"ถ้าคุณคิดว่าเส้นนี้มันใช้งานได้จริง สถาปัตยกรรมไทยคงล่มสลายไปตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้วล่ะค่ะคุณธันวา"
เสียงหวานใสแต่คมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่าاصยความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำ พิณในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีครีมตัดกับผิวเนียนละเอียด ใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแปลนบ้านสามมิติบนจอไอแพดอย่างไม่ไว้หน้า ปลายเล็บสีนู้ดสะท้อนกับแสงไฟในห้องประชุมจนดูโดดเด่น เช่นเดียวกับนัยน์ตากลมโตที่กำลังจิกมองเจ้าของผลงานด้วยความท้าทาย
ธันวา สถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้กวาดรางวัลระดับเอเชียมาแล้วนับไม่ถ้วน ขยับแว่นสายตาขอบโลหะบางเฉียบเล็กน้อย กรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นเยียบเย็นราวกับพายุฤดูหนาว แต่ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลกลับพ่นประกายไฟออกมาอย่างชัดเจน
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งที่หญิงสาวยืนอยู่โดยไม่เกรงใจระยะห่าง ความกดดันจากร่างสูงโปร่งที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก ทำให้บรรยากาศในห้องดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา
"สำหรับคนที่มีสายตาไว้ประดับเบ้าหน้าเฉกเช่นคุณบรรณาธิการ ความงามเชิงโครงสร้างและความลื่นไหลของพื้นที่ใช้สอยคงเป็นเรื่องที่เข้าใจยากเกินไปสินะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "แปลนบ้านหลังนี้ผมใช้เวลาคิดค้นและคำนวณสัดส่วนทางวิศวกรรมมานานกว่าสามเดือน มันถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ 'เข้าใจ' ศิลปะ ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจตัวเองแล้วตัดสินทุกอย่างด้วยบรรทัดฐานของนิตยสารบ้านและสวนฉบับลดราคา"
เพล้ง!
ประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนแก้วที่ถูกโยนลงพื้นแตกกระจาย พิณสะบัดหน้าขวับ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม เธอยกแขนขึ้นกอดอก แนบชิดทรวงอกอิ่มภายใต้เสื้อสูทจนธันวาต้องเป็นฝ่ายเบือนสายตาหนีไปทางอื่นเสี้ยววินาที—ซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวทันสังเกตเห็น และนั่นทำให้เธอได้ใจ
"ลดราคาเหรอคะ? หึ..." พิณหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและท้าทาย "ถ้านิตยสารที่ฉันดูแลอยู่มันลดราคา แล้วผลงานชิ้นเอกที่คุยนักคุยหนานี่เรียกว่าอะไรคะ? งานศิลปะขยะที่สร้างมาให้คนรวยอวดความโง่เขลาอย่างนั้นเหรอ? บันไดวนที่คุณออกแบบมาเนี่ย ถ้าคนแก่เดินขึ้นไปมีหวังได้กลิ้งตกลงมาคอหักตายคาที่ก่อนจะได้ชื่นชมสวนหย่อมที่คุณภูมิใจนักหนา!"
"คุณพิณ!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ความอดทนที่ถูกสั่งสมมาตลอดการประชุมสามชั่วโมงขาดผึง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งเรียบตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกงานของผม!"
"ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อคุณรับโจทย์จากทางนิตยสารเรามาตีพิมพ์เป็นคอลัมน์ไฮไลต์ประจำเดือน ถ้าบ้านหลังนี้สร้างจริงและพังลงมา คนที่โดนประณามไม่ใช่สถาปนิกหน้าเลือดอย่างคุณหรอกค่ะ แต่คือตัวฉันและนิตยสารของฉัน!"
พิณก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกธันวา ตัดกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่และบุคลิกเย็นชาของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้ทั้งคู่ต่างได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมกวาดมองพวงแก้มเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธระคนตื่นเต้น มุมปากของเธอยกยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่หัวใจของเขากลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด… *ผู้หญิงอะไร ทั้งดื้อด้าน ปากคอเราะร้าย และน่ารำคาญเป็นบ้า!*
"ถอยไป..." เขากระซิบเสียงลอดไรฟัน มือหนายกขึ้นหมายจะผลักไหล่บางให้ออกห่าง แต่ทว่า...
"ถ้าฉันไม่ถอย คุณจะทำไมคะ จะจูบปากฉันเพื่อปิดปากหรือไง?" พิณสวนกลับทันควันอย่างไม่เกรงกลัว แถมยังเชิดคางขึ้นท้าทายเข้าไปอีก
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอยากเอาชนะยายตัวแสบตรงหน้าให้หลาบจำ
"คิดว่าตัวเองสวยพอบังคับให้ผมทำแบบนั้นเหรอครับ?" เข้มงวด ยียวน และจงใจกดเสียงให้ต่ำลงจนน่าขนลุก "ปากจัดๆ แบบนี้ ถ้าไม่ได้โดนน้ำตาสั่งสอน คงไม่รู้สำนึกสินะว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร"
พิณสะارتเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุจเหยี่ยวที่จ้องมองมา รังสีความอันตรายบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนเธอเริ่มใจคอไม่ดี แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอต้องเชิดหน้าสู้ต่อ "เชิญคุณลองดูสิคะ ถ้ากล้าพ—"
กริ๊ก!
เสียงเปิดประตูดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะคารมที่กำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด พร้อมกับร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาสไตล์แบดบอยที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่กลางสนามรบ
"เฮ้ย ธัน... เคลียร์แบบบ้านเสร็จยังวะ พอดีกูเอา— อ้าว เหี้ย!" กวินชะงักกึก อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเพื่อนสนิทตัวแข็งทื่ออยู่ห่างจากบรรณาธิการสาวคนสวยไม่ถึงคืบ ในท่าทางที่ล่อแหลมราวกับกำลังจะประทับรอยจูบกลางห้องประชุม
ธันวาผละตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่พิณรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยความอับอายและเคืองโกรธ
กวินกวาดสายตามองทั้งคู่สลับกันไปมา มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเสียงดังฟังชัด
"โอ้โห... กูมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าววะเนี่ย? หรือว่านี่คือ 'ดีไซน์ใหม่' ในการเคลียร์งานของพวกมึงสองคน?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความปั่นป่วนนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากร้าย•ตอนที่ 1
เมื่อความเพอร์เฟกต์เจอความพินาศ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
