"หากหม่อมฉันบอกท่านอ๋องว่า... ลมหายใจที่กำลังใช้อยู่ในยามนี้ แท้จริงแล้วเป็นเพียง 'ของยืม' จากอดีตที่ถูกเผาไหม้ ท่านจะทรงเชื่อหรือไม่เพคะ?"
ซูเหม่ยหลินเอ่ยประโยคนี้ขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักจันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สีนวลยวงทอดยาวผ่านหน้าต่างบานแกะสลักลายหมู่พฤกษา ตกกระทบลงบนฉากกั้นผ้าแพรปักลายหงส์เหิน ย้อมบรรยากาศรอบกายให้ดูราวกับภาพวาดโบราณที่ถูกกาลเวลาแช่แข็งไว้
นางไม่ได้หลบสายตา ความนิ่งสงบในดวงตาคู่หงส์นั้นลึกล้ำดั่งบึงโบราณไร้ก้นบึ้ง นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองลายเมฆมงคล อาภรณ์สีม่วงเข้มขับเน้นให้ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่นตัดกับความมืดสลัวในยามราตรี ทุกย่างก้าวที่ผ่านมาและความเงียบที่ก่อตัวขึ้น ล้วนเป็นหมากกระดานที่นางจงใจวางเอาไว้เพื่อรอเวลานี้—เวลาที่ความลับอันดำมืดและน่าเหลือเชื่อที่สุดจะต้องถูกเปิดเผย
หลวนเฟยอ๋อง—บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นอสุรกายทมิฬแห่งกองทัพพยัคฆ์ประจิม ทรงชะครงหัตถ์ที่กำลังถือจอกสุราชาดไว้นิ่งค้าง ดวงเนตรคมกลาบดั่งพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากพระวรกายสูงใหญ่ทำให้บรรยากาศรอบข้างราวกับลดอุณหภูมิลดลงหลายส่วน พระองค์ไม่รับสั่งสิ่งใดในทันที ทว่าความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้ผู้คนให้แหลกสลาย
"เจ้ากล้ากล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้ต่อหน้าเราเชียวหรือ, เหม่ยหลิน?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น พระองค์วางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเสียงดังกระทบเบาๆ ทว่าดวงเนตรคมกلاบกลับจดจ้องร่างระหงของสตรีตรงหน้าเขม็ง ราวกับต้องการจะแหวบอกเสื้อผ้าเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ความตายไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และการฟื้นคืนจากยมโลก... ก็ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนจะกระทำได้ตามอำเภอใจ"
"หม่อมฉันไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องคอขาดบาดตายเพคะ"
ซูเหม่ยหลินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความร่าเริง มีเพียงความขื่นขมและประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชนอยู่ภายใน นางก้าวเข้าไปใกล้พระองค์อีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหลอมรวมกับกลิ่นอายจันทร์เพ็ญลอยวนอยู่ในอากาศ นางเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกสลักไปแตะที่ข้อมือแกร่งของหลวนเฟยอ๋องเบาๆ—สัมผัสที่ทำให้อสุรกายทมิฬผู้ไร้พ่ายถึงกับชะงักงัน
"ท่านอ๋องยังทรงจำรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่ซ้ายของหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ... แผลที่เกิดจากธนูอาบยาพิษของตระกูลหลี่ ในคืนวันที่ตำหนักบูรพาถูกเพลิงผลาญเมื่อสามปีก่อน" นางกระซิบถ้อยคำนั้นแผ่วเบา ทว่าทุกพยางค์กลับดังก้องราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดผ่าลงกลางใจของบุรุษผู้ทรงอำนาจ
หลวนเฟยอ๋องทรงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระวรกายกำยำในฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทองแผ่ซ่านไอสังหารออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงเนตรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงที่ยากจะปิดมิด เหตุการณ์ในคืนนั้น... คืนที่สตรีในดวงใจสิ้นลมหายใจในอ้อมอกของพระองค์ คืนที่พระองค์ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างจนเกือบจะสังหารล้างบางราชสำนักด้วยมือคู่นี้ ความลับเรื่องรอยแผลเป็นนั้น... มีเพียงพระองค์และผู้ตายเท่านั้นที่ล่วงรู้!
"เจ้า... พูดว่าอะไรนะ?" สุ้มเสียงของพระองค์สั่นเครือเล็กน้อย ความเยือกเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีเมื่อครู่พังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงความหวาดหวั่นลึกล้ำที่พระองค์ไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา
"หม่อมฉันกลับมาแล้วเพคะท่านอ๋อง..." ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ หยดน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาหน่วยหนึ่งก่อนจะร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างเงียบงัน น้ำตาแห่งความแค้นที่อดกลั้นมาเนิ่นนาน "กลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม กลับมาเพื่อลากคอผู้ที่เคยเหยียบย่ำพวกเราลงสู่ขุมนรกโลกันตร์... และกลับมาเพื่ออยู่เคียงข้างท่าน ดั่งเช่นคำสัญญาที่เราเคยให้ไว้ต่อกันใต้ต้นท้อในคืนนั้น"
ความจริงถูกเปิดเผยออก ภายใต้แสงจันทร์สาดส่องที่สาดกระทบใบหน้าอันงดงามแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณของทั้งสอง หลวนเฟยอ๋องทรงดึงร่างระหงเข้ามาสู่อ้อมพระอุระทันทีอย่างไร้การควบคุม พระองค์กอดกระชับร่างนั้นแน่นรากับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาจากความฝันอันเลือนราง อ้อมกอดที่อบอุ่นและสั่นเทาเล็กน้อยของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน ทำให้ซูเหม่ยหลินซบหน้าลงกับลาดพระอังสา ปล่อยให้หยดน้ำตาที่เก็บซ่อนไว้ไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้าแพรราคาแพง
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความรักความผูกพันข้ามภพชาติอันลึกซึ้งและหนักหน่วงนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดอันแผ่วเบวและรวดเร็วดั่งเงาพรายก็ดังขึ้นที่นอกหน้าต่างตำหนัก!
*ฉับพลัน!*
ประกายแสงสีเงินยวดยาวแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาทางช่องหน้าต่างอย่างแม่นยำเป้าหมายคือจุดตายที่กลางหลังของหลวนเฟยอ๋อง!
ซูเหม่ยหลินสัมผัสได้ถึงจิตสังหารก่อนที่คมดาบจะมาถึง ดวงตาคู่หงส์ตวัดมองเงาสีดำที่สะท้อนอยู่บนกระจกทองเหลือง นางไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะหมุนตัวสลับตำแหน่ง ใช้ร่างกายของตนเองบังให้หลวนเฟยอ๋อง พร้อมกับซัดเข็มพิษเจ็ดดาวสยบวิญญาณในมือออกไปอย่างไร้ความปรานี!
แต่ทว่า... เมื่อเข็มพิษปะทะเข้ากับร่างของมือลอบสังหาร ชุดผ้าคลุมสีดำก็หลุดร่วงลงเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง—ใบหน้าที่ทำให้ทั้งซูเหม่ยหลินและหลวนเฟยอ๋องต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดจนลมหายใจสะดุด!
"...เจ้า... เป็นไปได้อย่างไร?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก•ตอนที่ 19
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!