กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก•ตอนที่ 13

พันธมิตรที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
เงาสะท้อนจากม้วนราชโองการสีชาดบนพื้นหินอ่อน ทอดตัวยาวราวกับคมดาบที่พาดผ่านลำคอ แม่ทัพหลี่ผู้เคยตระหง่านดั่งขุนเขาในค่ายทหาร บัดนี้เข่าทรุดฮวบลงจนเข่ากระแทกพื้นศิลาเสียงดังสนั่น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับหนา ดวงตาที่เคยดุดันแข็งกร้าวเบิกโพงจนแทบถลน ขณะจ้องมองตัวอักษรลายพระหัตถ์ที่ประทับตราหยกมังกรทองอย่างเด่นชัด นั่นคือประกาศิตแห่งความตาย... หรือหนทางสู่ขุมนรกที่ไร้ซึ่งทางกลับ "ฝ่าบาททรง... ทรงมีพระราชประสงค์เช่นนี้จริงหรือ..." เสียงของแม่ทัพหลี่แหบพร่าสั่นเครือ ไร้ซึ่งความองอาจเยี่ยงแม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดินในยามนี้ ซูเหม่ยหลินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านโปร่งสีนิล อาภรณ์ผ้าต่วนปักลายหมู่มฤคเหมันต์สีเงินยวงสะท้อนแสงตะเกียงสำริดวับแวม นางยกเรียวนิ้วเรียวสวยขึ้นจัดปิ่นหยกขาวบนมวยผมอย่างเชื่องช้า ท่าทีเยือกเย็นราวกับสายน้ำในเหมันตฤดู ตัดกับความตื่นตระหนกขวัญหนีดีฝ่อของแม่ทัพใหญ่ราวฟ้ากับเหว "ราชโองการอยู่ในมือท่านแล้ว เหตุใดจึงยังต้องถามข้าเล่า ท่านแม่ทัพหลี่" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnขึ้นอย่างไม่รีบร้อน นางก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงื้อมเงาของม่านโปร่ง เสียงรองเท้าปักลายหงส์กระทบพื้นศิลาเบาหวิวราวเสียงใบไม้ร่วง "ฮ่องเต้ทรงชราภาพและหลงใหลในอำนาจมืด สนตระหนักถึงความมั่นคงของแผ่นดินเสียที่ไหน สิ่งที่พวกท่านกระทำลงไปเมื่อสี่ปีก่อนเพื่อใส่ร้ายสกุลซูของข้า คิดหรือว่าพระองค์จะไม่ทรงระแวงว่าสักวันพวกท่านจะหันปลายดาบเข้าหาบัลลังก์?" คำพูดเพียงประโยคเดียวกรีดลึกลงไปในกลางใจของแม่ทัพหลี่จนหน้าถอดสี สี่ปีก่อน... มีเพียงพวกเขาไม่กี่คนที่รู้ว่าหลักฐานการทุจริตและสาส์นกบฏของแม่ทัพซูแท้จริงแล้วถูกปั้นแต่งขึ้นโดยฝ่ายใด และตอนนี้ ม้วนราชโองการในมือเขากำลังบัญชาให้เขา "เลือกข้าง" ใหม่ ระหว่างจมดิ่งไปพร้อมกับเรือที่กำลังจะอับปางขององค์รัชทายาทองค์ปัจจุบัน หรือจะยอมจำนนต่อเงื่อนไขอันแสนอันตรายที่สตรีตรงหน้าได้ขีดเส้นเอาไว้ "เจ้าต้องการอะไรกันแน่... คุณหนูซู... หรือควรเรียกว่า... กุนซือเงาของหลวนเฟยอ๋อง?" แม่ทัพหลี่เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้นผสมความหวาดกลัว ซูเหม่ยหลินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับซ่อนพิษร้ายแรงไว้ภายในจนผู้พบเห็นต้องหนีบสันหลังวาบ "ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดมากไปกว่า... ความยุติธรรม และหัวสุนัขบางตัวที่ลอยอยู่บนยอดตึกศาลาว่าการค่ะ" นางก้มลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเขาที่กำลังสั่นเทา "แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ข้าต้องการพบ 'ผู้ที่ถูกลืม' เสียก่อน" พริบตานั้นเอง ประตูห้องรับรองชั้นในก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ต้องรับอนุญาต! ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีครามเข้มปักลายพยัคฆ์เมฆา ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น ทว่าเงียบเชียบดั่งเงาดำ หลวนเฟยอ๋อง—อสุรกายทมิฬแห่งแดนประจิม ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองแม่ทัพหลี่ที่หมอบกราบอยู่กับพื้น ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ "เหม่ยหลิน เจ้ากล้าใช้แผนการใหญ่โตเช่นนี้โดยไม่ปรึกษาเราก่อนอีกแล้วหรือ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างคาดโทษ ทว่าแววตากลับเจือประกายความห่วงใยและหลงใหลระคนกันจนยากจะแยกแยะ ซูเหม่ยหลินไม่สะทกสะท้าน นางเพียงหันไปประสานสายตากับบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "หากไม่ทำเช่นนี้ ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นจะทรงยอมเสด็จมาสมทบกับข้าที่ตำหนักร้างท้ายวังนี่หรือคะ?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักลึกของหลวนเฟยอ๋องจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มดุดันระคนเอ็นดู มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์โดยไม่สนใจสายตาของแม่ทัพหลี่ที่ก้มหน้าจนชิดพื้น "เจ้ามันปีศาจตัวน้อยจริงๆ" เขากระซิบชิดริมฝีปากนาง ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนนุ่ม "แต่เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าอยากเล่นเกมกระดานนี้ เราก็จะถือหมากคอยคุ้มกันให้เจ้า... แม้ว่าศัตรูทั่วยุทธภพจะพากันยกทัพมาขวางหน้าก็ตามที" ซูเหม่ยหลินใจกระตุกวูบ ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับบริเวณเอวส่งผ่านความมั่นคงลึกซึ้งมาถึงหัวใจที่เคยด้านชา นางซบหน้าลงกับอ้อมอกกว้างชั่วพริบตา ก่อนจะผละออกเพื่อรักษาท่าทีของกุนซือผู้ไร้พ่าย "เช่นนั้นก็ดีค่ะท่านอ๋อง" นางหันกลับไปมองม้วนราชโองการในมือแม่ทัพหลี่อีกครั้ง "เพราะคืนนี้... เรามีนัดสำคัญกับองค์รัชทายาทผู้ถูกกักบริเวณในตำหนักเย็น" การเดินทางสู่ตำหนักบูรพาในยามวิกาลเต็มไปด้วยความเงียบงัดและวังเวง กลิ่นอับชื้นของซากดอกไม้ที่ร่วงโรยผสมผสานกับกลิ่นอายความเสื่อมสลายของอำนาจที่เคยรุ่งเรือง ตำหนักบูรพาบัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังทางจิตวิญญาณ องค์รัชทายาทหลี่เฉิงผู้เคยประทับอยู่เหนือผู้คนนับหมื่น บัดนี้ประทับอยู่บนตั่งไม้เก่าคร่ำคร่า ฉลองพระองค์ยับเยียวยิ่งกว่าบ่าวไพร่ เส้นผมยาวสยายรกรุงรังไม่ต่างจากขอทานในตลาดสด ทว่าดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ยังคงเหลือประกายความดื้อรั้นและแค้นเคือง ไม่ได้ดับสลายไปตามกาลเวลา "เจ้ารemember ข้าไม่ได้หรอกกระมัง... กุนซือซู" องค์รัชทายาทแย้มพระ oanh เฝื่อนๆ ขณะทอดพระเนตรสตรีในอาภรณ์หรูหราที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าพระพักตร์ โดยมีหลวนเฟยอ๋องยืนกอดอกวางมาดดุร้ายอยู่ด้านหลังในมุมมืดของห้อง