กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก•ตอนที่ 4

ม่านหมอกแห่งเล่ห์กล

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นกำยานปักษาเร้นจันทร์ลอยวนอวลอยู่ในตำหนักร้างท้ายจวนสกุลซู ควันสีเทาอ่อนม้วนตัวเป็นเกลียวกลางอากาศราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ถูกละเลงด้วยความหม่นหมอง ซูเหม่ยหลินในอาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีนิลสนิทปักลายเถาตำลึงทอง ปิ่นหยกมันแพะปักมวยผมไว้อย่างเรียบง่าย ทว่าทุกเส้นไหมบนเรือนร่างกลับขับเน้นรัศมีเยือกเย็นและสูงศักดิ์จนน่าเกรงขาม นางกำลังใช้นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนคีบเมล็ดหมากรุกหยกขาว วางลงบนกระดานไม้จันทน์หอมอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง เบื้องหน้าของนางคือ สตรีในชุดผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูเรื่อ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างประณีต นางคือ "ฮูหยินรองจาง" ผู้กุมอำนาจการจัดการเบื้องหลังเรือนกลางของเสนาบดีซู และเป็นสะพานเชื่อมสำคัญไปยังตระกูลขุนนางฝ่ายบู๊ที่กำลังเรืองอำนาจในราชสำนักเวลานี้ "เจ้ากล้าดียังไงถึงเชิญข้ามาที่อัปมงคลเช่นนี้ ซูเหม่ยหลิน?" น้ำเสียงของฮูหยินรองจางเจือแววดูแคลนระคนระแวดระวัง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตำหนักที่ไร้ซึ่งบ่าวไพร่รับใช้ มีเพียงความเงียบงันและกลิ่นอับของกาลเวลา ซูเหม่ยหลินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางยังคงจดจ่ออยู่กับการเดินหมาก เมล็ดหมากรุกสีดำถูกดีดกระทบกระดานดังเปาะ เสียงนั้นดังก้องกังวานในความเงียบราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของใครบางคน "ความอัปมงคลหรือความรุ่งโรจน์... ฮูหยินรองเป็นผู้กำหนดเองต่างหากเล่าเจ้าคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวลราวกับสายน้ำ แต่กลับแฝงด้วยกระแสเชี่ยวกรากที่พร้อมจะพัดพา1ทุกลมหายใจให้จมดิ่ง "ท่านแม่ทัพเจิ้งกำลังจะกลับจากชายแดนใต้ในอีกสามวัน ตำแหน่งพระชายาเอกขององค์ชายรองก็ใกล้จะได้ข้อยุติเต็มที... ข้าว่าท่านแม่คงไม่อยากเห็นบุตรีในไส้ของท่านต้องตกเป็นเบี้ยล่างของตระกูลหลี่ไปตลอดกาลกระมังเจ้าคะ" คำพูดเพียงประโยคเดียวทำเอาฮูหยินรองจางถึงกับชะงัก รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก ข่าวลับเรื่องการเคลื่อนไหวของแม่ทัพเจิ้งและทายาทตระกูลหลี่ แม้แต่คนในราชสำนักยังต้องสืบหาแทบพลิกแผ่นดิน เหตุใดสตรีที่ถูกกักบริเวณผู้นี้จึงล่วงรู้ได้อย่างแม่นยำราั่งตาเห็น "เจ้า... รู้ได้อย่างไร?" ฮูหยินรองจางเค้นเสียงถาม ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อตระหนักว่าสตรีตรงหน้ามิใช่คุณหนูผู้โง่เขลาเบาปัญญาอย่างที่ข่าวลือกล่าวขาน ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดั่งแอ่งน้ำแข็งหมื่นปี "โลกใบนี้ไม่มีความลับสำหรับผู้ที่รู้จักใช้หูและดวงตาหรอกเจ้าคะท่านแม่... สิ่งที่ข้ามีมิใช่แค่ข่าวกรอง แต่เป็น 'ทางออก' ที่จะทำให้ตระกูลจางของท่านยังคงค้ำฟ้าต่อไปได้ แม้ว่าอำนาจของเสนาบดีซูจะสั่นคลอนแล้วก็ตาม" บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ฮูหยินรองจางจ้องมองดวงหน้าที่งดงามราวกับภูตผีจำแลงของซูเหม่ยหลิน ความกลัวเริ่มกัดกินจิตใจทีละน้อย ทว่าความทะเยอทะยานที่มีมากกว่ากลับเป็นตัวผลักดันให้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง "เจ้าต้องการอะไรจากข้า?" "ง่ายดายมากเจ้าคะ..." ซูเหม่ยหลินรินชาลงในจอกหยกขาวควันฉุย กลิ่นหอมละมุนของชาหลงJingฟุ้งกระจายกลบกลิ่นอับชื้น "ข้าเพียงต้องการให้ท่านใช้ชื่อของตระกูลจาง เปิดทางให้ข้าได้เข้าเฝ้าไทเฮaในงานเลี้ยงชมดอกไม้สัปดาห์หน้า เพื่อแลกกับ... แผนการทำลายล้างตระกูลหลี่ที่พวกท่านปรารถนามานาน" ทว่า ในวินาทีที่ฮูหยินรองจางกำลังจะเอכปากตกลงนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วดั่งพายุหมุนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์คลุมสีทมิฬปักดิ้นลายมังกรห้าเล็บปรากฏขึ้น ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่สาดส่องเข้ามา หลวนเฟยอ๋อง... บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นอสุรกายทมิฬก้าวเข้ามาด้วยแววตาดุจพญาเหยี่ยวที่จดจ้องเหยื่อ "เกรงว่าเจ้าคงไม่มีโอกาสได้ไปงานเลี้ยงของไทเฮาหريอหรอกนะ... พระชายาของข้า" ซูเหม่ยหลินชะงักค้าง เมล็ดหมากรุกในมือร่วงหล่นกระทบกระดานดังเคร้ง ทว่านางมิได้แสดงอาการตื่นกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาคมกริบที่ไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาเยือกเย็นดุร้ายของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งกองทัพพิทักษ์แผ่นดินผู้นี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%