กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่ในอากาศดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นดินปืนในความรู้สึกของเพลิงพาย ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของ 'ธนินทร์' ก้าวผ่านประตูเข้ามา ความกดอากาศในห้องทำงานดูจะลดต่ำลงจนพนักงานรอบข้างแทบหยุดหายใจ
เพลิงพายยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหรา ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยดุจรูปสลักน้ำแข็งบัดนี้มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ดูฝืนเต็มที ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังรินรดาที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างเธอกับอดีตหุ้นส่วนผู้ทรงอิทธิพลคนนั้น แววตาของรินรดาไม่ได้มีเพียงความตกใจ แต่มันมีความไหวระริกของบางสิ่งที่เพลิงพายไม่เคยอ่านออก
"สิบปี... นานพอที่จะทำให้คนเราลืมศัตรู หรือว่านานพอที่จะทำให้ความแค้นบ่มเพาะจนกลายเป็นไวรัสที่กินกัดกินใจกันแน่ครับ เพลิงพาย?" ธนินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง เขาไม่ได้มองพนักงานคนอื่นเลย สายตาของเขาจับจ้องเพียงผู้หญิงสองคนที่กำลังสร้างตำนานบทใหม่ในออฟฟิศแห่งนี้
เพลิงพายแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะผายมือไปยังเก้าอี้รับแขกที่ว่างอยู่ "ธุรกิจมันเปลี่ยนไปเยอะนะคะคุณธนินทร์ ถ้าคุณจะมาเพื่อรื้อฟื้นเรื่องเก่า ผมเกรงว่าออฟฟิศของดิฉันไม่เหมาะกับการเป็นที่ระลึกความหลังหรอกค่ะ"
"งั้นเหรอ?" ธนินทร์หันไปมองรินรดาที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่อ "แล้วคุณรินรดาล่ะ คิดว่ายังไง? ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ทำอะไรในนี้บ้าง... หรือว่า 'ความใกล้ชิด' มันทำให้คุณลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงไปแล้ว?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน พนักงานทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่หูทุกคู่กลับตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ เพลิงพายขยับตัวเข้ามาหาคนทั้งสอง กลิ่นกายหอมเย็นของเธอปะทะเข้ากับความกดดันที่รินรดาแบกรับไว้
"ริน" เพลิงพายเรียกชื่อหญิงสาวสั้นๆ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป เป็นเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยมีดที่กรีดลงบนหัวใจ "ความไว้ใจของฉัน... สำหรับคุณ มันมีค่าเท่ากับเศษกระดาษที่รอวันถูกทิ้งเหรอคะ?"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้บริหารสาว แววตาของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง เธออยากจะอธิบาย อยากจะตะโกนบอกว่าทุกอย่างมันซับซ้อนกว่านั้น แต่ทิฐิและความเจ็บปวดจากอดีตของครอบครัวที่ผุดขึ้นมาในใจกลับทำให้เธอเลือกที่จะนิ่งเงียบ
"คำถามของท่านประธาน... รินตอบไม่ได้หรอกค่ะ" รินรดาตอบเสียงสั่น "เพราะถ้าต้องเลือกตอบระหว่างความจริงที่เจ็บปวด กับการโกหกเพื่อให้ได้อยู่ต่อ... รินก็ไม่รู้ว่าอันไหนมันน่าสมเพชกว่ากัน"
ธนินทร์ยิ้มกว้าง เขาเดินอ้อมไปข้างหลังรินรดา มือหนาวางลงบนไหล่บางอย่างถือสิทธิ์ "เห็นไหมเพลิงพาย คนเก่งมักจะเลือกทางเดินที่ยากเสมอ เธอไม่ใช่เบี้ยหมากรุกที่เธอจะควบคุมได้ทุกตาหรอกนะ เธอคือระเบิดเวลาที่ฉันส่งมาวางไว้ใต้ฐานบัลลังก์ของเธอต่างหาก"
บรรยากาศในห้องทำงานพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ ความระแวงแล่นพล่านไปทั่วทุกจุด พนักงานที่เคยเคารพรักเพลิงพายเริ่มซุบซิบและมองด้วยสายตาเปลี่ยนไป ความสงสัยที่ว่ารินรดาเป็นใครกันแน่เริ่มกัดกินความมั่นคงของบริษัท
เพลิงพายไม่ได้โกรธธนินทร์ เธอโกรธตัวเองที่หลงใหลในตัวรินรดาจนมองข้ามรอยแยกที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ นี้ เธอขยับเข้าใกล้รินรดามากขึ้นจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวของกันและกันท่ามกลางสายตาคนนับสิบ
"งั้นบอกมาสิคะรินรดา" เพลิงพายกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "สิ่งที่เขาให้คุณมาทำ... มันถึงเวลาหรือยังที่จะจบลง? หรือคุณจะเลือกเป็นคนจุดชนวนให้ระเบิดลูกนี้ทำลายเราทั้งคู่?"
รินรดาหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมา ความรักที่เพิ่งจะเริ่มเบ่งบานกำลังถูกบดขยี้ด้วยอดีตที่ไม่เคยตายจากไปไหน เธอตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... เธอคว้าแฟ้มเอกสารสำคัญบนโต๊ะของเพลิงพายขึ้นมาแล้วชูให้ทุกคนในห้องเห็น
"ถ้าคุณอยากได้ความจริงนัก..." รินรดาหันไปหาธนินทร์ น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า "สิ่งที่อยู่ในนี้ มันไม่ใช่แค่ความลับของบริษัท แต่มันคือหลักฐานว่าคุณต่างหากที่บงการทุกอย่างตั้งแต่ต้น จนทำลายชีวิตของครอบครัวฉัน!"
ทุกคนในห้องทำงานนิ่งงัน แต่ก่อนที่รินรดาจะทันได้เปิดเผยสิ่งที่อยู่ในแฟ้ม เสียงประตูกระจกที่ถูกกระชากเปิดออกดังสนั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'บุคคลที่สาม' ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในจังหวะนี้
ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิทก้าวเข้ามา เธอคืออดีตเลขาส่วนตัวที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน และในมือของเธอถือโทรศัพท์ที่กำลังเปิดหน้าจอค้างไว้... หน้าจอที่แสดงภาพถ่ายลับของทั้งเพลิงพายและรินรดาในสถานที่สุดสุ่มเสี่ยง
"น่าเสียดายนะคะที่คุณสองคนมัวแต่ทะเลาะกัน" เสียงหวานเย็นเยียบของหญิงสาวปริศนาดังขึ้น "เพราะในขณะที่พวกคุณกำลังระแวงกันเอง... หุ้นส่วนที่เหลือของบริษัทเพิ่งจะโอนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดเข้าสู่บัญชีลับ เพื่อประกาศล้มละลายในเช้าวันพรุ่งนี้ค่ะ"
เพลิงพายชะงัก รินรดาเบิกตากว้าง ความระแวงที่ทำลายบรรยากาศห้องทำงานในตอนแรกกลายเป็นความตื่นตระหนกที่ทำให้ทุกคนในออฟฟิศต้องหยุดหายใจ... เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือหายนะที่ไม่มีใครตั้งตัวติด
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยแยกของความสัมพันธ์นี้ไปกับสการ์เล็ตโรสนะคะ
Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ•ตอนที่ 32
รอยแยกที่กว้างขึ้น
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!