"คุณพิณคะ ช่วยถอยไปให้ห่างจากโต๊ะดราฟต์ของผม... ห่างไปสักสามเมตรจะดีมากค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบจนน่าขนลุกดังขึ้นจากมุมห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและฝุ่นผงไม้ ธันวานั่งหลังตรงราวกับถูกดึงด้วยเส้นลวด เขายังคงก้มหน้าอยู่กับแปลนบ้านที่เต็มไปด้วยลายเส้นซับซ้อนโดยไม่แม้แต่จะปรายตามามองผู้บุกรุก
พิณที่กำลังใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามเส้นสายของแบบแปลนบ้านทรงมินิมอลบนโต๊ะ ชะงักกึก เธอแค่นหัวเราะในลำคอพลางปัดมือเหมือนปัดฝุ่นออกจากโต๊ะอย่างจงใจ
"สามเมตร? นี่ห้องทำงานของคุณ หรือคุกกักขังนักโทษคะคุณธันวา? แล้วนี่อะไร... เส้นตรงแข็งทื่อแบบนี้ คุณกำลังออกแบบบ้านหรือหลุมหลบภัยกันแน่"
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นเย็นเยียบราวกับธารน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เขาถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงอย่างช้าๆ ราวกับกำลังกดดันให้คนตรงหน้าสำเหนียกถึงขอบเขตที่เขาขีดไว้
"ผมจำได้ว่าเราทำสัญญาจ้างงานกันแล้ว และในสัญญานั้นมีเอกสารแนบท้ายที่เรียกว่า 'ข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันในพื้นที่ทำงาน' คุณอ่านมันบ้างหรือเปล่าคะ หรือว่าใช้มันรองแก้วกาแฟไปแล้ว?"
พิณยักไหล่ ท่าทางของเธอช่างยียวนจนน่าหมั่นไส้ เธอหยิบแผ่นกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "กฎข้อที่หนึ่ง ห้ามแตะต้องงานดีไซน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อที่สอง ห้ามเสนอความคิดเห็นในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ และข้อที่สาม... ห้ามเข้ามาในรัศมีส่วนตัวของเจ้าของผลงาน"
เธอกระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม "ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะคะว่าหน้าที่ของบรรณาธิการคือการ 'คัดกรอง' และ 'ปรับปรุง' ถ้าผลงานของคุณมันแห้งแล้งไร้หัวใจแบบนี้ ต่อให้แปะป้ายว่าอัจฉริยะกี่แผ่น ผู้อ่านนิตยสารของฉันก็ไม่มีทางซื้อค่ะ"
"มันคือผลงานศิลปะ ไม่ใช่เรื่องขายขำที่คุณจะเอามาตรฐานนิตยสารฉาบฉวยมาวัด"
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดจนพิณต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสาร กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังเชิดหน้าท้าทาย
"ถ้าคุณคิดว่ามันคือศิลปะที่ไม่มีใครแตะต้องได้ ก็เชิญเก็บไว้ชื่นชมคนเดียวในกรงทองของคุณเถอะค่ะ" พิณคว้าปากกาเมจิกสีแดงบนโต๊ะของเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดขีดฆ่าเส้นโค้งมุมห้องในแบบแปลนอย่างฉับไว "ตรงนี้... เปลี่ยนเป็นหน้าต่างบานเฟี้ยมให้แสงเข้าถึงจะดูมีชีวิตขึ้นมาบ้าง!"
"คุณทำบ้าอะไรของคุณ!" ธันวาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด ลมหายใจของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ ทั้งคู่ชะงักงัน จังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสองดังพอที่จะแทรกผ่านความเงียบงันในห้อง
"ฉัน... ฉันแค่กำลังช่วยให้ผลงานของคุณมันขายออก" พิณพยายามรวบรวมสติ แม้ว่าดวงตาของเขาจะทำให้เธอเริ่มสั่นคลอน "ถ้าคุณเก่งจริง ทำไมถึงต้องกลัวคำแนะนำจากคนอื่นนักล่ะคะ หรือว่าลึกๆ แล้วคุณก็รู้ว่ามันขาด 'ความรู้สึก'?"
ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความเย็นชาในแววตาเขาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบด้วยความโกรธที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ
"คุณมันดื้อด้านและไร้เหตุผลที่สุดพิณ..." เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "กฎสามข้อที่คุณทำลายไปเมื่อกี้... คุณรู้ไหมว่ามันมีบทลงโทษ?"
"จะไล่ออกเหรอคะ? เชิญเลยค่ะ ฉันไม่ได้อยากทำงานกับคนใจแคบ..."
"ไม่ใช่การไล่ออก" ธันวาขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและอันตราย "แต่เป็นการสอนให้รู้ว่า... การก้าวเข้ามาในพื้นที่ของคนอื่นโดยไม่ได้รับเชิญ มันต้องแลกด้วยอะไร"
จังหวะที่ธันวากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นรัวและเร่งเร้า กวินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ได้รอคำอนุญาต ตามด้วยเสียงอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า
"เฮ้ย! นี่พวกคุณกำลัง... ทำอะไรกันน่ะ?"
กวินเบิกตากว้างเมื่อเห็นธันวาที่แทบจะกักขังพิณไว้ในวงแขนบนโต๊ะทำงาน ส่วนพิณเองก็มีท่าทีราวกับกำลังถูกไล่ต้อนจนมุม ธันวาผละออกจากพิณทันทีราวกับถูกของร้อน แต่ทว่า... มือของเขายังคงถือแผ่นแปลนที่ถูกขีดเขียนด้วยรอยปากกาแดงของพิณไว้แน่น
"กวิน นายมาก็ดีแล้ว" ธันวาปรับน้ำเสียงให้เย็นชาเหมือนเดิม แม้ใบหูจะขึ้นสีแดงระเรื่อ "บอกเธอที ว่าสถาปนิกที่ขี้เกียจแก้แบบคนนี้ กำลังจะโดนผมฟ้องฐานทำลายทรัพย์สินทางปัญญา"
พิณถอนหายใจยาวพลางกอดอกมองกวินที่ยืนทำหน้าไม่ถูก เธอหันไปมองธันวาด้วยสายตาที่ท้าทายไม่เลิก "ฟ้องเลยค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าขึ้นศาล ฉันจะเอาแบบร่าง 'ห่วยๆ' ของคุณไปประจานให้ทั่วว่าสถาปนิกอัจฉริยะคนนี้ไม่มีความละเอียดอ่อนเอาเสียเลย!"
"คุณ!" ธันวาจะก้าวเข้ามาหาอีกรอบ แต่กวินรีบกางแขนกั้นไว้ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่บานปลายไปมากกว่านี้
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียด กวินกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะ... จดหมายสีครีมที่ถูกเปิดออกครึ่งหนึ่งวางอยู่ใต้กองแบบแปลน และตราประทับบนซองนั้นทำให้สีหน้าของธันวาเปลี่ยนไปทันทีที่เขาสังเกตเห็นว่ามันถูกขยับจากตำแหน่งเดิม
"พิณ... คุณไปยุ่งกับซองจดหมายนั่นด้วยงั้นเหรอ?" ธันวาถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นโทนต่ำน่ากลัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่กลายเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
พิณชะงัก เธอไม่ได้เป็นคนแตะมัน แต่ซองจดหมายนั้นขยับเพราะการยื้อยุดเมื่อครู่ ทำให้เนื้อหาบางส่วนที่ควรจะเป็นความลับสุดยอดถูกเผยออกมาต่อหน้ากวินและเธอ
ดวงตาของธันวาจ้องมองไปที่ข้อความบางส่วนบนกระดาษที่โผล่พ้นซองออกมา ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่พิณด้วยแววตาที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความปั่นป่วนนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากร้าย•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ไม่ควรทำ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
