"ออกไป... รินรดา"
เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ใช่คำสั่งที่เปี่ยมด้วยอำนาจเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นคำขอร้องที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เพลิงพายนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้มในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนใบหน้าที่เคยเรียบเนียนไร้ที่ติ บัดนี้มันกลับฉายชัดถึงร่องรอยของความพ่ายแพ้ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง
รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินออกไปตามคำสั่ง แววตาของเธอเต้นเร่าด้วยความสับสน หัวใจที่เคยถูกหล่อเลี้ยงด้วยความแค้นกลับกระตุกวูบเมื่อเห็นผู้หญิงที่เธอเกลียดชังที่สุดในชีวิตกำลังแตกสลายอยู่ตรงหน้า คนที่ยืนอยู่หลังเพลิงพายเมื่อชั่วโมงก่อนคือ 'คุณอัครเดช' ชายชราที่เป็นคนสั่งการทำลายครอบครัวของเธอ และตอนนี้... เพลิงพายดูเหมือนจะเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังถูกสังเวย
"คุณเพลิงพาย..." รินรดาขยับเข้าไปใกล้โดยไม่สนใจเสียงห้ามนั้น
"บอกให้ไปไง! อย่ามาทำเป็นเห็นใจ... อย่ามาทำเป็นว่าเธอรู้จักฉันดี" เพลิงพายเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยคมปลาบเหมือนใบมีดบัดนี้แดงก่ำ เธอสะบัดแก้ววิสกี้ในมือจนของเหลวสีอำพันกระฉอกลงบนพรมราคาแพง
รินรดาไม่ตอบ แต่เลือกที่จะนั่งลงบนพื้นพรมเบื้องหน้าหญิงสาว เธอไม่ถอยหนีแม้จะรู้ว่านี่คือโอกาสดีที่สุดในการหาหลักฐานเพิ่ม หรือแม้แต่การซ้ำเติมให้เหยื่อตรงหน้าล่มสลายลงด้วยน้ำมือของเธอเอง แต่ภาพลักษณ์ของเพลิงพายที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกละเอียดนั้น กลับตรึงร่างเธอไว้
"ฉันไม่ได้ทำเพราะเห็นใจ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่แฝงด้วยความนุ่มนวลอย่างประหลาด "ฉันทำเพราะ... ฉันไม่ชอบเห็นใครพ่ายแพ้ในเกมที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนกำหนดกติกาต่างหาก"
เพลิงพายหัวเราะเสียงขื่น เธอจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่ค้นหาความหมาย "เธอฉลาดนะริน... แต่เธอก็ไร้เดียงสาเกินกว่าจะรู้ว่าคนอย่างฉัน ไม่สมควรได้รับความเมตตา"
รินรดาเอื้อมมือไปแตะที่ข้อมือของอีกฝ่าย สัมผัสนั้นเบาบางแต่หนักแน่น เพลิงพายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้ความร้อนจากฝ่ามือของรินรดาแผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นเยือกที่เธอขังตัวเองไว้ ในห้องทำงานที่กว้างใหญ่และเงียบงัน ความกดดันจากความลับที่ทับถมอยู่บนบ่าของเพลิงพายเริ่มระบายออกผ่านลมหายใจที่สม่ำเสมอขึ้น
"คุณแบกอะไรไว้เยอะเกินไป" รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลชวนฝัน แต่ในใจกลับกำลังกรีดร้องกับความขัดแย้ง 'ฆ่าเธอซะสิ นี่คือลูกสาวของคนที่ทำลายบ้านเธอ' เสียงปีศาจในใจตะโกนก้อง แต่ฝ่ามือของเธอกลับทำหน้าที่ปลอบประโลมราวกับถูกมนต์สะกด
เพลิงพายเอนศีรษะพิงกับพนักโซฟา ดวงตาที่เหนื่อยล้าค่อยๆ ปิดลง "อัครเดช... เขาไม่ได้ต้องการแค่บริษัท เขาต้องการทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้แต่คนในครอบครัวตัวเอง"
คำสารภาพนั้นเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขเข้าสู่จุดอ่อนที่สุดของเพลิงพาย รินรดารู้ดีว่าอัครเดชคือพ่อของเพลิงพาย แต่ทว่า... ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยร้าว การที่เธอได้ยินความลับระดับนี้โดยตรง มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าการทำลายบริษัทเสียอีก
