อัลกอริทึมรักฉบับอัจฉริยะกับวิศวกรสายมู•ตอนที่ 7

มื้อค่ำท่ามกลางแสงดาว

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หลังประตูเหล็กนิรภัยไม่ได้มาพร้อมกับอันตรายอย่างที่อาคเนย์ประเมินไว้ในวินาทีแรก เงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวพ้นขอบประตูกลับเป็นจันทร์เจ้า หญิงสาวถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ไว้ในมือสองแก้ว ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยหน้าจอโค้ดวิ่งผ่านรัวระդับความเร็วสูง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายของโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ "ระบบแจ้งเตือนระดับ SSS อะไรกันคะเนี่ย หน้าตาคุณดูเหมือนคนเพิ่งเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ เลยนะ อาคเนย์" เสียงใสๆ ติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบงัน อาคเนย์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดที่เผลอกลั้นไว้โดยไม่รู้ตัวออกทางปาก เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าระบบอัลกอริทึมพยากรณ์ความเสี่ยงที่เขาเขียนขึ้นเองเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ผูกเข้ากับเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวหน้าประตู และตั้งค่าเสียงแจ้งเตือนไว้แบบนั้นโดยอัตโนมัติ—เป็นผลพวงจากการทำงานติดต่อกันสามสิบห ชั่วโมงจนสมองเริ่มเบลอและหลงลืมตรรกะที่ตัวเองสร้างขึ้น "ผมไม่ได้ตกใจผีหรอค่ะ... เอ่อ หมายถึง ผมแค่กำลังประมวลผลข้อมูลผิดพลาดนิดหน่อย" อาคเนย์รีบแก้คำพูดเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดเพี้ยน เขายกมือขึ้นขยับแว่นสายตาเพื่อกลบ เกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล จันทร์เจ้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางแก้วกระดาษลายการ์ตูนแมวอ้วนลงตรงหน้าเขา ควันจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมละมุนของชาคาโมมายล์อุ่นๆ แทนที่จะเป็นกาแฟดำเข้มข้นที่เขามักจะซดต่างน้ำ "ดื่มซะบ้างนะคะ ขืนปล่อยให้สมองประมวลผลด้วยคาเฟอีนปริมาณนั้นต่อไปอีกวันเดียว อัลกอริทึมจับคู่ความสุขที่คุณกำลังเขียน คงมีแต่ฟังก์ชันคำนวณอัตราการหย่าร้างแน่ๆ" อาคเนย์มองแก้วชาตรงหน้าสลับกับใบหน้าของหญิงสาว เธอยังคงสวมชุดฟอร์มวิศวกรโยธาที่มีร่องรอยคราบฝุ่นปูนจางๆ ตรงปลายชายเสื้อ บ่งบอกว่าเพิ่งกลับมาจากไซต์งานก่อสร้างโครงสร้างฐานรากตึกระฟ้าฝั่ง Avenue B แต่ดวงตาคู่นั้นกลับประกายระยิบระยับด้วยพลังงานบางอย่างที่ตรรกะโค้ดของเขาไม่เคยอธิบายได้ "คุณรู้ได้ยังไงว่าผมกำลังเขียนฟังก์ชันจับคู่ความสุข ไม่ใช่ระบบวิเคราะห์ความปลอดภัยโครงสร้าง" เขาถามเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ผู้เย็นชา "เซนส์ของวิศวกรโยธาค่ะ" จันทร์เจ้าลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ เธอเท้าคางมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงแผนผังโหนดข้อมูลสีฟ้าสว่างวาบ "ทุกอย่างบนโลกนี้ไม่ว่าจะโค้ด บรรทัด หรือเสาเข็ม มันมี 'แรงตึง' และ 'จุดรับน้ำหนัก' ของมันเอง โค้ดที่คุณเขียนมันตึงเปรี๊ยะจนแทบจะขาดอยู่แล้ว อาคเนย์... คุณกำลังพยายามสร้างระบบที่สมบูรณ์แบบเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเจ็บปวดจากอะไรบางอย่างในอดีตใช่ไหมล่ะคะ" คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดขนาดเล็กสะกิดลงบนรอยแผลเป็นที่อาคเนย์พยายามซ่อนไว้ใต้ชั้นรหัสคอมพิวเตอร์มาหลายปี