตก มือป้อมยกขึ้นเกาะชายเสื้อของรินรดาแน่น "คุณอาคนนี้... น่ากลัวจังครับ รินรดากลัว..."
สรรพนามที่เด็กน้อยใช้เรียกแทนตัวเองและท่าทีหวาดระแวงนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของอัคนี ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาหายใจไม่ออก ลูกชายแท้ๆ ของเขา... เลือดในอกของเขา กำลังหวาดกลัวเขา กำลังมองเขาเป็นปีศาจใจร้ายที่มาพรากความสุขไปจากอ้อมแขนของแม่!
"รินทร์... ลูกรัก ไม่ต้องกลัวนะ แม่Yอยู่ตรงนี้" รินรดารีบกอดปลอบลูกน้อยทันที เธอซบใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของลูกชายเพื่อซ่อนหยาดน้ำตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองอัคนีด้วยสายตาที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม "เห็นหรือยังคะ? ลูกไม่ต้องการคุณ และฉันก็ไม่ต้องการคุณเหมือนกัน เพราะฉะนั้น... กรุณาไสหัวไปให้พ้นชีวิตของเราสองแม่ลูกซะที!"
พูดจบ รินรดาก็กระชับอ้อมแขนอุ้มเด็กชายหันหลังกลับทันที เธอไม่รอให้อัคนีได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ อีก ก้าวเท้าเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
"ริน! รินรดา! เดี๋ยว!"
อัคนีพยายามจะก้าวตามไปคว้าตัวเธอไว้ แต่ทว่า... จังหวะก้าวขาของเขากลับต้องชะงักก้าง เมื่อมีร่างระหงของใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก พร้อมกับน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่จงใจดัดให้ฟังดูน่าสงสาร
"อัคน์คะ... อยู่นี่เอง พราวตามหาซะทั่วเลยค่ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะ หรือว่า... ผู้หญิงคนนั้น..."
พราวพิลาสชะ่องหน้าไปมองตามแผ่นหลังของรินรดาที่กำลังเดินลับหายไป ดวงตาร้ายกาจฉายแววริษยาและสะใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นตระหนกและห่วงใยเมื่อหันกลับมาสบตากับอัคนี "หรือว่าผู้หญิงคนนั้นคือรินรดาคะ? อัคน์... อย่าบอกนะคะว่าเด็กคนนั้นคือ..."
อัคนีหันขวับมามองหน้าพราวพิลาส ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาอย่างน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนพราวพิลาสถึงกับผะเผงถอยหลังด้วยความตกใจ
"เธอรู้..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก "เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมพราวพิลาส... ว่ารินรดามีลูกกับฉัน?"
พราวพิลาสหน้าถอดสี รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างในทันที หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของอัคนี—ดวงตาที่กำลังบอกชัดเจนว่า ความลับที่เธอเพียรปกปิดและคอยปั่นหัวเขามาตลอดสี่ปี บัดนี้... กำลังจะถูกเปิดโปงออกมาแล้ว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดของตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
-- เมฆหมอกสีชมพู --
หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า•ตอนที่ 15
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วไง? ก็แค่ถอยไปเป็นคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!