นิ้วเรียวของอาคเนย์หยุดชะงักบนแป้นพิมพ์เชิงกล เมื่อหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าปรากฏเส้นกราฟสีแดงฉานที่พุ่งทะยานขึ้นสูงอย่างไร้เหตุผล ข้อมูลการสั่นสะเทือนของชั้นดินที่เขากำลังวิเคราะห์ผ่านอัลกอริทึมโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) กำลังฟ้องว่า โครงสร้างทางกายภาพรอบตัวพวกเขากำลังเกิดความผิดปกติระดับไมโคร แต่มันกลับขัดแย้งกับตรรกะทางวิศวกรรมทุกประการ
"นายกำลังคำนวณหาค่าความหนาแน่นของฐานรากผิดที่ผิดทางแล้วล่ะค่ะ อาคเนย์"
เสียงใสติดจะกังวานเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมกลิ่นมะลิที่ลอยมาแตะจมูก จันทร์เจ้าก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังหน้าจอ พร้อมกับยื่นมือเรียวบางมาแตะที่มุมจอเพื่อเลื่อนปรับพิกัดแผนที่ 3 มิติให้กลับมาอยู่ในระนาบที่ถูกต้อง
อาคเนย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาฉายแววไม่ยอมแพ้ เขาถอนหายใจยาวอย่างคนคุ้นชินกับการใช้เหตุผลหักล้างความเชื่อ "มันคือความผิดพลาดของตัวแปรในระบบเซ็นเซอร์ต่างหากครับ... เอ่อ ฉันหมายถึง เซ็นเซอร์พวกนี้มันถูกเซ็ตค่าความถี่ไว้ผิดพลาดต่างหากล่ะจันทร์เจ้า ฉันเขียนโค้ดคุมไว้หมดแล้ว ไม่มีทางที่โครงสร้างตึกเก่าอายุห้าสิบปีนี่จะขยับตัวได้เองตามใจชอบหรอกถ้าไม่มีแรงกระทำภายนอก"
"โลกนี้ไม่ได้มีแค่โค้ดศูนย์กับหนึ่งนะคะ อาคเนย์" จันทร์เจ้าหันมาสบตาเขา แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีแววตาของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความจริงจังจนน่าประหลาด "นายมองเห็นแค่ตัวเลขที่วิ่งผ่านหน้าจอ แต่นายไม่เคยเงยหน้าขึ้นไปมองสถาปัตยกรรมรอบตัวด้วยหัวใจเลย... เมื่อครู่ตอนที่นายกดปุ่มรันสคริปต์สแกนพื้นที่รอบนอกตอนเที่ยงคืนตรง ลมที่พัดเข้ามาทางช่องลมทิศบูรพาไม่ได้พัดมาเพื่อระบายอากาศ แต่มันพัดมาเพื่อ ‘เตือน’ ต่างหาก"
โปรแกรมหนุ่มแค่นเสียงในลำคอเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยจะเชื่อถือนัก สำหรับเขาแล้ว ทุกสิ่งในจักรวาลนี้สามารถแปลงให้อยู่ในรูปของฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ได้ ต่อให้มันจะเป็นสถานที่โบราณหรืออาคารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแค่ไหนก็ตาม "คำเตือน? เธอหมายถึงกระแสลมที่พัดผ่านช่องระบายอากาศน่ะเหรอ? จันทร์เจ้า มันเป็นแค่ปฏิกิริยาของแรงดันอากาศระหว่างห้องใต้ดินกับภายนอกตามหลักอุณหพลศาสตร์ต่างหาก ไม่เห็นจะมีอะไรซับซ้อนเลยสักนิด"
"ถ้ามันเป็นแค่เรื่องอุณหพลศาสตร์จริงๆ ทำไมหน้าจอของนายถึงรันโค้ดวนลูปซ้ำที่บรรทัดเดิมติดต่อกันสามครั้งโดยที่นายไม่ได้แตะต้องคีย์บอร์ดล่ะคะ?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงานชั่วคราว อาคเนย์ชะงักกึก ก้มลงมองหน้าจอของตัวเองทันที บรรทัดโค้ดที่เขาเขียนขึ้นด้วยมือเพื่อประมวลผลฐานข้อมูลโครงสร้าง กำลังรันซ้ำไปซ้ำมาที่ฟังก์ชันเดิมอย่างแม่นยำ เหมือนมีใครบางคนกำลังกดปุ่ม Enter ซ้ำๆ ด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ ทั้งที่ในห้องนี้มีเพียงเขากับเธอเท่านั้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ตัวจิ๋วที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ อาคเนย์หันกลับมามองหน้าหญิงสาว วิศวกรสาวไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย เธอกลับหยิบแผ่นยันต์กระดาษสีเหลืองนวลพิมพ์ลายอักขระโบราณออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อปอย่างใจเย็น แล้ววางมันลงบนโต๊ะทำงานข้างคีย์บอร์ดของเขา
"ดร.วรินทร์พยายามจะใช้ฐานข้อมูลอัลกอริทึมชุดนี้ในการเจาะทะลวงชั้นพลังงานใต้ดินของโครงการรีโนเวทตึกเก่า... นายคิดว่าเขาแคต้องการแค่ผลงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์วารศารวิชาการจริงๆ เหรอคะ?" จันทร์เจ้าเอ่ยถามเสียงเบา แต่ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง
