“วางแก้วกาแฟลง แล้วมองหน้าฉัน... รินรดา”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน เพลิงพายไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า แต่นิ้วเรียวยาวที่คีบปากกาหมึกซึมราคาแพงกลับหยุดชะงัก รินรดาที่กำลังก้าวถอยหลังเพื่อออกจากห้องชะงักกึก หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้านายสาวผู้ทรงอิทธิพล
“มีอะไรให้รินรับใช้เพิ่มเติมหรือเปล่าคะ คุณเพลิงพาย?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองรบ
เพลิงพายเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของรินรดาอย่างละเอียด ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหน้าเนียนละเอียดนั่น เธอค่อยๆ ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ก้าวเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่เข้ามาใกล้รินรดา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแนววู้ดดี้ที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบและเย้ายวนในคราวเดียวกันอบอวลไปทั่วบริเวณ
“ช่วงนี้... งานในบริษัทดูจะยุ่งเหยิงผิดปกติ รินว่าไหม?” เพลิงพายเอ่ยเบาๆ ก่อนจะหยุดยืนห่างจากรินรดาเพียงก้าวเดียว เธอยกมือขึ้นทัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างใบหูของรินรดา แผ่วเบาจนน่าขนลุก “ข้อมูลสำคัญรั่วไหลไปถึงหูคู่แข่งเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น... ฉันเลยสงสัยว่า คนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด อาจจะเป็นคนเปิดประตูให้ศัตรูเข้ามาในบ้านของฉันเอง”
รินรดาฝืนยิ้มที่มุมปาก มือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “รินเชื่อว่าในออฟฟิศระดับนี้ คงไม่มีใครกล้าทำเรื่องอุกอาจขนาดนั้นหรอกค่ะ หรือถ้ามี... คุณเพลิงพายคงมีวิธีจัดการที่เด็ดขาดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสงสัยรินเลยนี่คะ”
“นั่นสินะ... ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” เพลิงพายขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นอกของทั้งคู่เกือบจะชิดกัน ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา ราวกับจะทะลวงผ่านเปลือกนอกไปถึงจิตวิญญาณที่กำลังสั่นคลอน “แต่บางครั้ง ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ก็มักจะเป็นม่านบังตาที่ดีที่สุด... รินรดารู้ใช่ไหมว่าฉันเกลียดอะไรมากที่สุด?”
“คนทรยศ... ใช่ไหมคะ?” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม
เพลิงพายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง “ไม่ใช่แค่ความเกลียด แต่มันคือการ 'ชดใช้' ต่างหากล่ะ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนสุดแรง รินรดาพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ เธอรู้ดีว่าหากแสดงพิรุธแม้แต่นิดเดียว เกมนี้จบลงทันที เพลิงพายไม่ใช่คนโง่ และการที่อีกฝ่ายเรียกเธอมาวันนี้พร้อมกับคำพูดที่กำกวมแบบนี้ แสดงว่าหลักฐานที่มีในมือนั้นอาจจะไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้างเลื่อนลอย
“คุณเพลิงพายคะ รินยังต้องรีบไปเตรียมเอกสารการประชุมภาคบ่าย ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รินขอตัวนะคะ” รินรดากล่าวพร้อมจะก้าวเลี่ยงออกไป
แต่ทว่า... ปลายเท้าของเธอกลับต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม
“เอกสารที่รินกำลังจะไปเตรียม... คืออันเดียวกับที่เพิ่งถูกส่งเข้าบัญชีธนาคารต่างประเทศเมื่อเช้านี้หรือเปล่า?”
รินรดาสะอึกไปทันที เธอยืนนิ่งสนิท มือที่สั่นเทาเล็กน้อยขยับไปจับลูกบิดประตู เพลิงพายเดินมายืนซ้อนหลังเธอ ก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงที่แหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาที่น่าสะพรึงกลัว
“ฉันรอมานานแล้ว... ว่าเมื่อไหร่คนที่ฉันรักที่สุด จะกล้าเปิดเผยหน้ากากที่แท้จริงออกมาสักที... รินรดา”
วินาทีนั้น รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอค่อยๆ หันกลับมามองใบหน้าของเพลิงพายที่ตอนนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่ แต่กลับเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและอำนาจมืดที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้กลายเป็นจุณ เพลิงพายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบนหน้าจอแสดงภาพถ่ายหลักฐานการโอนเงินจำนวนมหาศาลที่ผูกติดกับบัญชีลับของรินรดา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากอีเมลบริษัทที่เด้งเข้ามาในวินาทีนั้นว่า 'ตรวจพบผู้บุกรุกในระบบฐานข้อมูลหลัก'
รินรดาหน้าซีดเผือด เมื่อประตูห้องทำงานถูกผลักออกอย่างแรงโดยบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนรออยู่ภายนอก เพลิงพายยิ้มบางๆ มือเรียวเชยคางเธอขึ้น “ดูเหมือนว่าวันนี้... เราสองคนคงต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานกว่าที่คิดนะ... ในคุกส่วนตัวของฉัน”
สการ์เล็ตโรสหวังว่าตอนที่สิบนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยนะคะ ขอบพระคุณที่ติดตามกันมาตลอดค่ะ
Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ•ตอนที่ 10
สายตาที่จับผิด
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!