"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณเลือกทางเดินที่ไม่มีวันหวนกลับ, คุณกรวีร์"
น้ำเสียงของเพลิงพายไม่ได้ดัง แต่มันเยียบเย็นจนบรรยากาศในห้องทำงานใหญ่สั่นไหว รินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าตู้เซฟนิรภัย หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง สายตาของเธอเหลือบมองเงาสสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ กรวีร์—รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ผู้กุมอำนาจเงาอีกคนในบริษัท—กำลังก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือของเขาคือแฟ้มหนังสีดำสนิท เอกสารลับสุดยอดที่รินรดาตามหามาตลอดสามเดือนเต็ม และตอนนี้ มันกำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ทำลายทุกอย่างที่เธอวางแผนไว้
รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางแรงกดดันที่บีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เพลิงพายไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขยับตัวช้าๆ นางพญาผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจแห่งนี้กำลังหันไปสบตากับกรวีร์ด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับว่าฉากนี้ถูกเขียนบทเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว—และเธอกับกรวีร์เป็นเพียงหมากสองตัวบนกระดานที่กำลังเดินเข้าสู่กับดัก
"ใจเย็นน่า เพลิงพาย" กรวีร์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาปรายตามองรินรดาที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะของผู้บริหารระดับสูง "ผมแค่นำ 'หลักฐาน' ที่คุณพยายามซ่อนไว้จากบอร์ดบริหารมาส่งให้... หรือคุณกลัวว่าความจริงเรื่องโครงการ 'ล้างบาง' เมื่อห้าปีก่อน จะหลุดรอดไปถึงหูของเด็กฝึกงานคนนี้?"
คำว่า *โครงการล้างบาง* กระแทกเข้าที่โสตประสาทของรินรดาอย่างจัง โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ภาพเหตุการณ์ในอดีต—วันที่บริษัทแม่ของครอบครัวเธอล่มสลายลงในชั่วข้ามคืน หนี้สินนับร้อยล้าน และคราบน้ำตาของพ่อแม่—ซ้อนทับขึ้นมาในหัว รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้รอยยิ้มและท่าทีอ่อนน้อมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ปะทุขึ้นจนร้อนผ่าวไปทั่วร่าง
"คุณกรวีร์กำลังพูดเรื่องอะไรคะ" รินรดาเค้นเสียงถามออกไป พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ดิฉันเป็นแค่พนักงานฝ่ายบัญชี... ไม่ควรรับรู้เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่หรือคะ"
เพลิงพายหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ ผู้บริหารสาวก้าวเดินผ่านโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ใกล้รินรดา ระยะห่างระหว่างเธอกับรินรดาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ กลิ่นที่รินรดาคุ้นเคยและเกลียดชังในเวลาเดียวกัน
"เด็กฝึกงั้นเหรอ?" เพลิงพายทวนคำ เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้กรวีร์หุบยิ้ม "กรวีร์... คุณประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไป หรือคุณแค่โง่เขลาจนมองไม่ออกว่า ใครกันแน่ที่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ตั้งแต่แรก?"
กรวีร์ชะงัก สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ เขาโยนแฟ้มหนังสีดำลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น เอกสารด้านในกระจัดกระจายเล็กน้อยเผยให้เห็นตัวเลขและลายเซ็นที่คุ้นตา—มันคือหลักฐานการยักยอกและฮุบกิจการที่บริษัทของพ่อเธอถูกกระทำเมื่ออดีต
"งั้นก็ดี!" กรวีร์ตบโต๊ะเสียงดัง ลืมความสำรวมไปจนหมดสิ้น "ในเมื่อเล่นละครกันไม่เนียน งั้นเรามาจบเรื่องนี้กันวันนี้เลย! เพลิงพาย คุณเซ็นใบลาออกซะ แล้วมอบอำนาจบริหารให้ผม ไม่อย่างนั้น... เอกสารชุดนี้ รวมถึงประวัติที่แท้จริงของ 'รินรดา' จะถูกส่งตรงถึงมือสื่อมวลชนและบอร์ดบริหารใหญ่ภายในห้านาที!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที แรงกดดันในห้องพุ่งสูงจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว รินรดายืนอยู่ตรงกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังจะขย้ำกันเอง สายตาของเธอมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของเพลิงพาย หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก นี่คือโอกาสที่เธอรอคอย—หลักฐานชิ้นแรกที่สมบูรณ์แบบกำลังวางอยู่ตรงหน้า แค่เธอเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ความจริงทั้งหมดก็จะปรากฏ
แต่ทว่า... มือของเพลิงพายที่วางอยู่ข้างลำตัว กลับเอื้อมมาแตะที่ข้อมือของรินรดาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเย็นเฉียบแต่กลับสร้างกระแสไฟแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่าง รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับกลับไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่เคียงข้าง
ดวงตาสีดำสนิทของเพลิงพายไม่ได้มองกรวีร์เลยแม้แต่น้อย เธอกำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรินรดา—ดวงตาที่ซ่อนความแค้น ความเจ็บปวด และความลับทั้งหมดเอาไว้
"อย่าเพิ่งใจร้อนส็รินรดา..." เพลิงพายกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด แต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ "เกมนี้... ยังไม่ถึงตาของเธอที่จะเดินหมากตา最後หรอกนะ"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามความหมาย ประตูห้องทำงานที่ถูกปิดล็อกไว้โดยระบบอัตโนมัติ กลับส่งเสียง *คลิก* เบาๆ พร้อมกับไฟในห้องที่กะพริบดับลงสามครั้งติดกัน—และในวินาทีที่ไฟสำรองฉุกเฉินสีแดงส้มสว่างขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ระดับสามก็ดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งตึกสูงระฟ้านี้!
กรวีร์หน้าถอดสีทันที เขาหันขวับไปมองที่ประตูห้อง "เกิดอะไรขึ้นวะ!"
เพลิงพายไม่ได้ตกใจเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับกว้างขึ้น ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม มือที่จับข้อมือรินรดาเปลี่ยนเป็นบีบแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะดึงร่างของรินรดาให้เข้ามาแนบชิดกับตัวเธอเพื่อหลบวิถีสายตาของกรวีร์ในความสลัวของแสงไฟฉุกเฉิน
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริง... ที่ฉันสร้างไว้รอพวกคุณ"
เพลิงพายกระซิบคำนั้นใส่ริมฝีปากของรินรดาในระยะประชิดที่ลมหายใจแทบจะผสานเป็นหนึ่งเดียว และก่อนที่รินรดาจะทันได้ตั้งสติ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยสูงสุด ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานีจากภายนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามการทุจริตใน e-mail และหมายจับศาลอาญาที่ชูขึ้นเด่นชัด—โดยมีชื่อของ "กรวีร์" และ "รินรดา" อยู่บนหมายจับใบเดียวกัน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมหมากอันเร่าร้อนนี้กับสการ์เล็ตโรส แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ•ตอนที่ 7
รอยร้าวที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Undercover Passion: กับดักเสน่หาใต้เงาออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!