ซูเหม่ยหลินย่อกายถวายพระพรอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก แม้ว่าฐานะในยามนี้จะสูงส่งกว่าองค์รัชทายาทผู้ตกอับไปไกลโขแล้วก็ตาม "หม่อมฉันมิกล้าหลงลืมพระองค์หรอกเพคะ... ผู้ที่เคยพระราชทาน 'ยาพิษสลายกระดูก' ให้แก่บิดาของหม่อมฉันเมื่อสี่ปีก่อน" พระพักตร์ขององค์รัชทายาทซีดเผือดลงทันที ทรงผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจจนตั่งไม้ล้มคว่ำ "เจ้า...! เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร... เจ้าต้องการฆ่าเราล้างแค้นงั้นหรือ!" "ฆ่าพระองค์หรือเพคะ?" ซูเหม่ยหลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะดั่งเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงไขสันหลัง "การปล่อยให้พระองค์ตายอย่างง่ายดายในตำหนักสกปรกแห่งนี้ ช่างเป็นการลงทัณฑ์ที่ใจดีเกินไปเพคะ... สิ่งที่หม่อมฉันนำมามอบให้ในวันนี้ หาใช่ความตายไม่..." นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ หีบไม้จันทน์หอมสลักลายวิจิตรถูกวางลงบนโต๊ะไม้ผุพัง นางเปิดฝาออกเผยให้เห็นตราประทับหยกโบราณและสาส์นลับกองหนึ่งที่เรืองแสงรำไรภายใต้แสงคบเพลิง "...แต่คือบัลลังก์มังกรที่พระองค์โหยหาต่างหากล่ะเพคะ" องค์รัชทายาททรงเบิกเนตรกว้างอย่างไม่เชื่อสายพระเนตร พระหัตถ์สั่นเทาดึงสาส์นฉบับบนสุดขึ้นมาทอดพระเนตร เนื้อหาด้านในทำให้พระองค์ถึงกับทรงพระสรวลออกมาเสียงดังลั่นตำหนักด้วยความบ้าคลั่งระคนตื่นเต้น "เจ้าบ้าไปแล้ว... เจ้าคิดจะร่วมมือกับเรา... โค่นล้มเสด็จพ่อและฮองเฮางั้นหรือ!" ซูเหม่ยหลินแย้มยิ้ม ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าไหมชั้นดี นางโน้มกายเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่าที่สะท้อนก้องในความเงียบสงัด "บนกระดานนี้ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรเพคะองค์รัชทายาท มีเพียงผู้ชนะที่จะได้เขียนประวัติศาสตร์... และพวกเราสามคนในที่นี้ จะร่วมกันล้างบางวังหลังและราชสำนักให้ราบคาบเป็นหน้ากลอง" ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนการอันแนบเนียนนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ราวกับคลื่นทะเลคลั่งก็ดังสนั่นมาจากนอกกำแพงตำหนักบูรพา! แสงคบเพลิงสว่างจ้าจนแผดเผาความมืดมิดให้สว่างวาบดั่งกลางวัน เสียงตะโกนกึกก้องกังวานของขันทีหลวงดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัด: *"ราชโองการจากฮองเฮา! จับกุมกบฏซูเหม่ยหลินและหลวนเฟยอ๋อง ณ บัดนี้!"* ซูเหม่ยหลินชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยหันกลับไปสบกับหลวนเฟยอ๋องที่ยังคงมีสีหน้าเยือกเย็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อ... มีคนหักหลัง และพวกมันรู้แผนการนี้ก่อนที่พวกนางจะก้าวเข้ามาเสียอีก! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับซูเหม่ยหลินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซืออาญาสิทธิ์กับจอมทัพไร้พ่าย: วิถีแก้แค้นในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%