"ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาทำเสียงก๊อกแก๊กเหมือนหนูติดจั่นอีกรอบ ฉันจะเอาแฟ้มแปลนบ้านสิบโลนี่ฟาดหน้าผากคุณจริงๆ ด้วยนะคะคุณธันวา"
พิณกระแทกเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะที่กำลังสาวเท้าเดินกลับไปกลับมาหน้ากระจกบานใหญ่ของห้องทำงานราวกับเสือเครียดกรงขัง เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นข้างนอกตึกสำนักงานสะท้อนก้อง กลิ่นอายความอับชื้นของหยาดฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่ช่วงหัวค่ำทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดเป็นบ้า และที่บ้ากว่านั้นคือระบบไฟฟ้าของตึกทั้งตึกดันมาพังลงในเวลาที่พวกเขาต้องอยู่เคลียร์งานส่งกองบรรณาธิการสองต่อสอง
ธันวาหยุดเดินทันที เขาหันขวับมามองหญิงสาวด้วยแววตาเย็นชาที่ซ่อนประกายความหงุดหงิดไว้ไม่มิด ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันตามวิสัย
"เชิญตามสบายครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันติดปากพูดกับพวกสติปัญญาดีน่ะนะ" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ฉัน' พร้อมกับยักไหล่กวนประสาท "แต่ถ้าคุณอยากใช้แฟ้มนั้นฟาดหน้าผมจริงๆ ล่ะก็ เกรงว่าคุณคงต้องเดินมาใกล้กว่านี้หน่อยนะ บรรณาธิการพิณ ตัวเล็กแค่นี้จะเอื้อมถึงหน้าผากผมเหรอ หรือต้องให้ผมก้มลงไปให้ตีดีล่ะ"
"ไอ้...!" พิณสูดหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านที่พุ่งทะยานขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ มือเรียวที่กำปากกาในมือแน่นแทบจะหักคามือ ผู้ชายอะไร ปากคอเราะร้าย หน้าตาดีเสียเปล่าแต่สันดานขัดกับเบ้าหน้าสิ้นดี!
ความจริงพวกเขาควรจะกลับบ้านไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว หากไม่ใช่เพราะโปรเจกต์นิตยสารบ้านและสวนฉบับพิเศษที่ธันวาเป็นคนออกแบบโครงสร้างทั้งหมดเกิดความผิดพลาดในรายละเอียดเล็กน้อย พิณในฐานะบรรณาธิการจึงต้องแบกสังขารมาเคลียร์ให้รู้เรื่องที่สตูดิโอของเขา และผลลัพธ์ก็คือ พายุฤดูร้อนกระหน่ำลงมา ตัดขาดโลกภายนอก ทิ้งให้พวกเขาติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานที่เหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากเทียนหอมอโรมากลิ่นกาแฟคั่วอ่อนๆ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของฝ่ายชาย
ห้องทำงานกว้างขวางขนาดนี้ แต่บรรยากาศกลับบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก อาจเป็นเพราะเสียงฝนที่ซัดสาด หรืออาจเป็นเพราะระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ที่นับ It เริ่มแคบลงเรื่อยๆ ทุกทีที่ธันวาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้
ธันวาไม่พูดเปล่า เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานที่พิณนั่งอยู่ กลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายฝนพัดปะทะจมูกหญิงสาวจนเธอต้องผถดตัวถอยหลังโดยอัตโนมัติ สถาปนิกหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ ก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาห่างกันเพียงคืบ แววตาคมกริบมองสำรวจใบเนียนใสที่รั้นระคนความไม่พอใจ
"กลัวผมเหรอครับ บก.พิณ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหรี่ตา แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นอีกฝ่ายจนมุม
"ถอยไปไกลๆ เลยนะคุณธันวา หน้าคุณมันใกล้เกินไปแล้ว!" พิณเอ่ยเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะเสียได้ มันต้องเป็นเพราะบรรยากาศแน่ๆ ไม่ใช่เพราะผู้ชายปากร้ายตรงหน้าคนนี้เด็ดขาด
"ใกล้แค่นี้ทำเป็นตื่นเต้น ทีเวลาปากดีใส่ผมนี่เก่งนักนะ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวับจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกสนุก "ปากดีแบบนี้ทุกทีสินะ หรือจริงๆ แล้ว... ที่ทำเป็นแข็งกระด้างใส่ เพราะกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวกันแน่"
พิณหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ "หลงตัวเอง! คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไงคะ ฉันจะไปห้ามใจอะไรคุณ ทุเรศที่สุด!"
"ถ้าไม่คิดอะไร ทำไมหน้าต้องแดงด้วยล่ะครับ" ธันวาหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "ยอมรับมาเถอะพิณ ว่าคุณก็แอบหวั่นไหวกับผมเหมือนกัน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่าماมกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดภายนอก ไดอะล็อกเชือดเฉือนเมื่อครู่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยสายตาคู่คมที่ทอดมองลงมาอย่างลึกซึ้งเกินกว่าทุกครั้ง ธันวาไม่ได้ถอยออกไป เขายังคงยืนค้ำร่างเธอไว้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดกันและกัน ความเย่อหยิ่งและท่าทีซึนเดเระของสถาปนิกหนุ่มเริ่มกร่อนลง เผยให้เห็นความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่นั้น—ความปรารถนาที่ชัดเจนจนหัวใจของพิณกระตุกวาบ
หญิงสาวเม้มปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์ที่พลิกผันรวดเร็ว เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย เพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจสั่นนี้เสีย
ทว่า...
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธันวาแผדเสียงแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างลงในเสี้ยววินาที ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาผละตัวถอยหลังออกไปอย่างจำใจ คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
พิณแอบผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก พร้อมกับด่าทอเจ้าของสายเรียกเข้าในใจที่โทรมาขัดจังหวะได้ถูกเวลาเสียเหลือเกิน เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เตรียมจะลุกหนีไปสงบสติอารมณ์ที่มุมห้อง
แต่แล้ว... ร่างสูงที่กดรับสายและฟังปลายสายเพียงไม่กี่วินาที ก็ชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยกลับซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นอย่างที่พิณไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
ธันวาค่อยๆ ลดโทรศัพท์แนบข้างลำตัว มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพิณด้วยแววตาที่สั่นระริก
"มี... มีคนเห็นเอกสารลับแบบแปลนโปรเจกต์ที่เราแก้กันเมื่อกี้... ถูกส่งต่อไปให้คู่แข่งแล้วครับพิณ"
ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า ประโยคสั้นๆ นั้นแขวนความตกตะกอนของบรรยากาศทั้งหมดไว้บนเส้นด้ายอันเปราะบาง และก่อนที่พิณจะทันได้เอ่ยถามอะไร ประตูห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อคสนิทจากด้านนอก ก็ส่งเสียง 'คลิก' เบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในความมืดสลัวของห้อง...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความปั่นป่วนนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากร้าย•ตอนที่ 3
กลิ่นกาแฟและความเงียบงัน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
