แฟ้มเอกสารสีชาตกลงกระทบพื้นกระจกเสียงดังสนั่น กลบเสียงลมหายใจที่กระชั้นกระชẹpของคนทั้งคู่ในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกระฟ้า รินรดายืนตัวเกร็ง สองมือจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาของร่างกาย ขณะที่เพลิงพายก้าวเข้ามาประชิดด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและกดดันราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นที่มักจะสร้างความรัญจวนใจให้รินรดามาตลอด กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความอันตรายในวินาทีนี้
"เธอคิดจริงๆ หรือรินรดา ว่าเกมตื้นๆ ที่เธอเล่น จะปกปิดสายตาฉันได้พ้น" เพลิงพายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความผิดหวัง ความเย้ยหยัน และประกไฟแห่งความโกรธกรำที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ
"ดิฉัน... ไม่เข้าใจว่าคุณเพลิงพายหมายถึงอะไรค่ะ" รินรดาเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวราخواจะหลุดออกมานอกอก ความทรงจำเกี่ยวกับความพินาศของครอบครัวเมื่อหลายปีก่อนแล่นย้อนกลับมาตอกย้ำความแค้นในใจ เธอจะมาพ่ายแพ้ตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด
เพลิงพายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันช่างเย็นชาและบาดลึก มือเรียวบางยกขึ้นจับคางอิ่มของรินรดาให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้หญิงสาวต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงบีบที่ปลายคางไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้รินรดารู้สึกถึงพันธนาการที่หลุดรอดไปไม่ได้
"ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำเป็นใสซื่อกับฉันอีกต่อไปแล้วรินรดา หน้ากากนักบัญชีผู้แสนเรียบร้อยของเธอมันหลุดร่วงไปตั้งแต่เอกสารลับชุดนี้ไปปรากฏอยู่บนโต๊ะของคู่แข่งฉันแล้ว" เพลิงพายจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยที่ไหวระริก "บอกฉันสิ ความแค้นของครอบครัวเธอ... มันคุ้มค่ามากไหมกับการเอาอนาคตและหัวใจของตัวเองมาแลก?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อในพริบตา ความลับที่เธอทุ่มเทปกปิดมาตลอด ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก เธอบัดมือของเพลิงพายออกจากการจับกุมอย่างถือดี
"ถ้าคุณรู้แล้ว ทำไมไม่ไล่ดิฉันออกไปเสียล่ะคะ? หรือว่าการได้เห็นคนที่คุณเกลียดต้องดิ้นรนอยู่ในกำมือ มันทำให้คุณสนุกมากกว่า?" รินรดาย้อนถาม เสียงสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงพยาบาทที่อัดแน่น เธอก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง แต่เพลิงพายกลับรุกคืบเข้ามาใกล้เสียยิ่งกว่าเดิม
ความใกล้ชิดที่เคยอบอวลไปด้วยความเสน่หาและแรงปรารถนาในยามค่ำคืน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสนามรบทางอารมณ์ที่ร้อนระอุ หญิงสาวทั้งสองยืนประจันหน้ากัน กลิ่นอายของความเกลียดชังและแรงดึงดูดทางกายภาพผสมปนเปกันจนแทบจะหายใจไม่ออก เพลิงพายไล่สายมองสำรวจริมฝีปากที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตาที่มีหยาดน้ำใสคลอหน่วยเล็กน้อย
"ไล่ออกอย่างนั้นหรือ?" เพลิงพายทวนคำ เสียงกระซิบพร่าเลือนแต่ทรงพลัง "เธอมันประเมินฉันต่ำไปรินรดา คนอย่างเพลิงพาย ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อที่เดินเข้ามาในกรงหลุดมือไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่กล้าเล่นกับไฟอย่างเธอ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าดิฉันให้ตายสิคะ!" รินรดาตะโกนระเบิดอารมณ์ออกมา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม "ทำไมล่ะ? เพราะบริษัทที่คุณสร้างขึ้นมันแลกมาด้วยหยาดเลือดและน้ำตาของคนอื่น ครอบครัวฉันต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะความโลภของคุณ! คุณมันเลือดเย็น!"
เพลิงพายชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่เจ็บปวด ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดรินรดาจนหลังของหญิงสาวชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ เพลิงพายใช้มือทั้งสองข้างยันผนังกักขังร่างบางไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ชิดริมฝีปาก
"เธอคิดว่าเธอรู้จักฉันดีแค่ไหนกัน รินรดา..." เพลิงพายกระซิบเสียงพร่ามัว ใกล้จนสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาของอีกฝ่าย "ใช่... ฉันอาจจะเลือดเย็นในสายตาคนอื่น แต่ทุกสิ่งที่ฉันทำลงไป... ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายเธอเลย"
"โกหก!" รินรดาสบถทั้งน้ำตา มือบางทุบลงบนอกลาดของอีกฝ่าย "ถ้าคุณไม่คิดจะทำร้าย แล้วที่คุณทำลายทุกอย่างของฉันล่ะคืออะไร?"
เพลิงพายไม่หลบเลี่ยงแรงทุบตีนั้น กลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของรินรดากดตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มนวลอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดแย้งกับสถานการณ์อันตึงเครียดนี้อย่างสิ้นเชิง รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วอุ่นปัดผ่านผิวแก้ม หัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้นกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"เพราะฉันรักเธอ... ถึงมันจะโง่เง่าแค่ไหนก็ตามที่เผลอใจให้ศัตรูอย่างเธอ" เพลิงพายสารภาพออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือความเจ็บปวดอย่างแท้จริง ดวงตาคู่คมฉายแววตัดพ้ออย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแผนการของเธอตั้งแต่แรก แต่ฉันเลือกที่จะมองข้าม... เพราะหวังว่าสักวันความจริงใจของฉันจะลบล้างความแค้นในใจเธอได้"
คำสารภาพนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกันจนแยกแยะไม่ออก ความแค้นที่สั่งสมมานานหลายปีสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเผชิญหน้ากับความเปราะบางในแววตาของเพลิงพาย
เพลิงพายโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากอิ่มห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงดึงดูดอันมืดมนและเร่าร้อนดึงรั้งให้ทั้งสองฝ่ายเกือบจะหลอมรวมเข้าหากัน รินรดาหลับตาลงด้วยความสับสน ปล่อยให้ความหอมหวานและรัญจวนใจเข้าครอบงำ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกันราวกับถูกไฟช็อต เพลิงพายถอยหลังกลับไปตั้งหลักด้วยสีหน้าเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ขณะที่รินรดายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"เข้ามา" เพลิงพายเอ่ยเสียงเข้ม หันไปมองที่ประตูห้องทำงาน
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ เลขานุการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตในมือแน่นราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย
"คุณเพลิงพายคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทางคณะกรรมการบริหารฉุกเฉินนำโดยคุณอาทร กำลังเดินทางมาที่นี่ พร้อมกับ... ตำรวจและหมายค้นข้อหายักยอกทรัพย์และทุจริตในบริษัทค่ะ!"
เพลิงพายหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง หญิงสาวหันกลับมามองรินรดาที่ยืนหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
"ดูเหมือนว่าเกมของเธอ จะไม่ได้มีแค่เราสองคนแล้วสินะรินรดา..."
สการ์เล็ตโรสขอขอบพระคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ
Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ•ตอนที่ 42
จุดแตกหัก
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!