กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก•ตอนที่ 3

สายตาจากอสุรกาย

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นกำยานปักษาเร้นจันทร์ลอยอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ กลิ่นหอมเย้ายวนปนกลิ่นอายโลหะจางๆ ชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ท้องพระโรงชั้นในของตำหนักบูรพาเวลานี้เงียบสงบราวกับป่าช้า ทว่ากลับกดดันยิ่งกว่าสนามรบที่มีทหารนับหมื่นนายรายล้อม ซูเหม่ยหลินก้าวตามขันทีเฒ่าเข้าไปด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ ชุดคลุมผ้าต่วนสีนิลปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงคบเพลิงวับวาม ทุกย่างก้าวของนางสง่างามและเยือกเย็นราวกับไม่มีสิ่งใดในใต้หล้าสามารถสั่นคลอนจิตวิญญาณที่เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งได้ นางลอบสูดลมหายใจเข้าลึก... ในเมื่อเขาเอ่ยปากท้าทายด้วยตนเอง นางย่อมต้องสนองรับการประลองครั้งนี้อย่างงดงาม เบื้องหน้าโต๊ะเสวยไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายวิจิตร บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นอสุรกายทมิฬแห่งแคว้นหลวนกำลังประทับอยู่ หลวนเฟยอ๋องทรงอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายมหาราชสี่กรงเล็บ พระพักตร์หล่อเหลาดั่งหยกสลัก ทว่าเยียบเย็นไร้ความรู้สึกราวกับรูปปั้นหินที่ไร้จิตวิญญาณ ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกวาดมองร่างบางที่หยุดยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ ชั่วพริบตาที่สายตาสองคู่ประสานกัน อากาศรอบกายคล้ายจะแข็งตัวลงทันที "บังอาจนัก..." สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ "คนของเปิ่นหวางตายด้วยยาพิษไร้ร่องรอย เจ้าเป็นเพียงสตรีในเรือนหลังเหตุใดจึงวินิจฉัยคดีได้อย่างแม่นยำรากับตาเห็น หรือว่า... เจ้าคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดกันแน่ ซูเหม่ยหลิน" คำกล่าวหาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งตรงมาราวกับลูกศรอาบยาพิษ ทว่าซูเหม่ยหลินหาได้สะทกสะท้านไม่ มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา นางย่อกายลงทำความเคารพอย่างช้าๆ ท่วงท่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติราวกับถูกตวงวัดมาด้วยบรรทัดฐานของราชสำนักชั้นสูง "ท่านอ๋องทรงตรัสล้อเล่นแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีผู้อับโชคคนหนึ่ง ไฉนเลยจะกล้าอาจหาญชักใยเรื่องราวใหญ่โตเบื้องพระพักตร์พระองค์ได้ เพียงแต่... พิษชนิดนั้นมีกลิ่นฉุนของหญ้าเหมันต์ร้อยปี แม้จะถูกเจือจางด้วยสุราชาด แต่คนทั่วไปย่อมไม่ได้กลิ่น ทว่าหม่อมฉันมีรสนิยมประหลาด... ชื่นชอบการศึกษาตำราพิษโบราณ จึงจำกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์นั้นได้แม่นยำก็เท่านั้นเพคะ" ซูเหม่ยหลินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่บางตั้งตรงอย่างสง่างาม นางจงใจเลือกใช้ถ้อยคำที่ลื่นไหลแต่แฝงไว้ด้วยการปฏิเสธอย่างแยบยล การที่นางรู้เรื่องพิษลึกล้ำย่อมเป็นพิรุธ แต่นางเลือกที่จะโยนความสงสัยนั้นให้กลายเป็นงานอดิเรกอันแปลกประหลาด ดีกว่าปล่อยให้เขาจับไต๋ได้ว่านางคืออดีตกุนซือผู้ล่วงรู้ทุกความลับของแคว้นนี้ หลวนเฟยอ๋องไม่ตรัสตอบ ทรงหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย ทอดพระเนตรพินิจพิจารณาร่างระหงเบื้องพระพักตร์อย่างละเอียดถี่ถ้วนราวกับจะลอกคราบเปลือกนอกของนางออกมาเพื่อดูว่าภายใต้รอยยิ้มสงบเยือกเย็นนี้ ซ่อนความลับอันใดไว้บ้าง สัญชาตญาณของแม่ทัพผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกเขาว่า... สตรีผู้นี้อันตราย นางมิใช่คุณหนูในห้องหอที่สั่นกลัวต่ออำนาจ ทว่ามีความนิ่งสงบดั่งผืนน้ำลึกที่ซ่อนคลั่งใคล้พายุทอร์นาโดไว้ภายใน "น่าสนใจ..." หลวนเฟยอ๋องทรงแย้มสรวลที่มุมพระoษฐ์ เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง ทว่ากลับมีเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างประหลาด พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ไปรินสุราลงในจอกหยกขาวด้วยพระองค์เอง "ในเมื่อเจ้าบอกว่าตนเองรอบรู้เรื่องพิษนัก เช่นนั้น... จงดื่มจอกนี้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองเสีย" จอกหยกขาวถูกเลื่อนมาตรงหน้าซูเหม่ยหลินผ่านโต๊ะเสวยไม้จันทน์ กลิ่นอายของสุรารสเลิศลอยกรุ่น ทว่าประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของอดีตกุนซือกลับจับกลิ่นบางอย่างที่เจือปนอยู่ได้... มันคือ "พิษสลายวิญญาณ" พิษร้ายแรงที่จะทำให้เส้นลมปราณแหลกสลายภายในชั่วก้านธูปเดียวโดยไม่มีเลือดตกยางออก! นี่คือการลองใจครั้งสุดท้าย... หากนางปฏิเสธ เท่ากับยอมรับสารภาพว่าตนมีพิรุธ แต่หากนางดื่มลงไป... ชีวิตของนางย่อมจบสิ้นในค่ำคืนนี้ หัวใจในอกของซูเหม่ยหลินเต้นระรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกต้อนจนมุม ทว่าภายนอกนางกลับยังคงรักษาความนิ่งสงบดั่งสายน้ำไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกริบราศีกดดันคู่นั้นโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มประดับบนเรียวปากบางยิ่งทวีความงดงามลึกล้ำราวกับดอกอู๋ทงที่เบ่งบานท่ามกลางความหนาวเหน็บ "ท่านอ๋องทรงเมตตาประทานให้ หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าปฏิเสธเพคะ" ซูเหม่ยหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเยือกเย็น ก่อนจะเอื้อมมือเรียวขาวราวหยกสลักไปหยิบจอกหยกนั้นขึ้นมา ปลายเลื้อยเรียวมั่นคงไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ยกจอกขึ้นจรดเรียวปาก ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้นของขันทีและองครักษ์ที่ยืนอารักขาอยู่โดยรอบ หลวนเฟยอ๋องทอดพระเนตรการกระทำของนางอย่างไม่ละสายตา พระหัตถ์ที่ถือจอกสุราของพระองค์เองเผลอบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในพระอก... ความรู้สึกที่ไม่อยากให้สตรีดวงตากล้าหาญนางนี้ต้องดับสลายไป ทว่า ในวินาทีที่ซูเหม่ยหลินกำลังจะเอียงจอกเพื่อดื่มสุราพิษนั้นเอง... *ปัง!* เสียงถีบประตูตำหนักบูรพาเปิดออกอย่างแรงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างสูงสง่าขององค์ชายรองผู้มีรอยยิ้มเปื้อนยาพิษประดับบนใบหน้าก้าวเข้ามาอย่างอาจหาญ ในมือของเขาถือราชโองการลับสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงคบเพลิงจนแสบตา "เสด็จพี่ ดูเหมือนท่านจะรีบร้อนตัดสินคดีเกินไปหน่อยกระมังพ่ะย่ะค่ะ..." ซูเหม่ยหลินชะงักมือที่ถือจอกทันที นางเหลือบมองจอกในมือสลับกับผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายนี้อย่างพินิจพิจารณา รอยยิ้มลึกล้ำปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง... เกมกระดานนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นความสนุกอย่างแท้จริง *** ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงียบแต่ฟาดเรียบ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%