"คุณอยากหนีไหมคะ?" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบจะเป็นคำกระซิบ
เพลิงพายลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายความหวังจางๆ ปรากฏในนัยน์ตาคู่สวยนั้น เธอมองจ้องไปในดวงตาของรินรดา ราวกับจะค้นหาความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดดำของความแค้น "ริน... เธอเป็นใครกันแน่? ในสายตาของคนทั้งบริษัทเธอคือเลขาที่แสนเพอร์เฟกต์ แต่ในสายตาของฉัน... เธอเหมือนพายุที่รอวันซัดพาชีวิตฉันไป"
รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนผิวแก้มของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเพลิงพายผสมกับกลิ่นวิสกี้จางๆ สร้างบรรยากาศที่เย้ายวนและอันตรายอย่างเหลือเชื่อ "ถ้าฉันเป็นพายุ... ฉันก็คงเป็นพายุที่จะพัดพาเอาความจริงที่คุณต้องการออกมาให้เห็นไงคะ"
เพลิงพายยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของรินรดา ปลายนิ้วเย็นเฉียบไล้ผ่านแนวกรามอย่างเชื่องช้า ความตึงเครียดของสถานการณ์ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พุ่งพล่าน ทั้งสองจ้องตากันราวกับจะดูดกลืนวิญญาณของอีกฝ่าย ในความเงียบที่บีบคั้น รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของเพลิงพาย
ทว่า ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่หนักแน่นและไร้ความเกรงใจ
"คุณเพลิงพายครับ... บอร์ดบริหารกำลังรอคุณอยู่ในห้องประชุมด่วนครับ ท่านอัครเดชสั่งให้เชิญคุณไปเดี๋ยวนี้"
เพลิงพายชะงักกึก ความอ่อนแอในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอรีบผลักตัวรินรดาออกห่างทันที ร่างสูงระหงลุกขึ้นยืนจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวแต่แววตากลับกลับมาแข็งกร้าวราวกับนักรบที่พร้อมจะก้าวลงสนามรบอีกครั้ง
รินรดามองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความแค้นในใจเธอกลับไม่ได้จางหายไป แต่มันกลับถูกเติมเต็มด้วยความสงสัยว่า... หากเธอทำลายผู้หญิงคนนี้ลงจริงๆ เธอจะรู้สึกอย่างไร
เพลิงพายหันกลับมามองรินรดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินไปที่ประตู เธอยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่มีความสุข แต่มีความลับซ่อนอยู่ "รินรดา... คืนนี้อย่าเพิ่งรีบกลับ ถ้าฉันรอดจากห้องประชุมนั้นมาได้ เราคงมีเรื่องต้องคุยกันยาว... เรื่องที่ทำให้เธอไม่สามารถหันหลังให้ฉันได้อีกตลอดกาล"
เมื่อบานประตูห้องทำงานปิดลง เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของเพลิงพายค่อยๆ จางหายไป ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดในห้องเพียงลำพัง ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่เพลิงพายลืมทิ้งไว้บนโซฟา—มันเป็นเอกสารที่มีตราประทับลับของบริษัทที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
และเมื่อเธอเปิดมันออกเพื่ออ่าน... มือของรินรดาก็สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะสิ่งที่ระบุอยู่ในเอกสารนั้นไม่ใช่แค่การทุจริต แต่มันคือชื่อของ 'ผู้บงการ' ที่แท้จริงในการสั่งฆ่าครอบครัวของเธอ... ซึ่งไม่ใช่ชื่อของอัครเดชอย่างที่เธอเชื่อมาตลอด แต่กลับเป็นชื่อของบุคคลที่ใกล้ชิดรินรดาที่สุดในตอนนี้!
สการ์เล็ตโรสหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ
Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ•ตอนที่ 21
สัมผัสที่ปลอบประโลม
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!