"ท่านอ๋องทรงประเมินข้าต่ำไป หรือทรงประเมินความแค้นของคนตายสูงเกินไปกันแน่เพคะ?"
เสียงของข้าเรียบสนิทดุจผิวน้ำในบึงลึกยามไร้ลมพัดผ่าน ข้าไม่ได้หันไปมองบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่นั่งลงบรรจงจัดวางถ้วยน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม จังหวะการเคลื่อนไหวของข้านุ่มนวลทว่าหนักแน่นไร้รอยสั่นคลอน
หลวนเฟยอ๋องแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นประสาทดุจเสียงโซ่เหล็กที่ลากผ่านพื้นศิลาเย็นเยียบ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนข้าสัมผัสได้ถึงไอความเย็นและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน มือหนาที่เปี่ยมด้วยพละกำลังคว้าเข้าที่คางของข้า เชยใบหน้าข้าขึ้นบังคับให้สบตากับดวงตาดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อคู่นั้น
"เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ข้าเก็บได้จากกองขยะประวัติศาสตร์ อย่าได้ริอ่านจะถือกระดานเอง ซูเหม่ยหลิน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าทรงพลัง "ในราชสำนักนี้ ไม่มีใครหายใจได้ด้วยความแค้นเพียงอย่างเดียวหรอก เจ้าต้องการล้างมลทินให้ตระกูลข้าจัดหาให้ได้ แต่เจ้าต้องแลกด้วยสิ่งที่เป็นมากกว่าแค่ตัวเจ้า"
ข้าไม่หลบสายตา แม้รอยนิ้วมือของเขาจะกดลงบนผิวแก้มจนรู้สึกเจ็บแปลบ แต่ข้ากลับยิ้มบางๆ ให้กับความดุดันนั้น "พันธนาการที่ไร้เงื่อนไขหรือเพคะ? ท่านต้องการให้ข้าเป็นสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดี หรือต้องการกรงทองที่ขังนกปีกหักไว้ดูเล่นกันแน่"
หลวนเฟยอ๋องนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความเย่อหยิ่งที่ซ่อนอยู่ในความสุภาพของข้า มือที่เชยคางข้าอยู่ผ่อนแรงลงช้าๆ เปลี่ยนเป็นลูบไล้ผ่านลำคอระหงไปจนถึงเส้นผมที่ปักด้วยปิ่นทองฝังมุก "ข้าไม่เลี้ยงสุนัข และข้าไม่มีทางขังนกที่พร้อมจะควักลูกตาข้าหากข้าเผลอ... สิ่งที่ข้าต้องการคือ 'กุนซือ' ที่จะทำให้บัลลังก์มังกรสั่นคลอนจนถึงรากฐาน"
เขาก้มลงมากระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ข้าขนลุกชัน "ข้อเสนอของข้าคืออำนาจในมือที่เจ้าจะได้รับหลังจากนี้ ชื่อเสียงของเจ้าที่ถูกใส่ร้ายว่าทรยศชาติ ข้าจะลบมันออกด้วยหยาดเลือดของศัตรูเจ้าทุกคน แต่เจ้าต้องก้าวเข้ามาอยู่ในเงาของข้า... เป็นคนของข้าโดยสมบูรณ์"
ข้านิ่งคิดไปชั่วขณะ นิ้วมือเรียวบางของข้าแตะลงบนขอบถ้วยชาที่ยังคงกรุ่นไอ กลยุทธ์ของหลวนเฟยอ๋องนั้นดุดันไร้ความปรานีก็จริง แต่เขาก็เป็นเพียงคนเดียวในแผ่นดินที่กล้าเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อหมากที่ไม่มีใครเอาอย่างข้า การตกลงในครั้งนี้ไม่ต่างจากการกระโดดลงไปในกองเพลิงเพื่อแลกกับคมดาบ แต่ในเมื่อข้าตายไปครั้งหนึ่งแล้ว ความกลัวย่อมไม่มีค่าเทียบเท่ากับชัยชนะ
"หากข้าตอบตกลง ท่านจะให้ข้าเริ่มจากตรงไหนเพคะ?" ข้าถามพลางเบนสายตาไปที่หน้าต่างบานเปิดกว้างที่เผยให้เห็นสวนดอกเหมยในยามค่ำคืน
"เริ่มจากงานเลี้ยงฉลองชัยในวันพรุ่งนี้" เขาตอบพลางปล่อยมือจากข้าแล้วเดินไปยืนอยู่ข้างหน้าต่าง "เจ้าต้องทำให้องค์ชายสามเปื้อนคราบโคลนด้วยน้ำมือของเขาเอง โดยที่เจ้าไม่ต้องหยิบจับแม้แต่ปลายเข็ม"
ข้าคลี่ยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก งานเลี้ยงที่จะถึงนี้คือสนามรบที่ทุกคนต่างรอจ้องจะเชือดเฉือนกัน ข้าหันไปมองเงาร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องที่ดูราวกับปีศาจท่ามกลางความมืดมิด หากนี่คือพันธนาการ ข้าก็จะร้อยรัดมันให้แน่นจนกลายเป็นอาวุธที่ใช้แทงทะลุหัวใจของเหล่าทรชนที่เคยทำลายชีวิตข้า
ทว่าในวินาทีที่ข้ากำลังจะเอ่ยปากตอบรับ ประตูห้องโถงด้านนอกก็ถูกผลักออกอย่างแรง ขันทีคนสนิทของไทเฮาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีลนลาน ในมือถือม้วนกระดาษสีเหลืองทองประทับตราลัญจกรที่คุ้นตา ข้าและหลวนเฟยอ๋องสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ความนิ่งเฉยในดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลที่หาได้ยากยิ่ง
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีคุกเข่าลง เสียงสั่นเครือ "พระราชโองการลับจากฮ่องเต้... ประกาศให้ท่านและว่าที่ชายาจากตระกูลแม่ทัพใหญ่ต้องเข้าพิธีอภิเษกทันทีในอีกสามวันข้างหน้า โดยมิอาจหลีกเลี่ยง!"
บรรยากาศในห้องพลันเงียบสนิทราวกับป่าช้า ข้าชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่า 'ว่าที่ชายา' ซึ่งไม่ใช่ตัวข้า แต่เป็นสตรีที่หมายมั่นจะกำจัดข้าทิ้งตั้งแต่วันแรกที่ข้ากลับมา
หลวนเฟยอ๋องหันกลับมามองข้า ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือข้าไว้แน่นจนข้ารู้สึกเจ็บ "แผนการของเจ้าที่วางไว้ทั้งหมด... เปลี่ยนเสียเดี๋ยวนี้ เพราะนับจากนี้ไป เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่มันคือการตัดสินเป็นตายของคนทั้งตระกูลที่ขวางทางเรา"
เขาขยำพระราชโองการในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะดึงข้าเข้าไปใกล้จนชิดร่าง "ในเมื่อมันอยากให้ข้าแต่งงานกับนางนัก... คืนนี้ เราจะไปเยี่ยมเยียนนางที่จวนแม่ทัพเสียหน่อย เจ้าว่าดีหรือไม่?"
ข้ามองไปที่พระราชโองการบนพื้นและเงาร่างของบุรุษตรงหน้า ความแค้นของข้ายังไม่ทันได้สะสาง แต่ศัตรูคนใหม่กลับก้าวเข้ามาพร้อมกับเงื่อนไขที่ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม ข้าพยักหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนความนัย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับ "เงียบแต่ฟาดเรียบ" นะคะ
กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก•ตอนที่ 7
พันธนาการที่ไร้เงื่อนไข
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!