เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ•ตอนที่ 3

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
กลิ่นอายความอับชื้นผสมกลิ่นควันจางๆ ในห้องครัวปิดตายยามเที่ยงคืน ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวเท่ากับระยะห่างระหว่างคนสองคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อคำสารภาพอันตรายที่เพิ่งหลุดจากปากตัวเองดังขึ้นในความเงียบ ดวงตากลมโตไหวระริกยามที่ต้องสบตากับนัยน์ตาสีเข้มคมกริบของเชฟหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ธันวาไม่ได้ขยับหนี เขากลับก้าวล้ำเข้ามาอีกหนึ่งก้าว จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับความเย็นเยียบของเคาน์เตอร์สแตนเลสโดยสมบูรณ์ "เมื่อกี้ว่ายังไงนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอทำเอาสติที่สะสมมาทั้งชีวิตของเธอเกือบกระเจิง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองพยายามประมวลผลคำแก้ตัวสารพัด แต่ความใกล้ชิดนี้มันรุนแรงเกินกว่าจะตั้งสติได้ทัน "ฉัน... ฉันหมายถึงว่า คุณมันมั่นหน้าเกินไปต่างหาก!" รินรดาเลือกวิธีเดิมเสมอเมื่อจนมุม นั่นคือการใช้ความดุกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก มือเรียวเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกห่าง แต่ธันวากลับนิ่งสนิท ราวกับกำแพงปูนซีเมนต์ที่ต่อให้เธอออกแรงผลักแค่ไหนก็ไม่มีวันขยับ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้าเยิงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ปากเก่งจังนะ แม่นักวิจารณ์ไร้ชื่อ... ดีแต่เขียนพ่นคำวิจารณ์เสียๆ หายๆ หลังคีย์บอร์ด แต่พอมาเจอของจริงในถิ่นของฉัน ทำไมถึงได้เสียงสั่นขนาดนี้ล่ะ" "ฉันไม่ได้กลัวคุณ!" "งั้นก็พิสูจน์สิ" ธันวาผละตัวออกไปเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะหายใจ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม เขาผายมือไปยังเตาปรุงอาหารด้านหลังซึ่งยังคงร้อนระอุ "พรุ่งนี้ตอนร้านปิด... มาที่นี่ มากินอาหารที่ฉันทำด้วยมือของฉันเอง แล้วบอกฉันต่อหน้าสิว่ารสชาติมันห่วยแตกเหมือนที่เธอเขียนวิจารณ์ไว้" รินรดาชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "คุณกำลังท้าฉัน?" "ใช่ ฉันกำลังท้า" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท เต็มไปด้วยความมั่นใจในศักดิ์ศรีของเชฟระดับท็อป "ถ้าอาหารของฉันมันแย่จริงอย่างที่ปากเธอว่า ฉันจะยอมปิดเพจวิจารณ์ของฉัน... อ้อ ไม่สิ ฉันจะยอมให้เธอเขียนบทความด่าฉันได้ตามใจชอบโดยที่ฉันจะไม่ฟ้องสักคำ แต่ถ้ามันอร่อยจนเธอเถียงไม่ออก..." เขาเว้นจังหวะ ก้าวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน "เธอต้องลบบทความทั้งหมดที่เคยเขียนโจมตีร้านฉันทิ้งซะ แล้วมาขอโทษฉันต่อหน้าพนักงานทุกคน" ข้อเสนอที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทระงตนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ปลุกสัญชาตญาณความนักสู้ในตัวรินรดาให้ลุกโชนขึ้นทันที เธอเกลียดความพ่ายแพ้ และเกลียดที่สุดคือการถูกสบประมาทว่าไม่มีกึ๋นพอที่จะตัดสินรสชาติอาหารจริงๆ "ดี! รับคำท้าค่ะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ส่งสายตาดุดันกลับไปให้อย่างไม่มีใครยอมใคร "เตรียมตัวเก็บข้าวของปิดร้านไว้ได้เลย เชฟธันวา