ห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ยังคงคำรามเบาๆ เขานิ่งงงไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะแปลกใจที่ผู้หญิงสายมูผู้เชื่อเรื่องพลังงานลมปราณและฮวงจุ้ยคนนี้ กลับมองทะลุปรุโปร่งถึงโครงสร้างจิตใจของเขาได้แม่นยำยิ่งกว่าอัลกอริทึม Machine Learning ตัวไหนๆ "อดีตมันก็เป็นแค่ข้อมูลดิบที่ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลเก่าค่ะ" อาคเนย์ตอบเสียงแผ่วเบา สายตาเบนหนีไปยังหน้าจอ "เราแก้ไขมันไม่ได้ ทำได้แค่เขียนฟังก์ชันทับลงไปเพื่อไม่ให้มันแสดงผลซ้ำอีก" "แต่มันจะไม่มีทางลบออกได้จริงๆ ถ้าคุณยังเก็บไฟล์ขยะนั้นไว้ในหน่วยความจำหลัก" จันทร์เจ้ายื่นมือเรียวมาแตะเบาๆ ที่หน้าจอแก้วของแท็บเล็ตใกล้ตัวเธอ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ไร้ซึ่งความขี้เล่นเมื่อครู่ "วันนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาคุยเรื่องงานหรือเรื่องโค้ดของคุณหรอกนะ อาคเนย์... ฉันแค่อยากรู้ว่า 'เป้าหมายชีวิต' จริงๆ ของคุณคืออะไรกันแน่ นอกเหนือจากการนั่งหน้าจอแล้วพิมพ์โค้ดให้ระบบมันรันไปวันๆ" คำถามนั้นทำให้ลมหายใจของอาคเนย์สะดุด โลกของเขาตลอดสิบปีที่ผ่านมาถูกจำกัดอยู่แค่ลูปคำสั่ง `while(true)` การแก้บั๊ก และการเอาชนะความซับซ้อนทางเทคโนโลยี ดร.วรินทร์ คู่แข่งทางธุรกิจเคยพูดเย้ยหยันเขาว่าเขาเป็นแค่หุ่นยนต์ที่เขียนโค้ดได้ แต่จันทร์เจ้ากลับกำลังถามหาหัวใจที่ซ่อนอยู่หลังบรรทัดคำสั่งเหล่านั้น "เป้าหมายชีวิตเหรอคะ..." เขาพึมพำทวนคำ เผลอใช้สรรพนามตามที่เธอชอบแซว "ผม... ผมก็แค่อยากสร้างระบบที่มั่นคงพอที่จะไม่มีวันพังทลายลงมาอีก" "นั่นมันเป้าหมายของตึก ไม่ใช่ของคนค่ะ" จันทร์เจ้าส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ตึกมันต้องแข็งแกร่งเพราะมันไม่มีความรู้สึก แต่คนเรา... ถ้ามัวแต่สร้างกำแพงเหล็กหนาเตอะเพื่อไม่ให้ใครพังเข้ามา สุดท้ายคนที่ติดอยู่ข้างในก็คือตัวคุณเองนะ" เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้ใบเก่งมาสะพายไหล่ ก่อนจะหันมามองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "ชาคาโมมายล์แก้วนั้น ดื่มให้หมดนะคะ แล้วถ้าคืนนี้คุณยังหาคำตอบไม่ได้ว่าชีวิตนี้อยากทำอะไรนอกจากเขียนโปรแกรม พรุ่งนี้เย็น... เราไปกินหมูกระทะข้างตึกร้างโครงการเก่าที่คุณเพิ่งปฏิเสธงบรีโนเวตไปนั่นกัน ฉันจะพาไปดูว่า 'พลังงานของชีวิตที่แท้จริง' มันหน้าตาเป็นยังไง" พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของจันทร์เจ้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เธอก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมาจากระบบพยากรณ์อากาศและพลังงานสนามแม่เหล็กที่เธอติดตั้งไว้ทั่วเมือง "แย่แล้วล่ะ อาคเนย์..." จันทร์เจ้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เซ็นเซอร์ที่จุดก่อสร้างโซน B... มันเพิ่งตรวจจับคลื่นพลังงานแปลกปลอมระดับเดียวกับที่ ดร.วรินทร์เคยพยายามทดลองเมื่อสามปีก่อนได้ และตอนนี้... พิกัดของมันกำลังพุ่งตรงมาที่ห้องใต้ดินของคุณค่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ บรรทัดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับอัจฉริยะกับวิศวกรสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%