อาคเนย์เม้มปากแน่น ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวเขาเริ่มสั่นคลอน ปมในอดีตที่เขาเคยพยายามสร้างระบบอัจฉริยะขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้คน แต่กลับถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดจนทำให้ความสัมพันธ์พังทลาย ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคลาง แต่เขารู้จักความโลภของมนุษย์ดี ยิ่งเป็นคนอย่าง ดร.วรินทร์ ที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์แล้ว เขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้โค้ดที่เขาเขียนกลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างเด็ดขาด
"ฉันต้องรีบปิดการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์หลัก..." อาคเนย์ขยับมือจะคว้าเมาส์
"อย่าเพิ่งค่ะ!" จันทร์เจ้าเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่นสัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านผิวเนื้อเข้ามาจนอาคเนย์ต้องชะงัก "ถ้าต중นี้ถูกตัดการเชื่อมต่อกะทันหัน แรงสะท้อนจากโครงข่ายพลังงานที่ ดร.วรินทร์ ตั้งค่าไว้จะย้อนกลับมาทำลายระบบประสาทของนายโดยตรง... เราต้องแก้เกมด้วยการเขียนโค้ดซ้อนทับเข้าไปในจุดอับลมที่ฉันบอกเมื่อกี้"
อาคเนย์เงยหน้าขึ้นมองสบตาเธอนิ่ง ในวินาทีนั้นเอง เขาก็พบว่าภายใต้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมโครงสร้างและการเชื่อมั่นในพลังงานลี้ลับของเธอนั้น มีความเด็ดเดี่ยวและชาญฉลาดที่ไม่แพ้โปรแกรมเก่งๆ คนไหนเลย โครงสร้างตึกนี้ไม่ใช่แค่กองอิฐปูน แต่มันคือฮาร์ดแวร์ชิ้นยักษ์ที่กำลังถูกแฮกจากพลังงานภายนอก
"ตกลง... เธอจะให้ฉันพิมพ์โค้ดชุดไหนเพื่อเบี่ยงเบนสัญญาณ?" อาคเนย์ยอมจำนนด้วยเหตุผลและสถานการณ์เฉพาะหน้า
"เขียนฟังก์ชันจำลองสภาพแวดล้อมให้กล ายเป็น 'ทางตัน' เพื่อหลอกระบบตรวจจับของดร.วรินทร์ซะค่ะ... แล้วฉันจะช่วยเดินระบบทิศทางลมในตึกนี้เพื่อสะท้อนสัญญาณกลับคืนไปเอง" จันทร์เจ้าแย้มยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจนน่าเหลือเชื่อ
ทั้งสองคนเริ่มประสานงานกันอย่างรวดเร็ว อาคเนย์รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วแสง โค้ดบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าถูกป้อนเข้าไปเพื่อสร้างเกราะป้องกันดิจิทัล ขณะที่จันทร์เจ้าหลับตาลงเบื้องหน้าโต๊ะทำงาน ปากพمพัมบทสวดสั้นๆ พร้อมกับใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะสอดคล้องกับการทำงานของอัลกอริทึม ราวกับว่าโลกของตรรกะและโลกของจิตวิญญาณกำลังหลอมรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า ในขณะที่ระบบกำลังประมวลผลถึงขั้นตอนสุดท้าย หน้าจอหลักของอาคเนย์ก็เกิดอาการกะพริบวูบวาบ หน้าจอสีดำสนิทปรากฏข้อความตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงขึ้นมาทีละบรรทัดอย่างช้าๆ โดยที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนพิมพ์มันขึ้นมา
[System Notification: Warning!]
[Detected Unauthorized Access from User ID: DEV-001 (Dr. Warin)]
[Overriding System Core... Completed.]
[Welcome back, Creator. Initiating Protocol: Awakening of the Forgotten Entity...]
เสียงแจ้งเตือนระดับ SSS ดังสนั่นก้องกังวานออกมาจากลำโพงคอมพิวเตอร์ ทั้งที่อาคเนย์ไม่ได้เปิดเสียงไว้ และในวินาทีต่อมา ประตูเหล็กนิรภัยทางเข้าห้องทำงานใต้ดินที่ควรจะปิดตาย ก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับสายลมเย็นยะเยือกที่พัดพาเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูนั้น
หวังว่ารี้ดดิเตอร์ทุกท่านจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ ดาริกาส่องแสงขอขอบคุณจากใจจริงค่ะ!
อัลกอริทึมรักฉบับอัจฉริยะกับวิศวกรสายมู•ตอนที่ 6
คำเตือนจากกระแสลม
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับอัจฉริยะกับวิศวกรสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!