เพราะฉันจะกินมันอย่างละเอียดทุกอณูเพื่อหาข้อบกพร่องมาแฉคุณให้ยับเยื้อเลยคอยดู!" "หึ ฉันจะรอดูว่าเธอจะปากเก่งได้ถึงไหน เมื่อความอร่อยมันทำให้เธอต้องกลืนคำพูดตัวเองลงไป" ธันวายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับมีเสน่ห์ร้ายกาจจนรินรดาต้องรีบเบือนหน้าหนีแล้วเดินดุ่มๆ ตรงไปยังประตูทางออกโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก เธอพยายามบอกตัวเองว่านั่นคือความโกรธ คือความฮึดสู้ แต่วินาทีที่ก้าวพ้นประตูร้านออกมาและลมหนาวพัดปะทะใบหน้า ความร้อนผ่าวที่พวงแก้มกลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังหวั่นไหวกับผู้ชายปากร้ายคนนั้นมากแค่ไหน ตลอดทั้งคืนรินรดานอนไม่หลับ เธอนั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊ก อ่านบทความวิจารณ์ที่ตัวเองเคยเขียนวนไปวนมานับสิบรอบ ความรู้สึกผิดแปลกบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก อาหารของธันวามันแย่ขนาดนั้นจริงหรือ? หรือแท้จริงแล้วเธอแค่หมั่นไส้ท่าทางเย่อหยิ่งของเขาจนพาลเกลียดรสชาติอาหารไปด้วยกันแน่ ความลังเลนี้ทำให้เธอปั่นป่วนจนแทบคลั่ง กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงค่ำวันถัดไป ตามนัดหมาย... รินรดายืนอยู่หน้าร้านอาหารสุดหรูที่ปิดไฟมืดสนิท เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้านใน กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและเครื่องเทศชั้นดีลอยแตะจมูกทันที ทว่าภายในห้องครัวเปิดโล่ง กลับไร้เงาของเชฟหนุ่มเจ้าของร้าน มีเพียงจานอาหารคลุมฝาชีสีเงินวางเด่นอยู่บนเคาน์เตอร์ พร้อมกับกระดาษโน้ตลายมือหวัดๆ วางอยู่ข้างกัน เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน *“ถ้าเก่งนัก ก็ลองชิมแล้วบอกฉันซิว่ารสชาติมันเหมือนคำดูถูกของเธอหรือเปล่า... แต่อย่ากินหมดจานล่ะ เผื่อฉันจะใจดีแบ่งให้เธอกินฝีมือฉันอีกสักคำ”* รินรดากัดริมฝีปากอย่างขัดใจ มือเรียวเอื้อมไปเปิดฝาชีออก ความร้อนและกลิ่นหอมเย้ายวนพวยพุ่งขึ้นมาแตะใบหน้าทันที อาหารหน้าตาสวยงามราวกรรมวิธีศิลปะวางอยู่ตรงหน้า แต่วินาทีที่เธอกำลังจะหยิบช้อน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงประตูด้านหลังที่ถูกกระชากเปิดออกด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ "เชฟครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ผู้ช่วยเชฟวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในครัว ใบซีดเผือดจนเห็นได้ชัด "มี... มีนักชิมระดับมิชลินนิรนามกับนักข่าวสายอาหารกลุ่มใหญ่ บุกมาทำเซอร์ไพรส์รีวิวสดหน้าร้านตอนนี้เลยครับ!" รินรดาชะงัก ค้างมือที่กำลังจะตักอาหารไว้กลางอากาศ หันขวับไปมองหน้าธันวาที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน และในจังหวะที่สายตาของพวกเขาสบกันนั่นเอง ธันวาก็จับข้อมือเธอไว้แน่น "เปลี่ยนแผน..." เชฟหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจ "เธออยากรู้ไม่ใช่เหรอว่ารสชาติฝีมือฉันเป็นยังไง... คืนนี้ เราสองคนจะต้องพิสูจน์มันให้โลกเห็นพร้อมกัน!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มซึนคนนี้นะคะ บทหน้าเตรียมจับตาดูความแซ่บแบบคูณสองได้เลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับยัยนักวิจารณ์ไร้ชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%